พระพรหมมังคลาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ)
 
Back    23/04/2018, 10:18    2  

หมวดหมู่

บุคคลสำคัญ


ประวัติ


ภาพจาก : https://link.psu.th/A5wWgc

           พระพรหมมังคลาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ) หรือที่ชาวพุทธรู้จักกันดีทั่วไปในนามของ “หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ” มีนามเดิมว่า ปั่น เสน่ห์เจริญ เกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๑ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๕๔ ตรงกับวันขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๖ ปีกุน (ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖) ที่ตำบลคูหาสวรรค์ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง มีมบิดาชื่อวัน มารดาชื่อคล้าย มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันทั้งหมด ๕ คน ท่านเป็นบุตรคนที่ ๔ ครอบครัวมีอาชีพทำนาทำไร่ เลี้ยงวัวควายเป็นหลัก

             ลำดับปีและเหตุการณ์
      - ปี พ.ศ.๒๔๖๒ อายุย่างเข้า ๘ ขวบ เข้าศึกษาในชั้นประถม ๑ ที่โรงเรียนประจำอำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง เรียนจบชั้นประถม ๓ ซึ่งเป็นชั้นสูงสุดในการศึกษาสมัยนั้น จากนั้ย้ายไปศึกษาต่อชั้นมัธยมที่โรงเรียนประจำจังหวัดพัทลุง ซึ่งเป็นโรงเรียนชายล้วน (สมันนั้นไม่นิยมให้ผู้หญิงเรียนหนังสือ) เนื่องจากโรงเรียนอยู่ไกลบ้านมากจึงขออาศัยวัดยาง ซึ่งอยู่ใกล้โรงเรียนเป็นที่พักจนจบชั้นมัธยม ๓ ขณะกำลังเรียนชั้นมัธยม ๔  นั้นบิดาเกิดป่วยขึ้นจึงต้องลาออกมาช่วยเหลือครอบครัว
      
      - ปี พ.ศ. ๒๔๗๐ ขณะนั้นอายุ ๑๖ ปี ได้ติดตามหลวงลุงพุ่ม ธมฺมทินฺโน วัดคูหาสวรรค์ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง ไปรัฐปีนัง มาเลเซีย แล้วกลับมาทำงานเหมืองแร่และสวนยางที่ภูเก็ตได้ค่าจ้างวันละ ๙๐ สตางค
 
