พ่อท่านยอด สุวณฺโณ
 
Back    19/08/2021, 13:10    24  

หมวดหมู่

บุคคลสำคัญ


ประวัติ


ภาพจาก : https://link.psu.th/5S1n6R

         พ่อท่านยอด สุวณฺโณ หรือพระอธิการยอด สุวณฺโณ อดีตเจ้าอาวาสวัดอ่าวบัว ตำบลเกาะใหญ่ อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวังสงขลา มีนามเดิมว่ายอด มณีพรหม มีบิดาชื่อพรหมแก้ว มารดาชื่อหอม เกิดเมื่อวันที่ ๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๒๓ ตรงกับวันศุกร์ ขึ้น ๔ ค่ำ เดือน ๑๒ ปีมะโรง ณ บ้านทุ่งบัว ในขณะนั้นคือหมู่ที่ ๑ ตำบลเกาะใหญ่ อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา ท่านมีพี่น้องร่วมบิดาทั้งหมด ๑๕ คน     บิดดาของท่านคือนายพรหมแก้ว มณีพรหม ซึ่งเป็นคนสำคัญของชาวเกาะใหญ่ โดยได้รับการแต่งตั้งจากทางราชการมีหน้าที่ปกครองดูแลชาวบ้านและมีอำนาจหน้าที่สำคัญคือเก็บส่วยสาอากรส่งทางราชการ    (ถ้าเปรียบปัจจุบันก็คือกำนัน) จึงเป็นที่เคารพรักของประชาชนทั่วไป โอกาสนี้พ่อท่านยอดเด็กน้อยก็ได้รับการถนอม อบรมกล่อมเกลาในวัยเด็กเป็นอย่างดี โตขึ้นพอจะศึกษาเล่าเรียนได้ บิดามารดาได้นำไปฝากท่าน อาจารย์คง วัดทุ่งบัว (วัดทุ่งบัวเดิมเรียกว่าวัดม่วงทอด) อาจารย์คงได้อบรมสั่งสอนอักขระสมัยตามแบบโบราณที่นิยมในยุคนั้น เรืยนหนังสือไทยและอักขระขอม เด็กชายยอดเป็นเด็กที่ฉลาด เรียนรู้เร็วและเป็นที่รักของท่านอาจารย์ ในปี พ.ศ. ๒๔๓๘ เมื่ออายึได้ ๑๖ ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณรอยู่กับอาจารย์คงที่วัดทุ่งบัว ๓ พรรษาก็ได้ละสิกขาออกมาอยู่กับบิดามารดาช่วยทำงานต่าง ๆ ต่อมาเมื่ออายุ ๒๒ ปี (พ.ศ. ๒๔๔๔) บิดามารดาได้นำไปอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ วัดทุ่งบัว มีพระอาจารย์ทองมาก เจ้าอาวาสวัดเชิงแสใต้ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์คง วัดทุ่งบัว เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอาจารย์ศรีนวล วัดเชิงแส เป็นพระอนุสาวนาจารย์ 
       เมื่อท่านได้บวชเป็นพระแล้วถืออุดมคติตามพุทธพจน์ที่ว่า “เกิดเป็นชายต้องพยายามและพากเพียร จนบรรลุผลที่ต้องการ” เพราะซื่อตรงต่ออุดมคตินี้ ใน ๒ พรรษาแรกท่านได้ท่องสวดพุทธมนต์ ๗ ตำนาน ๑๒ ตำนาน และพระปาฏิโมกข์ได้จบบริบูรณ์ สามารถสวดได้คล่องแคล่วชำนาญ จึงเป็นที่โปรดปรานของอาจารย์มาก ต่อมาพรรษาที่ ๓-๔ ได้ศึกษาหาความรู้ทางปริยัติจากการอบรมสั่งสอนของอาจารย์คงบ้าง จากการค้นคว้าจากคัมภีร์ต่าง ๆ บ้าง จนในความรู้ในทางพระศาสนาอย่างลึกซึ่ง ต่อมาปี พ.ศ. ๒๔๔๙ พรรษาที่ ๖ ได้ลาอาจารย์คงไปอยู่จำพรรษาที่วัดกินนอน (สันนิษฐานว่าคือวัดแหลมพ้อ) จังหวัดสงขลา เพื่อศึกษาบาลีในสมัยนั้นเรียกว่าหนังสือใหญ่ ท่านศึกษาอยู่ที่นั้นเป็นเวลา ๓ พรรษา มีความรู้พอแปลบาลีได้แต่ให้เกิดโรคาพาธเบียดเบียน จึงต้องกลับมารักษาตัวอยู่วัดทุ่งบัว เมื่อหายปกติแล้วตั้งใจจะไปศึกษาต่ออีกแต่ก็มีอุปสรรคบางอย่างจึงไม่ได้กลับไปเล่าเรียนตามเดิม ปี พ.ศ. ๒๔๕๒ ท่านได้ทำการบูรณะปฏิสังขรณ์วัดตกและวัดสูง ซึ่งอยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรมให้มีสภาพดีขึ้น  ซึ่งแต่เดิมบ้านทุ่งบัวมีวัดอยู่ ๓ วัด ประกอบด้วบ วัดตก วัดสูง และวัดม่วงทอด (วัดทุ่งบัว) โดยวัดตกตั้งอยู่ในที่ราบต่ำ (ด้านตะวันตกเฉียงเหนือของหมู่บ้านทุ่งบัว) เป็นวัดเก่าแก่ ตั้งขึ้นเมื่อราว ๆ ปี พ.