ทวดในสังคมไทยแบ่งได้เป็น ๓ ประเภท ประกอบด้วยทวดที่อยู่ในรูปคน ทวดที่อยู่ในรูปสัตว์ และทวดที่ไม่มีรูป ทวดที่เชื่อว่าอยู่ในรูปคนหมายถึงวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ที่สถิตย์อยู่สถานที่ใดสถานที่หนึ่ง และวิญญาณดังกล่าวสามารถให้คุณให้โทษแก่มนุษย์ได้ เช่น ทวดกลาย แห่งอำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช ทวดคำแก้วหรือขุนโหร แห่งตำบลสทิงหม้อ อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา เป็นต้น ทวดหมายถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในความเชื่อของชาวไทยถิ่นใต้ และคนในรัฐทางตอนเหนือของประเทศมาเลเซีย ในหมู่ของชาวมาเลเซียเชื้อสายไทยที่เรียกตนเองว่าไทยสยาม มีความเชื่อร่วมกันว่าทวดเป็นดวงวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นพ่อแม่ของปู่ย่าตายาย บรรพชน หรือผู้มีบุญวาสนาที่ล่วงลับดับสูญไปแล้วและรวมถึงเทวดากึ่งสัตว์ประเภทพญาสัตว์ อันมีลักษณะพิเศษที่สง่าและน่ายำเกรงกว่าบรรดาสัตว์สามัญปกติโดยทั่วไป มีความเชื่อร่วมกันว่าหากเซ่นสรวงบูชาแก่ทวดแล้ว จะก่อให้เกิดความรุ่งเรืองและได้รับการคุ้มครองป้องกันภัยต่าง ๆ ได้ แต่หากมีการลบหลู่ดูหมิ่นก็จะได้รับโทษทันฑ์หรือผลเสีย ตลอดถึงความวิบัติต่าง ๆ ตามมาในไม่ช้า ทวดจึงเป็นดวงวิญญาณอันมีเดชานุภาพ จึงต้องมีการปฏิบัติบูชาที่ถูกต้องหากมีการล่วงละเมิดก็จะให้โทษได้
ทวดกลายหรือโต๊ะกลายอดีตนักรบบรรพชนและจอมขมังเวท ผู้ปกปักรักษาสะพานข้ามคลองกลาย อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช มีอนุสรณ์สถานเป็นรูปปั้นชายนั่งขัดสมาส มือทั้งสองข้างวางไว้บนเข่า ห่มสไบเฉียง และโพกหัวด้วยผ้าสีขาว ตั้งวางอยู่ในศาลาเชิงสะพานฝั่งตำบลสระแก้ว จุดสถิตจิตวิญญาณบรรพชน ที่คนในพื้นที่เชื่อกันว่ามีฤทธิ์ดั่งเทวดาอารักษ์ หากท่านขับรถผ่านไปทางสิชลก่อนข้ามสะพานกลาย ทางด้านซ้ายมือคงจะเห็นศาลทวดกลา สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของพี่น้องแถบนี้ ความศรัทธาในการบนบานบอกกล่าว เห็นได้จากเสียงบีบแตรรถ ไก่ชน เสียงปะทัด และการทรงเจ้าเข้าทรงในทุก ๆ ปี รวมไปถึงความเชื่อที่ว่าคนสองฝั่งคลองไม่กล้าทำความสกปรกลงในคลองสายนี้ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับหมูเพราะเชื่อว่าทวดกลายเป็นมุสลิม วันดีคืนดีทวดกลายจะปรากฏให้เห็นในรูปของจระเข้ตัวใหญ่ เพื่อย้ำเตือนสติลูกหลานมุ่งคิดดี ทำดี รักษาอย่าทำลายทรัพยากรธรรมชาติ เชื่อกันโดยทั่วไปว่าทวดกลายคือลูกหลานสามสี่พีน้องที่คุ้มครองเมืองนครในสมัยอดีต ทวดกลายนั้นมีเชื้อสายมาจากพระยาไทรบุรี กล่าวคือในครั้งแผ่นดินพระเจ้าปราสาททอง แห่งกรุงศรีอยุธยา