           - ปี พ.ศ. ๒๔๗๒ อายุ ๑๘ ปี พรรพชาเป็นสามเณร ที่วัดอุปนันทาราม ตำบลเขานิเวศน์ อำเภอเมือง จังหวัดระนอง เมื่อวันที่ ๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๗๒ มีพระรณังควินัยมุนีวงศ์ ขณะดำรงสมณศักดิ์เป็นที่พระครูพิพัฒน์สมาจารย์ เป็นพระอุปัชฌาย์ 
           - ปี 
พ.ศ. ๒๔๗๔ อายุ ๒๐ ปี อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ที่วัดนางลาด ตำบลเขาเจียก อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง เมื่อวันที่ ๒๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๗๔ มี พระครูจรูญกรณีย์ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระมหาพลัด วัดคูหาสวรรค์ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระครูเคว็จ วัดคูหาสวรรค์ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง เป็นอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า ปัญฺญานนฺโท
         - ปี พ.ศ. ๒๔๗๕ เทศน์ครั้งแรก ที่วัดปากนคร อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
         - ปี พ.ศ. ๒๔๗๖ ร่วมคณะพระภิกษุใจสิงห์ รวม ๔๕ รูป ธุดงค์เท้าเปล่าไปเผยแพร่ธรรมะที่พม่ากับพระโลกนาถ ภิกษุชาวอิตาลี โดยในหลวงรัชกาลที่ ๗ พระราชทานอุปถัมภ์รูปละ ๕๐ บาท พร้อมหนังสือเดินทาง
         - ปี 
พ.ศ. ๒๔๘๐ ไปจำพรรษาที่สวนโมกขพลาราม ตำบลพุมเรียง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ศึกษาและปฏิบัติธรรมกับท่านพุทธทาสภิกขุ และท่าน บ.ช.เขมาภิรัต (พระราชญาณกวี อดีตเจ้าคณะจังหวัดชุมพร เจ้าอาวาสวัดขันเงิน) เป็นสามสหายธรรมร่วมงานเผยแพร่พระพุทธศาสนากันมาตั้งแต่บัดนั้น
         - ปี พ.ศ. ๒๔๘๐-๒๔๘๖ ศึกษาภาษาบาลีที่วัดสามพระยา กรุงเทพฯ จนสอบได้เปรียญธรรม ๔ ประโยค แล้วเกิดสงครามมหาเอเชียบูรพา (สงครามโลกครั้งที่ ๒) จึงไม่ได้เรียนภาษาบาลีต่อได้
        - ปี พ.ศ. ๒๔๙๒ ไปจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ ๑๓ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๒ เริ่มเผยแพร่พระพุทธศาสนาด้วยการปาฐกถาธรรม โดยสร้างโรงมุงใบตองตึงขึ้นในที่ของชาวบ้าน ซึ่งเรียกว่าศาลาธรรมทาน (ปัจจุบันพุทธสถานเชียงใหม่) เทศน์ทุกวันอาทิตย์และวันพระ ออกเทศน์ตามหมู่บ้านต่าง ๆ โดยรถยนต์ติดเครื่องขยายเสียง และเขียนเรื่องลงหนังสือพิมพ์ชาวเหนือ จนมีชื่อเสียงขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ในนามภิกขุปัญญานันทะ ผู้สนับสนุนคนสำคัญในการเผยแพร่คือเจ้าชื่น สิโรรส โดยอยู่จำพรรษาที่วัดอุโมงค์ (สวนพุทธธรรม) จังหวัดเชียงใหม่ นานถึง ๑๐ ปี (พ.ศ.๒๔๙๒-๒๕๐๒)
        - ปี พ.ศ. ๒๔๙๗ เดินทางไปเผยแพร่ธรรมะยังทวีปยุโรป และร่วมประชุมกับขบวนการสีลธรรมโลก (M.R.A.) ที่เมืองโคซ์ ประเทศสวิสเซอร์แลนด์
        - ปี พ.ศ. ๒๔๙๙ ได้รับพระราชทานตั้งสมณศักดิ์ เป็นที่พระปัญญานันทมุนี เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๙๙
        - ปี พ.ศ. ๒๕๐๐ เป็นประธานมูลนิธิชาวพุทธมูลนิธิวัดอุโมงค์ (สวนพุทธธรรม) อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
        - ปี พ.ศ. ๒๕๐๓ หม่อมหลวง ชูชาติ กำภู อธิบดีกรมชลประทาน นิมนต์มาเป็นเจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษฎ์ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี
    - ปี พ.ศ. ๒๕๐๓ หม่อนหลวงปิ่น มาลากุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานอ่านพระราชกฤษฎีกายุบวัดโบสถ์และวัดเชิงท่า แล้วย้ายมารวมกันที่วัดชลประทานรังสฤษฎ์ โดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เสงี่ยม จนฺทสิริ) ขณะดำรงสมณศักดิ์ที่พระธรรมวิสุทธาจารย์ วัดสุทัศนเทพวราราม กรุงเทพฯ เจ้าคณะจังหวัดนนทบุรี เป็นประธานมอบใบแต่งตั้งพระปัญญามุนี จากวัดอุโมงค์ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นเจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษฎ์ เมื่อวันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๐๓
        - ปี พ.ศ. ๒๕๐๓  เ
ป็นเจ้าสำนักศาสนศึกษาวัดชลประทานรังสฤษฏ์ เริ่มปฏิรูปพิธีกรรมทางศาสนา ให้เป็นไปเพื่อส่งเสริมสติปัญญา ตามหลักการเป็นระเบียบ เรียบง่าย ประหยัด ได้ประโยชน์  ได้ถวายพระธรรมเทศนาหน้าพระที่นั้ง สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ณ พระตำหนักจิตรดารโหฐาน เมื่อวันที่ ๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๐๓ และเป็นผู้ริเริ่มการแสดงปาฐกถาธรรมวันอาทิตย์ ณ วัดชลประทานรังสฤษฏ์
        - ปี พ.ศ. ๒๕๐๖ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (อยู่ ญาโณทโย) วัดสระเกศ ราชวรมหวิหาร กรุงเทพฯ ทรงแต่งตั้งให้เป็นพระอุปัชฌาย์ ประเภทวิสามัญ และได้บวชหม่อมหลวงชอบ อิศรศักดิ์ อายุ ๖๖ ปี เป็นคนแรก เมื่อวันที่ ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๐๖ เป็นหัวหน้าพระธรรมทูตสายที่ ๙ (ระนอง พังงา กระบี่ ภูเก็ต ตรัง พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูล)