ศ. ๒๓๒๓ โดยมีนายชายผู้เป็นปู่ของพ่อท่านยอด สุวณฺโณ อุทิศที่สวนจำนวน ๑ แปลง จัดตั้งเป็นวัดขึ้นโดยได้ผูกพัทธสีมามีพระสงฆ์อยู่ประจำตลอดมา แต่เมื่อวัดทุ่งบัวหรือวัดม่วงทอด ซึ่งอยู่ทางใต้ของวัดตกได้เจริญรุ่งเรืองขึ้น วัดตกก็กลับสภาพเป็นวัดรกร้างขาดพระสงฆ์อยู่จำพรรษา ส่วนวัดสูงนั้นเป็นวัดหนึ่งตั้งอยู่บนไหล่เขา สูงชันขึ้นไปประมาณ ๙๐ เมตร ห่างจากวัดทุ่งบัวไปทางทิศเหนือประมาณ ๕๖๐ เมตร เป็นวัดโบราณมีอายุหลายร้อยปี สมัยเดียวกับวัดพะโคะ และเป็นวัดที่จำพรรษาของสมเด็จเจ้าเกาะใหญ่ โดยวัดตกนั้นได้ให้ชาวบ้านช่วยแผ้วถาง ทำลานวัดลงหลักปักเขตต์ สร้างกุฏิขึ้นไว้ให้เพียงพอสำหรับพระสงฆ์ ๕ รูป บูรณะโรงอุโบสถ ซึ่งถูกต้นไม้ปกคลุมให้ดีให้เหมาะสม ที่พุทธศาสนิกชนจะได้ใช้เป็นที่บำเพ็ญกุศลต่อไป ส่วนวัดสูงนั้นเหมาะสำหรับเป็นืั้วิปัสสนากรรมฐานของพระสงฆ์ที่ต้องการหลุดพ้นจากสังสารวัฏ ท่านเล็งเห็นว่าแม้จะปลูกสร้างกุฏิขึ้นก็คงไม่มีภิกษุองค์ใดสมัครใจไต่เขาขึ้นไปอยู่ แต่ก็ควรบูรณะไว้จึงได้สร้างวิหารขึ้น ๑ หลัง ก่อพระพุทธรูปหน้าตัก ๓ ศอก ขึ้นไว้ในวิหารนี้จำนวน ๓ องค์ ก่อพระเจดีย์ไว้หน้าวิหารนี้ ๑ องค์ พระเจดีย์นี้ก่อครอบเจดีย์องค์เล็กซึ่งเป็นเจดีย์โบราณ สันนิษฐานว่าเจดีย์เก่านี้เป็นที่บรรจุอัฐิของ“สมเด็จเจ้าเกาะใหญ่ ปี พ.ศ. ๒๔๕๙ ในพรรษาที่ ๑๕ ท่านอาจารย์คง พระอุปัชฌาย์ได้มรณภาพลง พ่อท่านยอด สุวณฺโณได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดทุ่งบัว ปี พ.ศ. ๒๔๖๓ พรรษาที่ ๑๙ ชาวบ้านบ้านโรง อำเภอระโนด ได้มานิมนต์ให้ไปเป็นเจ้าอาวาสวัดโรง ท่านตริตรองเห็นว่าวัดทุ่งบัว มีสภาพมั่นคงดีแล้ว แต่วัดโรงแม้ตั้งมานานแล้วแต่มีสภาพเหมือนวัดตั้งใหม่ ยังขาดถาวรวัตถุหลายอย่างและที่นั่นยังมีญาติผู้เฒ่าอยู่หลายคน ควรตอบแทนบุญคุณด้วย ท่านจึงตกลกไปอยู่วัดโรงตามที่นิมนต์ ส่วนวัดทุ่งบัวได้มอบหมายให้พระเนียม พระจร พระปลอด และพระหนู เป็นเจ้าอาวาสปกครองต่อมา
        เมื่ออยู่วัดโรงพ่อท่านยอด สุวณฺโณ ได้จัดสร้างกุฏิ วิหาร ตลอดจนอุโบสถ หอฉัน และอื่น ๆ จนเรียบร้อยสวยงาม ในวันที่ ๑๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๒ เป็นพรรษาที่ ๓๗ นางสั้น ณ สงขลา บุตรีของพระยาวิเชียรคีรี (ชม ณ สงขลา) ผู้ว่าราชการเมืองสงขลา ลำดับที่ ๘ (คนสุดท้ายในตระกูล ณ สงขลา) ภรรยาของท่านหมื่นรักษ์ ได้ศรัทธาถวายที่ดินเดิมเป็นสวนมะพร้าว จำนวน ๑ แปลง เนื้อที่ประมาณ ๒๔๐ ไร่ ตั้งอยู่ระหว่างบ้านแหลมยาง หมู่ที่ ๒ กับบ้านไร่ หมู่ที่ ๓ ตำบลเกาะใหญ่ อำเภอระโนด (ปัจจุบันคืออำเภอกระแสสินธ์ุ) ให้เป็นของสงฆ์ แต่ก่อนถวายได้แจ้งเจตน์จำนงค์ขอนิมนต์พ่อท่านยอด สุวณฺโณ เป็นเจ้าอาวาส ทั้งนี้เพราะนางสั้นได้ศรัทธาเลื่อมใสในปฏิปทาของท่านยิ่งนัก พ่อท่านยอด สุวณฺโณจึงพิจรณาเห็นว่าบัดนี้วัดโรงก็เป็นวัดมีมาตรฐานมั่นคงดีแล้ว ส่วนบ้านแหลมยาง-บ้านไร่-บ้านแหลมหาดคูรานั้น เวลานี้มีประชาชนอยู่กันมากขึ้น การอาชีพก็มีท่าว่าจะก้าวหน้า แต่ยังไม่มีวัดที่จะให้การอบรมส่งเสริมทางจิตใจและรำพึงต่อไปว่าที่บ้านแหลมยางนี้ มีพี่ชายผู้มีอุปการะคุณมากอยู่ คือนายเอี่ยม มณีพรหม ท่านเองยังไม่ได้ตอบแทนบุญคุณอย่างใด ถ้ารับนิมนต์นอกจากจะเป็นประโยชน์แก่ประชาชนส่วนมากแล้ว จะได้หาโอกาสเทศนาตอบแทนบุญคุณพี่ชายผู้นี้ด้วย เป็นการสมควรแล้ว จึงตกลงใจรับนิมนต์ จัดตั้งวัดขึ้นที่สวนมะพร้าวของนางสั้น ณ สงขลา ต่อมาเรียกว่า “วัดอ่าวบัว” และยอมรับเป็นเจ้าอาวาสตามความประสงค์ของทายิกาผู้ศรัทธานี้ด้วย ส่วนวัดโรงได้มอบหมายให้พระอธิการขาว ซึ่งเป็นศิษย์ที่ไว้วางใจได้และได้รับการศึกษาอบรมมาเป็นอย่างดีแล้ว ให้เป็นเจ้าอาวาสรูปต่อมา
   