เจ้าพระยาไทรบุรีได้นำนายหวาน (ต่วนกูหวาน) ต่อมาคือพระยารามราชเดโช (หวาน) บุตรชายเข้าไปถวายให้เป็นมหาดเล็กของเจ้าฟ้านายรายณ์โอรสของพระเจ้าปราสาททอง เพื่อนมหาดเล็กด้วยกันมีนายทองคำ ลูกเจ้ากรมคชบาล นายเผื่อน ลูกเจ้าพระยาพิษณุโลก นายเหล็ก นายปาน ลูกเจ้าแม่วัดดุสิต นายน้อย ลูกเจ้าพระยาราชบังสัน นายสังข์ ลูกเจ้าพระยายมราชเจ้าเมืองนครราชสีมา อยู่มาวันหนึ่งบ่าวทาสของต่วนกูทั้ง ๓ เกิดมีปากเสียงทะเลาะกันขึ้น กับข้าทาสของเศรษฐีนบไทรเรื่องน้ำใช้ที่คลองปากหราม เศรษฐีนบไทรว่ากล่าวเสียดสีต่วนกูทั้ง ๓ ว่า...เป็นถึงหัวหน้าจะหาน้ำให้ลูกน้องใช้ก็ไม่ได้จนจะตาย... ต่วนกูทั้ง ๓ เมื่อรู้เรื่องก็โกรธเคืองเป็นอย่างมาก จึงกะเกณฑ์พรรคให้ขุดคลองต่อจากคลองในเขียวถึงจันพอแล้วไปเชื่อมต่อกับลำน้ำที่ปากพยิง จึงมีน้ำใช้ตั้งแต่นั้นมาเนื่องจากความสมบูรณ์ของพวกจันพอ จึงทำให้เศรษฐีนบไทรเกิดการอิจฉาต่วนกูทั้ง ๓ พี่น้องขึ้นอีก จึงร้องเรียนกล่าวหาไปยังเจ้าเมืองนครคนใหม่ให้ทราบว่าต่วนกูทั้ง ๓ พี่น้องนั้นคิดขบถ ซ่องสุมผู้คนไว้มากเพื่อต้องการเข้ายึดเมืองนคร ให้ทางบ้านเมืองเกณฑ์ทหารไปปราบเสียแต่เนิ่น ๆ ก็จะดี เจ้าเมืองนครคนนี้หูเบาจึงเกณฑ์รี้พลออกไปปราบ ฝ่ายพวกจันพอมีพรรคพวกน้อยกว่าแต่ก็สู้ศึกเต็มที่ ในที่สุดต่วนกูนาดตายในสนามรบ น้องหญิงคือเจ้านายนอกหน้ากับต่วนกูกลายเห็นว่าสู้ไม่ได้ จึงได้พาพรรคพวกหนีเข้าป่าเขาลำเนาไพรมุ่งสู่กรุงชิง กรุงนาง บ้านนบ บ้านเปียน ซึ่งเป็นชัยภูมิที่เหมาะอยู่ทางทิศตะวันตก (ในเขตอำเภอนบพิตำปัจจุบันและเป็นถิ่นกำเนิดของคลองกลาย) ต่วนกูกลายและเจ้านายนอกหน้าพร้อมกับพรรคพวกเมื่อหลบหนีขึ้นไปอยู่ตอนบนของคลองกลายนานพอสมควร พิจารณาเห็นว่าทางบ้านเมืองอาจติดตามไปรบกวนอีก ประจวบกับการทำมาหากินลำบากก็ถอนร่นลงมาอยู่ทางตอนล่างริมฝั่งคลองกลายแถวบ้านสระแก้วตลอดไปจดปากน้ำกลายเป็นแห่งสุดท้าย จึงทำให้ครอบครัวอิสลามอาศัยอยู่ริมทะเลแถวปากน้ำกลายสืบมาจนถึงปัจจุบันนี้
เมื่อต่วนกูกลายมาอยู่แถบนี้ก็ตั้งหน้าทำมาหากินไป เนื่องจากต่วนกูกลายเป็นผู้มีวิชาความรู้ มีความสามารถมีเวทมนต์คาถาแก่กล้าในวิชาไสยศาสตร์อยู่ยงคงกระพัน แต่มีใจเมตตากรุณาต่อคนทั้งหลาย จึงทำให้เป็นที่เคารพนับถือยำเกรงต่อคนทั่วไป เป็นเหตุให้ต่วนกูกลายมีสมัครพรรคพวกเพิ่มมากขึ้นอีก กลายเป็นผู้มีอิทธิพลครองคนทั่วไปทั้งสองฝั่งคลองกลาย ตั้งแต่ตอนบนไปจดทะเล ข่าวนี้รู้ไปถึงเจ้าเมืองนครอีกครั้งหนึ่ง จึงจัดทหารฝีมือดีมา ๑ กองพันไปปราบ สั่งให้จับต่วนกูกลายให้ได้ เมื่อทหารยกไปถึงก็เกิดการต่อสู้กันขึ้น ทหารล้อมพรรคพวกของต่วนกูกลายไว้ได้ ต่วนกูกลายโพกศีรษะด้วยผ้าประเจียดพร้อมด้วยของขลัง