       - ปี พ.ศ. ๒๕๑๔ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นที่พระราชนันทมุนี เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๑๔
        - ปี พ.ศ. ๒๕๑๗ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (วาสน์ วาสโน) วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม กรุงเทพฯ ทรงแต่งตั้งให้เป็นรองเจ้าคณะภาค ๑๘ (พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูล) เมื่อวันที่ ๒๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๐๗ โดยพระธรรมปัญญาบดี (เพียร อุตฺตโม) วัดคูหาสวรรค์ จังหวัดพัทลุง เป็นเจ้าคณะภาค ๑๘
       - ปี พ.ศ. ๒๕๑๘ ได้ถวายพระธรรมเทศนาหน้าพระที่นั้ง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ ณ วัดชลประทานรังสฤษฏ์ เมื่อวันที่ ๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๘  สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังหราช (วาสน์ วาสโน) วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม กรุงเทพฯ ทรงแต่งตั้งให้เป็นพระอุปัชฌาย์ ประเภทสามัญ เมื่อวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๑๘ ได้ถวายพระธรรมเทศนาหน้าพระที่นั่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระราชพิธีพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์รามาธิบดีอันมีศักดิ์ยิ่ง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เมื่อวันที่ ๑๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๘ ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณผู้อบรมผู้ข่วยผู้พิพากษา รุ่นที่ ๑๖/๒๕๑๘ รุ่น ๑๗/๒๕๑๙ จากกระทรวงยุติธรรม
       - ปี พ.ศ. ๒๕๒๐ ได้รับรางวัลสังข์เงิน เป็นเกียรติ ในฐานะพระภิกษุผู้เผยแผ่ธรรมะยอดเยื่ยมประจำปี ๒๕๒๐ จากสมาคมนักประชาสัมพันธ์แห่งประเทศไทย
       - ปี พ.ศ. ๒๕๒๑ ได้รับรางวัลนักพูดดีเด่น ประจำปี ๒๕๒๐ ประเภทเผยแพร่ธรรม จากสมาคมฝึกการพูดแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๑ เริ่มแสดงปาฐกถาธรรมทุกวันอาทิตย์ต้นเดือน เวลา ๐๘.๐๐-๐๘.๓๐ น. ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ถ่ายทอดเสียงทั่วประเทศน์ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน พ.ศ. ๒๕๒๑
      - ปี 
พ.ศ. ๒๕๒๔ ได้รัับปริญญาพุทธศาสตร์ดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (สาขาครุศาสตร์) จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เมื่อวันที่ ๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๔
      - ปี พ.ศ. ๒๕๒๕ ได้รับการยกย่องและคัดเลือกให้เป็นบุคคลผู้ทำคุณประโยชน์ ต่อพระพุทธศาสนาในโอกาสฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ ๒๐๐ ปี โดยได้รับรางวัล ๒ ประเภท ก. บุคคล และประเภท ง. สื่อสารมวลชน (รายการส่งเสริมธรรมะทางสถานีวิทยุโทรทัศน์) เมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๕
      -  ปี พ.ศ. ๒๕๒๘ ได้รับโล่เป็นเกียรติในการประชุมวิชาการ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๒๘ - ๒๕๒๙ จากคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล
      - ปี พ.ศ. ๒๕๒๙ ไปร่วมประชุมพุทธศาสนิกสัมพันธ์อาเซียนเพื่อสันติภาพ ครั้งที่ ๗ ณ ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
      - ปี พ.ศ. ๒๕๓๐ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นที่พระเทพวิสุทธิเมธี เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๐
     -  ปี พ.ศ. ๒๕๓๑ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (เวสน์ วาสโน) วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม กรุงเทพฯ ประทานวุฒิบัตร สัญลักษณ์อนุรักษ์ผู้ประพฤติธรรม เมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๐
        - ปี พ.ศ. ๒๕๓๒ ได้รับปริญญาปรัชญาดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (สาขาวิชาศึกษาศาสตร์) จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อวันที่ ๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๒
    -  ปี พ.ศ. ๒๕๓๓ เป็นประธานสร้างตึกผู้ป่วยนอกและอุบัติเหตุ (ตึก ๘๐ ปี ปัญญานันทะ) ให้โรงพยาบาลชลประทาน อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี สิ้นทุนทรัพย์ ๒๒๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท (สองร้อยยี่สิบล้านบาท) เป็นประธานมูลนิธิส่งเสริมแผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง ที่ อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สิ้นทุนทรัพย์ ๓๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท (สามสิบล้านบาท) ซึ่งไม่รวมหาทุนจัดซื้อที่ดินเพิ่มอีก ๕๐๐ ไร่