   
มรณภาพ
          
พ่อท่านยอด สุวณฺโณ ได้ปกครองวัดอ่าวบัวมาจนอายุได้ ๗๕ ปี จนถึงวันที่ ๕ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๗ ตรงกับวันจันทร์ ขึ้น ๒ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะเมีย เวลา ๑๔.๑๕ น.  ท่านเกิดเป็นโรคลม ด้วยเพราะความชราภาพ บรรดาศิษยานุศิษย์ได้นำท่านส่งโรงพยาบาล ต่อมาท่านได้กลับมาพักที่วัดอ่าวบัวได้ไม่ได้ท่านก็มรณภาพอย่างสงบ
  
  
  เหรียญและวัตถุมงคล
        พ่อท่านยอด สุวณฺโณ อดีตเจ้าอาวาสรูปแรกของวัดอ่าวบัว เป็นพระเกจิอาจารย์ที่ชาวอำเภอกระแสสินธุ์ และพื้นที่ใกล้เคียงให้ความเคารพเลื่อมใสอย่างมาก ในเรื่องของความเข้มขลัง วัตถุมงคลของท่านเป็นที่แสวงหาของนักสะสมอย่างมาก โดยมีความเชื่อสืบต่อกันมาว่ามีพุทธคุณเด่นด้านเมตตามหานิยม และคงกระพันชาตรี สำหรับมูลเหตุแห่งการสร้างวัตถุมงคลของ พ่อท่านยอด สุวณฺโณ นั้นเกิดขึ้นเมื่อประมาณปี พศ. ๒๔๙๖ โดยมีคหบดีท่านหนึ่งซึ่งมีกิจการค้าพอสมควรในยุคนั้น เปิดร้านจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้า ตะเกียงน้ำมันต่าง ๆ เช่น ตะเกียงเจ้าพายุ ตะเกียงแสงจันทร์ เตาน้ำมัน ทั้งจำหน่าย และรับซ่อม ยังมีจักรเย็บผ้า อุปกรณ์กีฬาต่าง ๆ ใช้ชื่อร้านว่า    “มุยฮง” ตั้งอยู่เลขที่ ๔๓ ถนนนิพัทธุ์อุทิศ ๑ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และมีสาขาชื่อร้านบุญแสงจันทร์ ซึ่งอยู่ในระแวกใกล้เคียงกัน โดยชาวบ้านทั่วไปมักเรียกท่านว่า “เถ้าแก่มุยฮง” หรือนายบุญฮ่วน แซ่โซว (ยงเกียรติไพบูลย์) โดยเถ้าแก่มุยฮงนอกเหนือจากทำการค้าแล้วในยามว่างยังชอบเล่นดนตรีจีน โดยเครื่องดนตรีที่ถนัดคือ ขลุ่ย มีการรวมวงเล่นกันเป็นประจำที่สมาคมแต้จิ๋ว หาดใหญ่ ซึ่งท่านก็เป็นกรรมการของสมาคมในยุคแรก ๆ ด้วย เถ้าแก่มุยฮงจึงมีเพื่อนทั้งพ่อค้าและนักดนตรีมาก (ในยุคนั้นดนตรีจีนแต้จิ๋วมีความเฟื่องฟูมาก แทบทุกจังหวัดจะมีคณะดนตรีจีนอย่างนี้ วงใหญ่บ้างเล็กบ้าง ในจังหวัดสงขลามีถึง ๓-๔ คณะ เฉพาะในตัวเมืองหาดใหญ่มีนักดนตรีจีนถึงหลายสิบคน อีกทั้งในสมัยนั้นยังไม่มีสถานบันเทิงนอกจากโรงภาพยนตร์ เมื่อว่างจากหน้าที่การงาน ทุกคนก็จะรวมวงกันเล่นดนตรี และกลุ่มนักดนตรีกลุ่มนี้ที่มีบทบาทสำคัญในการก่อตั้งมูลนิธิท่งเซียเซี่ยงตึ๊ง หาดใหญ่  ในกาลต่อมา วันหนึ่งเพื่อนเถ้าแก่สองคนมาคุยให้เถ้าแก่ฟังว่าได้ข่าวว่าที่วัดอ่าวบัว ตำบลเกาะใหญ่ อำเภอระโนด (ปัจจุบันเป็นอำเภอกระแสสินธุ์) จังหวัดสงขลา มีพระสงฆ์องค์หนึ่งชื่อว่าพ่อท่านยอด