สมเด็จเจ้าเกาะยอ
 
Back    26/01/2021, 16:28    1  

หมวดหมู่

บุคคลสำคัญ


ประวัติ

     พ่อสมเด็จเจ้าเกาะยอหรือพ่อท่านสมเด็จเจ้าเป็นพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ชั้นสมเด็จพระราชาคณะในสมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นปูชนียบุคคลและศูนย์รวมจิตใจและสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุดของชาวเกาะยอสืบมาตั้งแต่โบราณ เหตุที่ชาวเกาะยอเรียกว่า “พ่อ” น้ําหน้า “สมเด็จ” ตามตํานานเล่าว่าท่านเกิดในสมัยสมเด็จพระเอกาทศรถ แห่งกรุงศรีอยุธยา และเป็นสหายเพื่อนเกลอกับสมเด็จวัดพะโคะหรือหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด และสมเด็จเกล้าเกาะใหญ่ ท่านเลือกจำพรรษาอยู่บนภูเขาสูงที่สุดของเกาะยอ และอยู่ใกล้บ่อน้ำที่อยู่เชิงเขา โดยชาวเกาะยอได้สร้างกุฏิให้ท่านจำพรรษา (เป็นที่มาของชื่อเขากุฏ) ท่านจำพรรษาอยู่บนเขากุฎจนมรณภาพ ต่อมาชาวเกาะยอและสานุศิษย์ได้ก่อสร้างเจดีย์แบบจตุรมุขย่อมุมสิบสอง พร้อมสร้างรูปเคารพตัวท่าน โดยสร้างตามแบบอย่างพระพุทธรูปจํานวน ๔ องค์ ประดิษฐานไว้ที่จัตุรมุขขององค์เจดีย์ ซึ่งนิมิตหมายความว่าขอความศักดิ์สิทธิ์และบุญบารมีของพ่อสมเด็จเจ้า ได้โปรดช่วยปกป้องคุ้มครองดูแลลูกหลานชาวเกาะยอให้ พ้นจากอันตรายทั้งปวง และอยู่เย็นเป็นสุขทั้งสี่ทิศ ชาวตําบลเกาะยอมีความเชื่อว่าพ่อสมเด็จเจ้าเกาะยอ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สําคัญของชาวบ้านในตําบลเกาะยอและพื้นที่ใกล้เคียง
         