        - ปี พ.ศ. ๒๕๓๔  ได้รับปริญญาการศึกษาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เมื่อวันที่ ๓๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๔
       - ปี พ.ศ. ๒๕๓๕ รักษาการเจ้าอาวาสวัดพุทธธรรม อินสเดล รัฐอิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกา
       - ปี พ.ศ. ๒๕๓๖ ได้รับปริญญาอักษรศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๖ ปริญญาศิลปศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (สาขาปรัชญาและศาสนา) จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๖
       - ปี พ.ศ. ๒๕๓๗ ได้รับปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ ๑๓ ถิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๗ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นที่พระธรรมโกศาจารย์ เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๗
       - ปี พ.ศ. ๒๕๓๘ ได้รับโล่รางวัลคนดีศรีปักษ์ใต้ จากสมาคมชาวปักษ์ใต้ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อวันที่ ๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๘
       - ปี พ.ศ. ๒๕๓๙ ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณวิทยากรผู้สัมมนาโครงการปีรณรงค์ประชาร่วมใจกำจัดโรคเรื้อน จากกระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ ๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๙ และโล่ประกาศเกียรติคุณวิทยากรผู้สัมมนาโครงการเพิ่มพูนความรู้พนักงาน สอบสวน จากกองบัญชาการตำรวจนครบาล (สมัยพล.ต.ท.มนัส ครุพไชยันต์ เป็นผู้บัญชาการตำรวจนครบาล)
       - ปี พ.ศ. ๒๕๔๐ ได้รับโล่พระราชทานรางวัลมหิดลวรานุสรณ์ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช (เจริญ สุวฑฺฒโน) วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพฯ ทรงแต่งตั้งให้เป็นเจ้าคณะภาค ๑๘ เมื่อวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๐
       - ปี พ.ศ. ๒๕๔๒ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช (เจริญ สุวฑฺฒโน) วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพฯ ทรงแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๑๘ เมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๒
       - ปี พ.ศ. ๒๕๔๔ ได้รับปริญญาการศึกษาศาสตรดุษฎิบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (สาขาวิชาสังคมศักษา) จากมหาวิทยาลัยทักษิณ เมื่อวันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๔
       - ปี พ.ศ. ๒๕๔๖ ได้รับรางวัลศาสตรเมธี สาขาสังคมสาสตร์ ด้านศาสนาและปรัชญา จากมูลนิธิศาสตราจารย์ หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล เมื่อวันที่ ๒๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๖
      - ปี พ.ศ. ๒๕๔๗
 ได้รับรางวัลศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (สาขาวิชาพุทธศาสตร์) จากมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย เมื่อวันที่ ๒๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ ปริญญาศิลปศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (สาขาวิชาสังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนา) จากมหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ ๒๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๗ และได้รับโปรดเกล้าฯ พระราชทานสถาปณาสมณศักดิ์ เป็นรองสมเด็จพระราชาคณะชั้นหิรัญบัฏที่ พระพรหมมังคลาจารย์ เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๗
      - ปี พ.ศ. ๒๕๔๙ ได้รับใบประกาศรางวัลชูเกียรติบุคคลต้นแบบคนดีศรีแผ่นดินของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จากนายวัฒนา เมืองสุข รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เมื่อวันที่ ๒๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๙
      - ปี พ.ศ. ๒๕๕๐ ได้รับโล่รางวัลและใบประกาศเกียรติคุณผู้มีคุณูปการต่อการศึกษาของชาติ ประจำปี ๒๕๕๐ ของสำนักงานคุรุสภา โดยศาสตราจารย์ ดร.เสริมศักดิ์ วิศาลาภรณ์ ประธานกรรมการคุรุสภา จาก พลเอกสุรยุทธ์ สุลานนท์ นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๐ และโล่รางวัลและใบประกาศเกียรติคุณผู้สูงอายุแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๕๐ ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จากนายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เมื่อวันที่ ๑๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๐

