
เห้ง โสภาพงศ์ ศิลปินพื้นบ้านดีเด่น ปี พ.ศ. ๒๕๒๘ และศิลปินแห่งชาติ ปี พ.ศ. ๒๕๒๙ เกิดเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๕๕ ที่บ้านหน้าวัดพระบรมธาตุ อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นบุตรของนายชี นางนุ้ย โสภาพงศ์ เมื่ออายุได้ ๘ ปี ได้รับการศึกษาจบชั้นประถมปีที่ ๓ ที่โรงเรียนพระเสื้อเมือง ซึ่งปัจจุบันเป็นโรงเรียนวัดพระมหาธาตุ แล้วเข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนช่างถม ที่วัดวังตะวันออก ในปัจจุบันเปลี่ยนชื่อมาเป็นวิทยาลัยศิลปหัตถกรรมนครศรีธรรมราช จนจบหลักสูตรช่างถมเมื่อปี พ.ศ ๒๔๗๑ ได้ฝึกปฏิบัติงานช่างถมที่โรงเรียนอยู่ ๓ ปี จากแล้วออกไปเป็นช่างถมประจำอยู่ร้านสุพจน์ ซึ่งที่นี้ท่านได้รับการฝึกหัดทำเครื่องถมเป็นพิเศษจากช่างรุ่ง สินธุรงค์ช่างถมที่มีฝีมือชั้นครู จนทำให้นายแห้งเป็นช่างถมที่มีฝีมือยอดเยี่ยมในจังหวัดนครศรีธรรมราช ท่านได้สมรสกับนางต้น มีบุตรธิดา ๘ คน ในจํานวนนี้มีผู้ชาย ๒ คน คือโสฬส โสภาพงศ์ และจรวย โสภาพงศ์ ที่ได้สืบทอดวิชาการทําเครื่องถมต่อมา
เห้ง โสภาพงศ์ ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นช่างถมที่มีฝีมือยอดเยี่ยมของจังหวัดนครศรีธรรมราช ท่านได้ใช้ชีวิตอยู่กับเครื่องถมศิลปหัตถกรรมลือชื่อของเมืองนครศรีธรรมราชมากว่า ๖๐ ปี ด้วยความสนใจยิ่งเพราะนายเห้งรู้ว่าเครื่องถมเป็นมรดกทางหัตถกรรมชั้นสูง ที่บรรพบุรุษชาวนครศรีธรรมราชสั่งสมมาจนได้ชื่อว่าถมนคร จากที่ท่านเป็นผู้ที่มีเมตตากรุณาเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ พร้อมที่จะถ่ายทอดวิชาความรู้แก่ศิษย์และผู้สนใจตลอดเวลา งานฝีมือทุกชิ้นของท่านจะมีการพัฒนาอยู่เสมอทุกครั้งที่ปรารภถึงอนาคตของเครื่องถม ท่านมักจะแสดงความวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัดและพูดอยู่เสมอว่าเครื่องถมนี้อาภัพนักหาช่างฝีมือในด้านนี้ได้ยากลงทุกขณะ เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจได้บีบรัดจนทําให้ช่างถมต้องหันไปหาอาชีพอื่น ซึ่งผลิตงานได้ค่าตอบแทนที่เร็วกว่า ยิ่งในปัจจุบันแร่เงินและทองคําที่นํามาทําเครื่องถมมีราคาแพงขึ้นมาก จึงไม่ต้องมีผู้ใดกล้าสั่งทำครื่องถม โดยเฉพาะคือถมทองซึ่งต้องลงทุนสูงกว่าอมเงินหลายเท่า ทําให้ช่างถมหมดอาชีพไปทุกขณะ ประกอบกับช่างถมที่มีฝีมือก็ล้มหายตายจากไปมาก แม้ปัจจุบันจะมีโรงเรียนช่างถมหรือวิทยาลัยศิลปหัตถกรรมชิ้นที่นครศรีธรรมราชก็ตาม แต่วิชาช่างถมก็เป็นแค่เพียงแผนกหนึ่งของสถาบันนี้เท่านั้น ผู้ที่เลือกเรียนวิชานี้ก็มีน้อยอนาคตของเครื่องถมจึงเป็นเรื่องที่น่าห่วงใยเป็นอย่างยิ่ง
เกียรติยศจากสังคม