สุวณฺโณ เป็นพระเก่งทางวิปัสนากัมมัฏฐาน  รู้อดีต และอนาคต ซึ่งน่าจะให้หวยแม่น ตอนแรก ๆ เถ้าแก่ฟังแล้วก็ยังเฉย ๆ (เถ้าแก่เป็นคนไม่เชื่อเรื่องพระเรื่องเจ้าอยู่แล้ว ในบ้านไม่มีหิ้งพระ หิ้งเจ้าเลย ขนาดว่าภรรยาท่านจะไปไหว้พระไหว้เจ้านอกบ้าน ยังต้องแอบไปโดยไม่ให้เถ้าแก่รู้ เพราะถ้ารู้ก็จะบ่นและว่าทุกครั้ง) เพื่อนยังบอกว่าถ้าไม่เชื่อก็น่าจะไปลองดูก่อน เมื่อถูกเพื่อนชวนอยู่หลายครั้งจึงเกิดความอยากรู้อยากเห็นขึ้นมา ก็เลยนัดเพื่อนทั้งสองคนว่าให้ใกล้วันหวยออก แล้วจะไปหาพ่อท่านยอดด้วยกัน ในสมัยก่อนนั้นการจะไปวัดอ่าวบัวไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากยังไม่มีทางรถยนต์ผ่านเลย ไปได้ทางเดียวคือทางเรือเท่านั้น โดยนั่งเรือยนต์จากท่าเรือตลาดสงขลา เรือออกจากท่าประมาณ ๑๙.๐๐ น. ถึงหน้าวัดอ่าวบัวประมาณ ๖.๐๐-๗.๐๐ น. ตอนเช้า ซึ่งจะต้องนอนในเรือทั้งคืน ในช่วงนั้นเถ้าแก่ยังอยู่ในวัยหนุ่มใหญ่ (อายุ ๔๒-๔๓ ปี) ยังแข็งแรงสมบุกสมบันขึ้นเขาลงห้วยได้สบาย เมื่อนัดเพื่อนมาลงเรือเรียบร้อยแล้ว ขณะอยู่บนเรือเจอชาวบ้านที่นับถือพ่อท่านยอด บอกว่าหากมีใครถามว่าไปไหนต้องบอกว่าไปหาพ่อท่านยอดวัดอ่าวบัวก็จะปลอดภัย เพราะสมัยนั้นโจรสลัดในทะเลสาปสงขลามีมาก แต่ทุกคนนับถือพ่อท่านยอดวัดอ่าวบัวถ้าเราบอกว่าไปหาพ่อท่านยอด โจรก็จะไม่กล้าทำอะไร จึงแสดงว่าในสมัยนั้นทั้งจังหวัดสงขลา ต่างก็รู้จักและนับถือพ่อท่านยอดวัดอ่าวบัว เช้าแล้วเรือก็ถึงหน้าวัดเรือเข้าฝั่งไม่ได้เพราะน้ำตื้นเกินไป แต่มีชาวบ้านแจวเรือออกมารับถึงกลางน้ำ เมื่อลงเรือแจวแล้วก็ถามคนแจวเรือว่า ทำไมถึงได้มารับคนแจวเรือบอกว่า พ่อท่านสั่งให้มารับตั้งแต่เมื่อคืนนี้ ทุกคนรวมทั้งเถ้าแก่ก็เริ่มแปลกใจ และเริ่มสงสัยว่าพ่อท่านรู้ได้อย่างไร เมื่อขึ้นฝั่งชาวบ้านก็มาต้อนรับอย่างอบอุ่นและกันเองทั้งน้ำท่าและอาหาร ชาวบ้านบอกว่าพ่อท่านสั่งให้ต้อนรับอย่างดี เมื่อรับประทานอาหารเรียบร้อยแล้ว ชาวบ้านก็พาเข้าวัดเพื่อพบพ่อท่านยอดที่กุฏิ เพื่อจะได้กราบพ่อท่านตามที่ท่านสั่งไว้ กุฏิของพ่อท่านเป็นกุฏิไม้เล็ก ๆ เรียบ ๆ ยกพื้น มีห้องนอนสองข้าง ๆ ละ ๑ ห้อง ตรงกลางกุฏิเป็นโต๊ะหมู่ มีพระพุทธรูปกระถางธูปแจกันดอกไม้ และเชิงเทียน เป็นห้องรับแขกและศิษย์ พ่อท่านนั่งรออยู่ตรงกลางกุฏิ เมื่อทุกคนกราบเรียบร้อยแล้ว พ่อท่านก็ให้พรทุกคนและแล้วทันทีที่พ่อท่านเห็นหน้าเถ้าแก่ ท่านถึงกับน้ำตาคลอพูดว่า "ฉันรอมานานแล้ว เพิ่งจะได้พบ นี่ฉันก็เหลือเวลาไม่มาก