 


ภาพจาก : https://www.youtube.com/watch?v=4YqX3dxZ-dM                 

              พระพรหมมังคลาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ) เป็นพระนักเผยแพร่พระพุทธศาสนาในประเทศและต่างประเทศ เป็นสหายธรรมของหลวงพุทธทาสภิกขุ  ท่านเป็นเป็นเจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษฎ์ จังหวัดนนทบุรี (พ.ศ.๒๕๐๓-พ.ศ.๒๕๕๐)  ทั้งนี้ด้วยเหตุหม่อมหลวงปิ่น มาลากุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ในสมัยนั้น) เป็นประธานอ่านพระราชกฤษฎีกายุบวัดโบสถ์และวัดเชิงท่า แล้วย้ายมารวมกันที่วัดชลประทานรังสฤษฎ์ โดยมีสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เสงี่ยม จนฺทสิริ) ครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่พระธรรมวิสุทธาจารย์ วัดสุทัศนเทพวราราม เจ้าคณะจังหวัดนนทบุรี (ในสมัยนั้น) เป็นประธานทำพิธีเปิดวัดชลประทานรังสฤษฎ์ พร้อมอัญเชิญพระประธานขึ้นประดิษฐานบนแท่นในพระอุโบสถ และมอบใบแต่งตั้งพระปัญญานันทมุนี (หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ) จากวัดอุโมงค์ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นเจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษฎ์ เมื่อวันที่ ๒๓ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๐๓  พระพรหมมังคลาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ) ถือเป็นหนึ่งในผู้มอบกายถวายชีวิตให้กับพระพุทธศาสนาอย่างมิรู้จักเหน็ดเหนื่อย มุ่งหน้าทำงานสั่งสอนประชาชน ทั้งนี้ท่านได้ประกาศนโยบายประกาศธรรม ไว้ ๒ ข้อ ความว่า...ข้าพเจ้าขอแจ้งให้ท่านทราบว่า ข้าพเจ้ารักและบูชาพุทธธรรมมาก เพราะซาบซึ้งในรสสัจธรรมเป็นอย่างดีว่า พระธรรมให้ผลแก่ชีวิตของข้าพเจ้าอย่างไร จึงขอพูดถึงนโยบายในการประกาศธรรมว่า ข้าพเจ้ามีความมุ่งหมายในการทำงานเพื่ออะไร ท่านจักไม่ต้องสงสัยกันต่อไปอีกว่า ข้าพเจ้าเป็นพระประเภทใด ข้าพเจ้ามีนโยบายแน่วแน่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง แม้เหตุการณ์ของประเทศชาติจะผันผวนไปอย่างใด ใครจะมาครองเมืองก็ตามที ข้าพเจ้าจะทำตามนโยบายของข้าพเจ้าเสมอ ไม่มีอะไรจะมาเปลี่ยนใจของข้าพเจ้า จากความเชื่อและการกระทำ ข้าพเจ้ายอมตายเสียดีกว่าที่จะพูดหรือกระทำอันผิดๆ ความประสงค์ของพระพุทธองค์ ผู้ซึ่งข้าพเจ้าได้มอบกายถวายชีวิตเป็นธรรมพลีแล้ว ความมุ่งหมายของข้าพเจ้ จึงอยู่ในกฎเกณฑ์ ๒ ประการ คือ