มือถือดาบทั้งสองข้างออกต่อสู้กับทหารของเมืองนครอย่างไม่หวาดหวั่นเกรงกลัวอะไรทั้งสิ้น สองมือถือดาบกวัดแกว่งอย่างทะนงไม่กลัวความตาย แต่เนื่องจากพรรคพวกมีน้อยกว่ามาก บางพวกก็วิ่งหนีบางพวกก็ตั้งหน้าสู้ แต่น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟทหารจึงจับได้ตัวเจ้านายนอกหน้ากับพวกที่หนีไม่ทัน ลูกหลานกับข้าทาสหนีไปได้มากกว่าที่ถูกจับ พวกที่ถูกจับได้ถูกนำตัวไปส่งเจ้าเมืองนคร เจ้านายนอกหน้าเจ้าเมืองนครรับเลี้ยงดูเป็นภรรยาต่อไป เนื่องจากเป็นสตรีที่มีคุณสมบัติหลายประการ เช่น รูปสวย กิริยามารยาทดี ตระกูลดี เจ้าเมืองรักใคร่หลงใหลมาก และเมื่อเจ้านายนอกหน้าท้องแก่ถึงกำหนดคลอดก็อนุญาตให้ไปคลอดที่บ้านจันพอ ซึ่งเป็นที่ตั้งถิ่นฐานเดิมของท่านมาก่อน เมื่อถึงเวลาคลอด แต่คลอดไม่ออกเลยเสียชีวิตทั้งแม่และลูก พวกลูกหลานได้เชิญศพไปฝังไว้กับศพของต่วนกูนาดซึ่งเป็นพี่ชาย ส่วนต่วนกูกลายได้ต่อสู้อยู่จนค่ำทหารก็ยังหาจับตัวไปถวายเจ้าเมืองนครไม่ได้ แต่ถึงคราวเคราะห์ดาบหลุดกระเด็นจากมือทั้งสอง เนื่องจากต้องต่อสู้กันมานานและฝ่ายตรงกันข้ามมีมากกว่า ปัดป้องฟันแทงจนดาบกระเด็นจึงออกวิ่งหนีเอาตัวรอดก่อน โดยหนีไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีจุดหมายและไม่มีข่าวท่านอีกเลยว่าเป็นหรือตาย ต่อมาชาวมุสลิมคนหนึ่งชื่อหว่าหลีได้พบศพของต่วนกูกลายลอยน้ำเข้ามาทางปากน้ำกลาย และศพนั้นไม่เน่าไม่เปื่อยและไม่เหม็น รูปร่างยังคงสภาพเดิม พวกลูกหลานจึงได้นำศพไปฝังไว้ที่ริมคลองกลายใกล้ ๆ กับปากน้ำกลาย (ทางฝั่งซ้ายของคลองกลายในเขตหมู่ที่ ๑ ตำบลกลาย อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช สถานที่ฝังศพถูกกระแสน้ำกัดเซาะพังทลายไป เมื่อ ๕๐ กว่าปีมานี้ (และเป็นที่รู้กันว่าทุกครั้งที่ขับรถผ่านไปทางสิชลก่อนข้ามสะพานกลายทางด้านซ้ายมือจะมองเห็น “ศาลทวดกลาย” สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของพี่น้องแถบนี้ ความศรัทธาในการบนบาน บอกกล่าว เห็นได้จากเสียงบีบแตรรถ ไก่ชน เสียงปะทัด แผ่นทองคำเปลวที่ถูกปิดจนเหลืองอร่ามไปทั่วรูปปั้น ผ้าสีขาว รูปปั้นไก่ และการทรงเจ้าเข้าทรงในทุก ๆ ปี แทนคำบ่งบอกถึงความศักดิ์สิทธิ์ หลังคำตั้งจิตอฐิษฐาน สัมฤทธิ์ผล โดยเฉพาะขอให้หายเจ็บป่วย ขอให้สอบเข้าเรียนหรือทำงานได้ตามต้องการ รวมไปถึงความเชื่อที่ว่า...คนสองฝั่งคลองไม่กล้าทำความสกปรกลงในคลองสายนี้โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับหมู เพราะเชื่อว่าทวดกลายเป็นมุสลิม....