สมเด็จเจ้าเกาะยอหรือพระราชมุนีเขากุด ท่านเกิด ณ ตำบลบ้านพรุ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เป็นบุตรคนที่ ๒ ของนายคำมี กับนางแก้ว นามเดิมท่านชื่อว่า "ขาว" ครั้งเมื่อเกิดมากลางฝ่ามือของท่านเป็นรูปดอกบัวสีขาว เมื่ออายุ ๒๐ ปี ตาของท่านได้นำไปฝากกับอธิการอ่ำ วัดต้นปาบ ตำบลบ้านพรุ เพื่อบวชเป็นสามเณรศึกษาเล่าเรียน ต่อมาได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ และอยู่จำพรรษาอยู่ที่วัดต้นปาบอยู่ ๗ พรรษา เมื่อศึกษาหลักธรรมจนแตกฉาน จึงขอลาพระอธิการอ่ำเพื่อออกเดินธุดงค์ ต่อมาท่านจำพรรษอยู่ที่วัดสุวรรณคีรี ตำบลหัวเขา อำเภอสิงหนคร อยู่ ๖ พรรษา ก่อนท่านจะออกเดินธุดงค์ไปตามที่ต่าง ๆ เพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนา การเดินทางต้องเดินทางเท้าผ่านป่า ภูเขา แม่น้ำ ลำคลอง และอุปสรรคมากมายจนมาถึงเกาะยอ ชาวบ้านจึงได้สร้างกุฏิให้ท่านใช้เป็นสถานที่เผยแผ่พระพุทธศาสนาบนภูเขา ซึ่งเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในเกาะยอ ชาวเกาะยอเรียกภูเขานี้ว่า “เขากุฏิ” ภูเขาแห่งนี้เป็นที่ตั้งกุฏิของสมเด็จเจ้าเกาะยอ จากสภาพพื้นที่เกาะยอมีน้ำล้อมรอบ การเดินทางมาต้องอาศัยเรือเท่านั้น สภาพบนเกาะยอเป็นภูเขาที่มีป่าปกคลุม การเดินทางค่อนข้างลำบาก เมื่อสมเด็จเจ้าเกาะยอเดินทางเข้ามาเพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนาอบรมสั่งสอนให้ชาวเกาะยอ ประพฤติตนเป็นคนดี ปฏิบัติตามหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนา จนเป็นที่พึ่งทางจิตใจสำหรับชาวเกาะยอทุกคน เมื่อออกพรรษาแแล้วท่านก็ได้ออกเดินธุดงค์ต่อไปยังเมืองสทิงพระ และพบกับสมเด็จเจ้าพะโคะหรือหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด เพื่อสนทนาธรรม ระหว่างที่หลวงปู่ทวดกับสมเด็จเจ้าเกาะยอกำลังสนทนาธรรมกันอยู่นั้น สมเด็จเจ้าเกาะยอตั้งสัจอธิษฐานว่าหากตัวท่านและสมเด็จเจ้าพะโคะได้ร่วมสร้างบารมีร่วมกันมา ขอให้สมเด็จเจ้าพะโคะนั่งอยู่บนพรมสีแดง เหตุการณ์อัศจรรย์ก็เกิดขึ้นเมื่อสมเด็จเจ้าเกาะยออธิษฐานเสร็จสิ้นก็เห็นสมเด็จเจ้าพะโคะนั่งอยู่บนพรมสีแดง หลังจากนั้นทั้งสององค์จึงออกเดินธุดงค์ไปด้วยกัน จนไปพบสมเด็จเจ้าเกาะใหญ่เพื่อสนทนาธรรม ระหว่างสนทนาธรรมสมเด็จเจ้าเกาะยอได้ตั้งสัจอธิษฐานต่อว่าหากตัวท่าน กับสมเด็จเจ้าเกาะใหญ่เคยสร้างบุญบารมีร่วมกันมาตั้งแต่ชาติปางก่อน ก็ขอให้สมเด็จเจ้าเกาะใหญ่ยืนอยู่บนพรมสีเหลือง เมื่ออธิษฐานเสร็จท่านก็เห็นสมเด็จเจ้าเกาะใหญ่ยืนอยู่บนพรมสีเหลืองจริง ๆ ต่อมาทั้ง ๓ ท่านจึงร่วมออกเดินธุดงค์เพื่อไปพบกับสมเด็จเจ้าท่าเภา (วัดท่าสำเภาเหนือ จังหวัดพัทลุง) ชาวบ้านมักเรียกท่านว่าสมเด็จเจ้าพรหมทอง โดยสมเด็จเจ้าเกาะยอได้ตั้งสัจอธิษฐานอีกคราว่าครั้งนี้หากสมเด็จเจ้าท่าเภาเคยร่วมบุญบารมีกับท่านมา ก็ขอให้สมเด็จเจ้าท่าเภานั่งบนพรมสีขาว ผลปรากฏว่าเป็นไปตามดังที่สมเด็จท่านอธิษฐานไว้  สมเด็จเจ้าทั้งสี่ออกเดินทางธุดงค์ร่วมกันอยู่ระยะหนึ่งก็แยกจากกัน โดยสมเด็จเจ้าพะโคะออกเดินธุดงค์กลับไปที่วัดช้างไห้ สมเด็จเจ้าท่าเภาเดินกลับไปที่วัดท่าสำเภาเหนือ และสมเด็จเจ้าเกาะใหญ่เดินทางกลับไปวัดสูงเกาะใหญ่ ส่วนสมเด็จเจ้าเกาะยอได้ออกเดินธุดงค์ไปเมืองสงขลา ลงเรือข้ามฝั่งที่เกาะยอ บ้านแหลมพ้อ ตำบลเกาะยอ ท่านไปปักกลดจำพรรษาอยู่บริเวณนี้นานถึง ๗ เดือน จึงเดินทางกลับไปเยี่ยมบิดาและมารดา ณ บ้านพรุ และจำพรรษาที่วัดต้นปาบ ระหว่างที่ท่านจำพรรษาอยู่นั้นสมเด็จเจ้าเกาะยอได้เหยียบรอยเท้าเอาไว้ในบริเวณวัดต้นปาบ ต่อมาชาวบ้านเรียกวัดต้นปาบว่าวัดพระบาทบ้านพรุ หลังจากนั้นสมเด็จเจ้าเกาะยอเดินทางกลับไปยังเกาะยออีกครั้งหนึ่ง ท่านได้ไปปักกลดอยู่บนภูเขาลูกหนึ่งชื่อว่า "เขากุุฏิ" (เขากุฏิ มาจากการเป็นที่ตั้งของกุฏิสมเด็จเจ้าเกาะยอ) คืนวันหนึ่งระหว่างที่สมเด็จเจ้านั่งสมาธิยู่นั้น ได้เกิดนิมิตรเห็นองค์สมเด็จพระพุทธเจ้าเสด็จลอยลงมายังยอดเขา ทำนายว่าต่อไปสถานที่แห่งนี้จะเป็นที่ศักดิ์สิทธิ์ ขอให้สมเด็จท่านจำพรรษอยู่ที่นี่ให้สร้างรูปเหมือนพระพุทธองค์ ต่อมาสมเด็จเจ้าเกาะยอก็ได้สร้างพระพุทธรูปประดิษฐานยังยอดเขากุฏิ จนกระทั่งสมเด็จพระเอกาทศรถแห่งกรุงศรีอยุธยาทรงเห็นว่า สมเด็จเจ้าเกาะยอเป็นผู้มีบุญญาธิการสูง จึงได้โปรดเกล้าฯ พระราชทานสมณศักดฺ์ว่า "พระราชมุนีเขากุฏิ" แต่ชาวบ้านโดยทั่วไปมักเรียกท่านว่า "สมเด็จเจ้าเกาะยอ" หรือ "สมเด็จเจ้าเขากุฏิ"


ข้อมูลพื้นฐาน
ชื่อ/สถานที่/เรื่อง
สมเด็จเจ้าเกาะยอ
ที่อยู่
จังหวัด
สงขลา


วีดิทัศน์

บรรณานุกรม

สมเด็จเจ้าเกาะยอ กับพระสามสมเด็จภาคใต้. (2561). สืบค้นวันที่ 26 ม.ค. 64, จากlink.psu.th/S5Gbsk


รูปภาพ
 
      Font Size  
Back to Top
Khunying Long Athakravisunthorn Learning Resources Center
Prince of Songkhla University ©2018-2026