                (๑) เพื่อประกาศความจริงที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประกาศไว้
           
(๒) เพื่อทำลายความเห็นผิด และการกระทำผิดๆ ในหมู่พี่น้องชาวพุทธทั้งหลายให้หมดไป ตามพุทธธรรมที่พระบรมศาสดาแสดงไว้ จริงอยู่พระธรรมที่พระพุทธองค์ทรงประกาศแล้ว แม้จะสรุปให้กะทัดรัดสั้นสุด ว่ามี ๒ ประการ คือ (๑) ความทุกข์ และ (๒) การดับทุกข์ เท่านั้น แต่เอาเข้าจริงแล้วมิใช่เรื่องเล็กเลย เพราะการจะชี้ให้คนทั่วไปเห็นว่านี่คือความทุกข์ไม่ใช่ของง่าย แม้ว่าเขาคนนั้นกำลังอยู่ในวังวนของความทุกข์ เขายังไม่รู้ว่าตนกำลังทุกข์ เขายังคิดว่าเป็นสุขเสียอีก ไม่ต่างกับหนอนอ้วน ดำผุดดำว่ายอยู่ในหลุมอาจม เทวดามาชวนไปอยู่สวรรค์ ก็ไม่ยอมไป เพราะรู้ว่าบนสวรรค์นั้นต้องเนรมิตเอาอาหารหรือสิ่งที่ต้องการจึงจะได้ เหนื่อยเปล่าๆ สู้อยู่ที่หลุมคูนี่ดีกว่า ไม่ต้องเสียกำลังเนรมิต ถึงเวลาพระคุณเจ้าก็จะมาเนรมิตให้เอง ยิ่งภารกิจทำลายความโง่งมงายของคนยิ่งต้องออกแรงมาก หลวงพ่อต้องต่อสู้กับความโง่งมงาย หรือความยึดติดของผู้คน เช่นปาฐกถาธรรมตอนหนึ่งความว่า “เทวดา (พระภูมิ) เป็นเทวดาชั้นต่ำ แค่บ้านอยู่ยังไม่มีปัญญาสร้าง ต้องให้คนเมตตาสร้างให้ สร้างบ้านให้เขาแล้ว เขาควรมากราบไหว้คนสร้างให้ นี่อะไร คนยังมานั่งไหว้เขาปลกๆ ดูแล้วมันน่าหัวเราะ... พระพรหมมังคลาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ) ได้เขียนหนังสือที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาไว้มากมาย เช่น
               
๑. ทางสายกลาง
               ๒. คำถามคำตอบพุทธศาสนา
               ๓. คำสอนในพุทธศาสนา
               ๔. หน้าที่ของคนฉบับสมบูรณ์
               ๕. รักลูกให้ถูกทาง
               ๖. ทางดับทุกข์
               ๗. อยู่กันด้วยความรัก
               ๘. อุดมการณ์ของท่านปัญญา
               ๙. ปัญญาสาส์น
               ๑๐. ชีวิตและผลงาน
               ๑๑. มรณานุสติ
               ๑๒. ทางธรรมสมบูรณ์แบบ
               ๑๓. ๗๒ ปี ปัญญานันทะ เป็นต้น