แต่มีเรื่องที่จะคุยกับเถ้าแก่มากขอให้มาหาฉันอีก ฉันจะบอกให้รู้" ส่วนตัวเถ้าแก่เองก็แปลกใจในคำพูดของพ่อท่าน และยังสงสัยเรื่องคนแจวเรือและชาวบ้านที่มาต้อนรับ เมื่อนึกถึงคำพูดของเพื่อน ๆ ที่ว่าพ่อท่านเก่งเรื่องวิปัสสนากัมมัฏฐาน จึงอยากจะลองวิชาของพ่อท่าน ก็ออกปากขอหวยกับพ่อท่าน แรก ๆ พ่อท่านก็ไม่ให้บอกว่า “การพนันเป็นอบายมุข ถึงว่าฉันจะให้ก็ไม่มีใครแทงถูก” แม้พ่อท่านจะพูดอย่างไรเถ้าแก่และเพื่อน ๆ ก็ยังไม่ละความพยายามที่จะขอเลขให้ได้ บอกกับพ่อท่านว่าไหน ๆ ก็มาแล้วไม่ถูกก็เอา เมื่อพ่อท่านทนอ้อนวอนไม่ได้ จึงเขียนเลขให้ (สมมุติว่าเป็นเลข ๑๒๓) แล้วท่านก็ใส่ซองปิดซองเรียบร้อยโดยไม่มีใครเห็นเลขข้างใน แล้วสั่งว่าให้เปิดดูที่บ้านในวันหวยออก และเมื่อทุกคนอยู่ฟังธรรมะของพ่อท่านเป็นเวลาพอสมควรจึงกราบลาพ่อท่านยอด ก่อนออกจากวัดพ่อท่านยังกำชับให้เถ้าแก่มาหาท่าน เพราะมีเรื่องที่จะต้องพูดคุยด้วยมากมาย เถ้าแก่ก็รับปากว่าจะมากราบพ่อท่านอีก ระหว่างนั่งเรือกลับทุกคนที่มาด้วยกันต่างใจร้อนอยากดูเลขที่พ่อท่านให้ เพื่อนคนหนึ่งพูดขึ้นว่าถ้ามันจะถูกยังไงก็ต้องถูก แต่เมื่อแกะซองออกมาดู ทุกคนก็ร้องยี้ เพราะเลข ๑๒๓ เพิ่งออกไปเมื่องวดที่แล้วนี้เอง เมื่อเป็นเช่นนี้เถ้าแก่และเพื่อน ๆ ก็คิดว่าพ่อท่านคงจะล้อเล่น เพราะพ่อท่านพูดว่าถึงให้ก็แทงไม่ถูก จึงเปลี่ยนไปตีเลขจากคำพูดและกิริยาท่าทางของพ่อท่านแทน โดยต่างคนต่างตีเลขไปคนละทิศละทาง ไม่สนใจเลขที่พ่อท่านเขียนให้เลย เมื่อกลับถึงหาดใหญ่ก็แยกย้ายกันกลับบ้าน โดยไม่มีใครพูดถึงเลขที่พ่อท่านเขียนให้ ต่อมาในวันหวยออกทุกคนยังทำกิจการค้ากันตามปกติ แต่เมื่อถึงเวลาของหวยออก วิทยุประกาศผลสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่ ๑ เลขสามตัวหลังคือ ๑๒๓  เท่านั้นกิจกรรมของทุกคนก็หยุดลงทันที และมารวมกันอีกครั้งเพื่อพูดถึงเรื่องของพ่อท่านยอด เถ้าแก่มุยฮงถึงกับอุทานออกมาว่า "ในโลกนี้มีเรื่องเช่นนี้จริงหรือ" จากที่เคยเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งกลายเป็นเชื่อ ๑๐๐% พูดขึ้นว่ามิน่าเล่าถึงรู้ว่าเราจะไปกราบท่านในวันนั้น การพูดคุยสรุปลงว่าวันพรุ่งนี้จะไปกราบพ่อท่านยอดกันอีก เมื่อมากราบพ่อท่านยอดที่วัดอ่าวบัว คราวนี้ ไม่ได้พูดถึงหวยอีกเลย เถ้าแก่ได้ถามถึงความเป็นมาเป็นไปที่พ่อท่านจะพูดคุยด้วย พ่อท่านจึงหลับตานั่งนิ่งสักพักแล้วก็เริ่มเล่าให้ฟังว่า เมื่อชาติที่แล้วพ่อท่านกับเถ้าแก่เป็นพี่น้องกัน ได้ติดตามพระอาจารย์ซึ่งเป็นพระเถระรูปหนึ่ง เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ตกทุกข์ได้ยาก ผู้ประสบภัยต่าง ๆ รวมทั้งเก็บศพที่ไม่มีญาติหรือยากจน สำหรับตัวพ่อท่านเองได้สร้างวัด บูรณะวัดต่าง ๆ แล้ว แต่ยังไม่มีวัดที่ช่วยเหลือคนเหมือนพระอาจารย์เลย อยากให้เถ้าแก่ได้สร้างวัด เป็นวัดที่ช่วยเหลือผู้คนได้สัก ๒-๓ วัด (สมัยนั้นภาคใต้ยังไม่มีมูลนิธิหรือสมาคมสงเคราะห์ใด ๆ เกิดขึ้นเลย พ่อท่านพูดว่ วัดที่ช่วยเหลือผู้คนได้ก็คือมูลนิธิแบบปอเต๊กตึ๊งที่กรุงเทพนั่นแหละ) ยังบอกกับเถ้าแก่ว่าต่อไปธุรกิจการค้าจะไม่รุ่งเรืองควรที่จะสร้างบุญกุศลไว้ ช่วยเหลือผู้คนเหมือนพระอาจารย์เมื่อชาติที่แล้ว เมื่อเถ้าแก่ได้ฟังพ่อท่านพูดในจิตใจมีความเชื่อและศรัทธา แต่ก็ยังนึกไม่ออกว่าจะเริ่มต้นการสร้างวัดที่ช่วยเหลือผู้คนได้อย่างไร พ่อท่านจึงบอกกับเถ้าแก่ว่าไม่ต้องร้อนใจขอให้มีความตั้งใจและศรัทธา  เมื่อถึงเวลาก็จะประสบความสำเร็จเอง จากการมากราบพ่อท่านครั้งนี้ทำให้เถ้าแก่เกิดศรัทธาในพระพุทธศาสนาและตัวพ่อท่านยอดมาก จึงเริ่มมีหิ้งพระหิ้งแรกที่ตั้งขึ้นในบ้าน จุดธูปบูชาทุกเช้าค่ำเป็นประจำ พ่อท่านเคยบอกคาถาให้เถ้าแก่บทหนึ่งคือ ให้ตั้ง นะโม 3 จบ แล้วสวด พุทธัง อิ ติ อิ วิ ธัมมัง อิ ติ อิ วิ สังฆัง อิ ติ อิ วิ พ่อท่านบอกว่าสวดเป็นประจำ จะได้มีความสุขความเจริญก้าวหน้า และปลอดจากภยันตรายทั้งปวง จากการฟังธรรมะจากพ่อท่าน ทำให้เถ้าแก่มีความตั้งใจจะสร้างวัดตามที่พ่อท่านพูด จึงเริ่มค้นหาวิธีแบบอย่างที่จะสร้างวัดตามที่พ่อท่านยอดบอก เมื่อได้พูดคุยกับเพื่อน ๆ ซึ่งก็เห็นด้วยทุกคน และแนะนำให้ไปศึกษาแบบอย่างของมูลนิธิป่อเต๊กตึ๊งที่กรุงเทพ เถ้าแก่ก็เข้ากรุงเทพเพื่อขอคำแนะนำ เมื่อถึงมูลนิธิป่อเต๊กตึ๊งก็เข้าไปกราบหลวงปู่ไต้ฮงโจวซือในศาล เมื่อเห็นองค์หลวงปู่เท่านั้น ก็รู้สึกทันทีว่าพระอาจารย์ที่พ่อท่านยอดพูดถึงก็คือหลวงปู่ไต้ฮงโจวซือนี่เอง เหมือนมีพลังที่มองไม่เห็นทำให้เถ้าแก่มีกำลังใจที่จะสร้างวัด (มูลนิธิ) และเมื่อได้รับคำแนะนำจากกรรมการของมูลนิธิป่อเต๊กตึ๊งแล้ว จึงกลับหาดใหญ่เพื่อหารือกับเพื่อน ๆ ถึงการริเริ่มงานชิ้นสำคัญนี้ จากนั้นเป็นต้นมาเถ้าแก่ก็จะเข้าวัดเป็นประจำ จนประมาณปลาย ปี พ.