เห้ง โสภาพงศ์ ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นช่างถมฝีมือเยี่ยมของจังหวัดนครศรีธรรมราช ท่านได้ใช้ชีวิตอยู่กับเครื่องถมมากกว่ ๖๐ ปี ด้วยความสนใจยิ่งได้สร้างผลงานด้วยความประณีตและพัฒนาอยู่เสมอ พร้อมที่จะเผยแพร่จะถ่ายทอดวิชาความรู้แก่ศิษย์และผู้สนใจตลอดเวลา จึงสมควรยกย่องไว้ในฐานะศิลปินประจำชาติ ด้วยเหตุนี้คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติจึงได้ประกาศยกย่องให้นายเห้ง โสภาพงศ์เป็นศิลปินพื้นบ้านดีเด่น ประจําปี ๒๕๒๘ สาขาเครื่องถม เมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๒๙ ต่อมาในวันที่ ๘ มกราคม ๒๕๓๐ คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติก็ได้ประกาศยกย่องให้เป็นศิลปินแห่งชาติ ประจําปี ๒๕๒๙ สาขาทัศนศิลป์ (เครื่องถม) เข้ารับพระราชทานรางวัลจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จึงนับเป็นเกียรติคุณแก่ตนเอง และครอบครัวสูงยิ่ง ท่านได้ถึงแก่กรรมด้วยโรคหัวใจวาย เมื่อ ๒๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๒ สิริรวมอายุได้ ๘๘ ปี

ภาพจาก : https://www.dek-d.com/board/knowledge/3684807/
เครื่องถมที่เห้ง โสภาพงศ์ ได้ประดิษฐ์มีตั้งแต่สิ่งของเล็ก ๆ เช่น แหวน ล็อกเกต กําไล ไปจนถึงติของชิ้นใหญ่ ๆ เช่น ขัน พาน ถาด การประดิษฐ์ทําด้วยมือทั้งสิ้น นับตั้งแต่การขึ้นรูป การเขียนลวดลาย การสลัก การผม และการขัด โดยใช้ความชํานิชํานาญและความละเอียดลออ ความอุตสาหะวิริยะเป็นสําคัญ เครื่องถมเหล่านี้ได้ถูกจําหน่ายจ่ายแจกและเปลี่ยนมือไปหลายต่อหลายแห่ง ที่มีสะสมและตรทอดอยู่บ้างในเวลานี้ พอจะหาดูได้ในวิหารเขียนวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร นครศรีธรรมราช ผลงานที่ท่านภาคภูมิใจที่สุดก็คือชุดน้ำชาถมทอง ซึ่งได้ร่วมกับช่างถมชาวนครหลายคนประดิษฐ์ขึ้น เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๒ ชุดน้ำชาถมทองชุดนี้เป็นชุดที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้ทรงนำไปพระราชทานแด่ประธานาธิบดีโอเซนฮาวด์ แห่งสหรัฐอเมริกา ในคราวเสด็จประพาสหรัฐอเมริกาและยุโรปครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๓ ในช่วงเวลา ๕๐ ปีเศษของการเป็นช่างถม นายเห้งได้ทําเครื่องถมเพื่อจําหน่ายบ้าง ทําตามที่ลูกค้าสั่งบ้าง รวมหลายร้อยชิ้น ในจํานวนนี้เคยส่งเข้าประกวดในงานศิลปหัตถกรรมที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม จัดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๔ และได้รับรางวัลที่ ๓

ภาพจาก : https://www.dek-d.com/board/knowledge/3684807/
วิทยาลัยครูนครศรีธรรมราช ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช. (2531). อนุรักษ์มรดกไทยในนครศรีธรรมราช 2531. นครศรีธรรมราช :
วิทยาลัยครูนครศรีธรรมราช ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช.
ศิลปินระดับภูมิภาค. (2564). สืบค้นวันที่ 17 พ.ค. 64, https://www.dek-d.com/board/knowledge/3684807/