           มรณภาพ
          
พระพรหมมังคลาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ) ได้มรณภาพลงอย่างสงบด้วยอาการโรคปอดอักเสบและไตวายเฉียบพลัน ณ โรงพยาบาลศิริราช กรุงเทพฯ เมื่อเวลา ๐๙.๐๕ น. ของวันพุธที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๐ สิริอายุรวมได้ ๙๖ ปี ๔ เดือน ๒๙ วัน พรรษา ๗๖ การมรณภาพของท่าน พระผู้เป็นสุปฏิปันนสาวกขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระพุทธบุตรผู้เป็นประทีปส่องทางชีวิตแก่ชาวพุทธทั้งปวง ถือได้ว่าเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ของวงการคณะสงฆ์ไทย ท่ามกลางความเศร้าสลดอาลัยของคณะสงฆ์ คณะศิษยานุศิษย์ และพุทธศาสนิกชนทั่วไปเป็นอย่างยิ่ง ที่ต้องสูญเสียปูชนียสงฆ์รูปสำคัญอันเป็นแม่ทัพธรรมระดับแนวหน้าไปอย่างสงบ เหลือทิ้งไว้แต่ผลงานอันทรงคุณค่าคุณูปการยิ่งที่อุทิศให้แด่พระพุทธศาสนา เป็นอนุสรณ์แห่งความทรงจำไว้เบื้องหลัง ในการนี้พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์พิธีศพ  พระพรหมมังคลาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ) อดีตเจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษฎ์ จังหวัดนนทบุรี เป็นอเนกประการ ประกอบด้วย
          (๑) พระราชทานพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม กำหนด ๗ คืน
          (๒) การบำเพ็ญพระราชกุศล ๗ วัน, ๕๐ วัน, ๑๐๐ วัน
          (๓) บำเพ็ญพระราชกุศลออกเมรุพระราชทานเป็นกรณีพิเศษ พร้อมทั้งพระราชทานสิ่งของได้แก่ หีบพร้อมเครื่องสุกำศพ พร้อมดอกไม้ประดับศพ เมรุ ดอกไม้จันทน์แก่แขกที่มาพระราชทานเพลิงศพ ผ้าไตรพร้อมจตุปัจจัยถวายพระสงฆ์บังสุกุลก่อนเคลื่อนศพ พระนำศพ พระบังสุกุลก่อนพระราชทานเพลิงศพ พระสามหาบ (พระเก็บกระดูก) จตุปัจจัยถวายพระสงฆ์หน้าไฟ ภัตตาหารถวายบรรจุปิ่นโตถวายพระพระราชทาน ลุ้งสำหรับใส่อังคาร น้ำเลี้ยงพระสงฆ์และแขกที่มาร่วมงานทั้งหมด โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานเป็นกรณีพิเศษ 
ส่วนโกศทองแปดเหลี่ยมกับเครื่องประกอบพิธีศพ น้ำหลวงสรงศพ สวดพระอภิธรรม ๓ คืน และไตรครอง ๑ ไตรนั้นเป็นสิ่งที่ต้องได้รับพระราชทานตามระดับชั้นสมณศักดิ์                                      


ผลงานสำคัญ

 


ข้อมูลพื้นฐาน
ชื่อ/สถานที่/เรื่อง
พระพรหมมังคลาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ)
ที่อยู่
จังหวัด
พัทลุง


วีดิทัศน์

บรรณานุกรม

ประวัติพระพรหมมังคลาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ). (2561). ประวัติพระพรหมมังคลาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ). สืบค้น 29 มิ.ย. 69, จาก 
                  https://link.psu.th/HH9RAT

ประวัติและปฏิปทาพระพรหมมังคลาจารย์ (หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ). (2552). สืบค้น 29 มิ.ย. 69, จาก https://link.psu.th/A5wWgc


รูปภาพ
 
      Font Size  
Back to Top
Khunying Long Athakravisunthorn Learning Resources Center
Prince of Songkhla University ©2018-2026