ศ. ๒๔๙๖ ทางวัดอ่าวบัวมีงาน เถ้าแก่ก็ไปร่วมงานด้วยโดยจัดให้มีมโหรสพหลายอย่าง รวมทั้งวงดนตรีจีนมาร่วมบรรเลง มีเครื่องปั่นไฟฟ้าทำให้วัดสว่างไสวไปทั่ว ทั้งยังพาช่างภาพมาถ่ายรูปในงาน ช่างจากร้านโปจิน ถนนธรรมนูญวิถี หาดใหญ่ เป็นช่างที่มีชื่อเสียงในสมัยนั้น ถึงตอนหลังเพลเสร็จจากทำบุญแล้ว เถ้าแก่ก็ขอถ่ายรูปพ่อท่านไว้เป็นที่ระลึก แรก ๆ พ่อท่านยังไม่ให้บอกว่าเกิดมายังไม่เคยถ่ายรูปเลย แต่เมื่อลูกศิษย์ทุกคนขอถ่ายรูปหมู่รวมกันพ่อท่านจึงอนุญาต เมื่อถ่ายรูปหมู่แล้วก็ถ่ายรูปเดี่ยวพ่อท่านอีก ๑ รูป เป็นครั้งแรกในชีวิตของท่านที่ถ่ายรูป รูปพ่อท่านยอดที่เห็นทั่วไปก็เป็นรูปที่ถ่ายในงานครั้งนี้ เคยแจกทั่วไปในสมัยนั้น ทั้งรูป ๑๒ นิ้ว ๕ นิ้ว และ ๑ นิ้ว เฉพาะรูป ๑ นิ้ว นี้จะอัดกระจกหน้าหลัง เป็นวัตถุมงคลรุ่นแรกของพ่อท่านยอด ต่อมาต้นปี พ.ศ. ๒๔๙๘ เถ้าแก่ได้สร้างเหรียญขึ้นรุ่นหนึ่งเป็นเหรียญเสมา เนื้อทองแดงชุบทองเนื้อเดียว ประมาณ ๑,๐๐๐ เหรียญ แต่ไม่ได้แจกเพราะพ่อท่านเกิดอาพาธเสียก่อน ทุกคนที่ทราบข่าวต่างก็เป็นห่วง เถ้าแก่ถึงกับเชิญหมอจากหาดใหญ่ มาเยียวยารักษาพ่อท่าน แต่ด้วยพ่อท่านชราภาพมากแล้ว ในที่สุดท่านก็ถึงกาลมรณะภาพ เมื่อวันที่ ๕ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๗ ดังชีวประวัติของพ่อท่านยอดที่กล่าวมาแล้วในข้างต้น ยังความเศร้าโศกเสียใจแก่เถ้าแก่ ศิษยานุศิษย์ และชาวบ้านชาวเมืองที่นับถือพ่อท่านเป็นอย่างยิ่ง ทางวัดได้บำเพ็ญกุศลศพพ่อท่านเป็นเวลา ๑ ปีเศษ เถ้าแก่ยังได้จัดงานทำบุญขึ้นอีกหลายครั้ง จนถึงงานฌาปนกิจซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ ๓-๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๘ ในงานฌาปนกิจศพเป็นงานใหญ่ มีมโหรสพหลายอย่าง มีการเล่นดนตรีจีนคณะ “เตี่ยเซียอิมเหง่าเซี๋ย” ของเถ้าแก่และเพื่อน ๆ ตลอดงาน ในงานได้แจกเหรียญพ่อท่านยอดรุ่นแรกไปบางส่วน พร้อมรูปถ่าย ๑ นิ้ว อัดกระจก รูป ๕ นิ้ว และ ๑๒ นิ้ว หลังฌาปนกิจเสร็จ ทางวัดได้เก็บเถ้าอัฐิธาตุของพ่อท่านไว้ โดยยังไม่ได้บรรจุไว้ที่ไหน เสร็จงานฌมปนกิจพ่อท่านแล้ว เถ้าแก่ก็เข้ากรุงเทพ เพื่อสร้างรูปเหมือนพ่อท่านยอด สร้างเสร็จประมาณปลายปี พ.ศ. ๒๔๙๘ มีการแห่รูปเหมือนเข้าวัด จัดงานฉลองรูปเหมือนขึ้นอีกครั้งหนึ่ง และได้นำเถ้าอัฐิธาตุของท่านบรรจุไว้ในองค์รูปเหมือน (รูปเหมือนองค์นี้ ได้ตั้งอยู่ในวัดจนถึงปัจจุบันนี้ สำหรับเรื่องสร้างมูลนิธิ (วัดที่ช่วยเหลือผู้คนได้ของพ่อท่าน) หลังพ่อท่านมรณะภาพเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๗ เถ้าแก่ก็ได้ริเริ่มดำเนินการหลังจากนั้น สำหรับเหรียญและวัตถุมงคลของพ่อท่านยอด สุวณฺโณ ประกอบด้วย
            ๑. รูปถ่ายขาว-ดำ อัดกระจกขนาด ๑ นิ้ว ออกก่อนเหรียญรุ่นแรก ปี พ.ศ. ๒๔๙๗ แจกสมัยพ่อท่านและในงานฌาปนกิ