อัศจรรย์แห่งเรื่องเล่านี้ยิ่งตอกย้ำความเลื่อมใสของผู้คน ความแตกต่างในทางศาสนาไม่อาจบดบังแรงศรัทธา ความเชื่อในบารมีของคนมีอาคมจะปกปักรักษานำมาสู่การตั้งศาลเคารพบูชาท่านเป็นนักรบ ที่ต่อสู้กันแล้วมีวิชาคาถาอาคมอะไรอยู่มากมาย รวมทั้งมีความเมตตาต่อชาวบ้านและก็เลยเป็นที่เคารพนับถือของคนในละแวกสายน้ำนี้ คือสายน้ำกลายตั้งแต่นบพิตำ กรุงชิง ลงมาไล่มาแล้วมาออกทะเลที่นี่ พื้นที่ตรงนี้จึงเป็นพื้นที่เคารพนับถือพ่อท่านกลายมาวันนี้ ลูกหลานรุ่นหลังแทบจะจดจำเรื่องทวดกลายไม่ได้ ลืมไปว่าก่อนหน้านี้ไม่นาน ทวดกลายคือสิ่งยึดเหนี่ยวของคนแถบนี้ทั้งพี่น้องพุทธ มุสลิม โดยมีศรัทธาเป็นตัวตั้งมากกว่าการสร้างรูปเคารพที่ผิดหลักศาสนา วันนี้ทวดกลายเป็นที่พึ่งหนักไปในเรื่องอันควร เห็นได้จากรูปไก่ชนรายรอบแต่ผู้คนส่วนใหญ่ยังเชื่อว่าทวดกลายยังคงเฝ้ามองและปกป้องคนแถบนี้ เสมือนว่าท่านยังมีชีวิตอยู่ ทวดกลายศรัทธาและความศักดิ์สิทธิ์ คงไม่เป็นตำนานและรอยศรัทธาที่ผ่านวันเวลาเป็นแน่แท้ หากลูกหลานทวดกลายรักษาทรัพยากรและความดีงาม รวมทั้งปากน้ำกลายให้เป็นดังเดิมแม้ทวดกลายจะสิ้นลมหายใจไปกว่า ๒๐๐ ปีแล้ว แต่ความเคารพนับถือหาได้เลือนหายไปตามวันเวลา
ศาลาทวดกลาย
.jpg)
ภาพจาก: https://library.wu.ac.th/nst_localinfo/klai-great-grandfather/
%202.jpg)
ภาพจาก: https://www.facebook.com/photo.php?fbid=4475946609352912&set=a.1385341988413405&type=3
ศาลาทวดกลาย ตั้งอยู่หมู่ที่ ๕ ตำบลสระแก้ว อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช ติดกับบริเวณสะพานคลองกลาย ชาวบ้านทั่วไปจะเรียกว่า “พ่อท่านกลาย” เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวตำบลสระแก้ว นักท่องเที่ยว และผู้สัญจรไปมาให้ความเคารพนับถือเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจหากขับรถผ่านไปทางสิชลก่อนข้ามสะพานกลายทางด้านซ้ายมือคงเห็น “ศาลทวดกลาย” สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของพี่น้องแถบนี้ ความศรัทธาในการบนบาน บอกกล่าว เห็นได้จากเสียงบีบแตรรถ ไก่ชน เสียงปะทัด และการทรงเจ้าเข้าทรงในทุก ๆ ปี รวมไปถึงความเชื่อที่ว่า..คนสองฝั่งคลองไม่กล้าทำความสกปรกลงในคลองสายนี้โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับหมู เพราะเชื่อว่า ทวดกลายเป็นมุสลิม... วันดีคืนดีที่ผ่านมาทวดกลายจะปรากฏให้เห็นในรูปของจระเข้ตัวใหญ่ เพื่อย้ำเตือนสติลูกหลานให้มุ่งคิดดีทำดี อย่าทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ช่วยกันรักษาสายน้ำให้เป็นสมบัติของแผ่นดินสืบไป
คลังสารสนเทศนครศรีธรรมราช มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์. (2566). ทวดกลาย : จากสายเลือดนักรบบรรพชนผู้กล้าหาญ สู่เทวดาอารักษ์คลองกลาย.
สืบค้น 27 พ.ค.69, จาก https://library.wu.ac.th/nst_localinfo/klai-great-grandfather/