ภาพจาก :  https://link.psu.th/5S1n6R

           ๒. เหรียญเสมารุ่นแรกสร้างสมัยพ่อท่าน (ต้นปี ๒๔๙๗) แต่แจกในงานฌาปนกิจ ปี พ.ศ. ๒๔๙๘ ด้านหน้า รูปทรงเหรียญเสมา พ่อท่านยอดนั่งสมาธิเต็มองค์ เป็นวัตถุมงคลเหรียญโลหะ รุ่นเดียวที่นายบุ้นฮ้วน แซ่โซว สร้างจำนวน ๑,๐๐๐ องค์ เนื้อโลหะทองแดงชุบทองเพียงเนื้อเดียว ปลุกเสกภายในอุโบสถของวัดอ่าวบัว แจกงานฌาปนกิจศพพ่อท่านยอด ด้านหลังเหรียญพ่อท่านยอด รุ่นแรก (ความหมายของพระยันต์ที่ลงหลังเหรียญพ่อท่านยอดรอบนอก ลงด้วย อะ (ใช้ป้องกันภัย), จะ พะ กะ สะ (หัวใจพระกรณี), นะ มะ พะ ทะ (ธาตุทั้งสี่), มะ อะ อุ (แก้วสามดวง), ฦ ฦา ฦ ฦา (หัวใจพระฤาษี), ตรงกลางลงยันต์ นะ โม พุท  ธา ยะ (พระเจ้าห้าพระองค์), ด้านล่าง-ด้านบนลงยันต์ นะทรงแผ่นดิน พระยันต์ทั้งหมดดีทางเมตตามหานิยม คุ้มครองป้องกันภัยดีนักแล


ภาพจาก :  https://link.psu.th/5S1n6R

           ๓. เหรียญครึ่งองค์พ่อท่านยอด ด้านหลังอักขระลงเลขยันต์ เหมือนเหรียญรุ่นแรก แต่ระบุปี พ.ศ. ๒๕๒๙


ภาพจาก :  https://link.psu.th/5S1n6R

          ๔. เหรียญเสมา (ย้อนยุค) รุ่นแรออกปี พ.ศ. ๒๕๓๗ ด้านหน้าพิมพ์ทรงเหมือนเหรียญรุ่นแรกทุกประการ ด้านหลัง มีรูปยันต์เหมือนเหรียญรุ่นแรก แตกต่างที่มีการระบุข้อความมูลนิธิท่งเซียเซี่ยงตึ้ง หาดใหญ่ ๒๕๓๗ มูลนิธิฯ (เนื้อเงิน ๔๐๐ เหรียญ เนื้อทองแดงรมดำ ๑๐,๐๐๐ เหรียญ) ทำพิธีพุทธภิเษกในมูลนิธิฯ


ภาพจาก :  https://link.psu.th/5S1n6R

         ๕. พระบูชาพ่อท่านยอด ขนาด ๑.๕ นิ้ว สร้างโดย พระครูปทุมวุฒิกร (พ่อท่านแดง ฉนฺทกโร) วัดทุ่งบัว สร้างประมาณปี พ.ศ. ๒๕๔๙


ภาพจาก : https://link.psu.th/5S1n6R

          ๖. รูปถ่ายพ่อท่านยอด สีซีเปีย ขนาด ๘X๑๒ นิ้ว รูปถ่ายพ่อท่านยอด สีซีเปีย ขนาด ๓.๕X๕ นิ้ว รูปถ่ายพ่อท่านยอด สีซีเปีย ขนาด ๑.๕X๒ นิ้ว รูปถ่ายพ่อท่านยอด สีขาว-ดำ ขนาด ๑X๑.๕ นิ้ว ออกปี พ.ศ. ๒๕๕๐ โดยครอบครัว “ยงเกียรติไพบูลย์” แจกในงานกฐิน ปี ๒๕๕๐


ภาพจาก :  https://link.psu.th/5S1n6R

          ๗. แผ่นปั๊มทองเหลืองพ่อท่านยอด ขนาด ๒.๕X๓.๕ นิ้ว สร้างปี พ.ศ. ๒๕๕ จำนวน ๕,๐๐๐ แผ่น


ภาพจาก :  https://link.psu.th/5S1n6R

          ๘. รูปเหมือนพ่อท่านยอด ขนาด ๑.๘ ซม. มี ๓ เนื้อ (เงิน ๑๒๐ องค์, ชุบทอง ๒๔๐ องค์, ทองแดง ๓,๐๐๐ องค์) สร้างปี พ.ศ. ๒๕๕๓ ทำพิธีพุทธาภิเษกในอุโบสถในวัดอ่าวบัว  เมื่อวันที่ ๓๐ มี.ค.  พ.ศ. ๒๕๕๓

ภาพจาก : https://link.psu.th/5S1n6R

 

 

 

ข้อมูลพื้นฐาน
ชื่อ/สถานที่/เรื่อง
พ่อท่านยอด สุวณฺโณ
ที่อยู่
จังหวัด
สงขลา


บรรณานุกรม

ชีวประวัติและวัตถุมงคล พ่อท่านยอด สุวณฺโณ วัดอ่าวบัว จ. สงขลา. (2553). สืบค้น 19 ส.ค. 64, จาก https://link.psu.th/5S1n6R


รูปภาพ
 
      Font Size  
Back to Top
Khunying Long Athakravisunthorn Learning Resources Center
Prince of Songkhla University ©2018-2026