มีเด็กหญิงกำพร้าพ่อคนหนึ่งเธอชื่อซูไบดา ต่อมาแม่มีสามีใหมและมีน้องชายเล็ก ๆ อีกคนหนึ่ง ทำให้ซูไบดาต้องเลี้ยงน้องขณะที่พ่อแม่ไปทำนา ก่อนออกจากบ้านพ่อเลี้ยงกำชับเธอเสมอว่าอย่ากินอ้อยเด็ดขาด พ่อจะเอาไว้ขายแต่วันหนึ่งน้องร้องอยากกินอ้อย ซูไบดาจึงตัดสินใจตัดอ้อยให้น้องกิน เมื่อพ่อแม่กลับถึงบ้านซูไบดาจึงเล่าความจริงให้ฟังทำให้พ่อเลี้ยงไม่พอใจมาก ได้ทุบตีซูไบดาจนสลบ ทันใดนั้นได้มีพญานกตัวหนึ่งบินผ่านมา และเห็นเด็กหญิงนั่งร้องไห้อยู่หน้ากระท่อม พญานกจึงบินเข้าไปใกล้ ๆ แล้วถามว่าหนูร้องทำไมจ๊ะ ซูไบดาผู้น่าสงสารจึงเล่าเรื่องของเธอให้ฟัง ในที่สุดพญานกจึงว่าต่อไปหนูจะมีแต่ความสุขและมีอิสระเสรี พญานกจึงบันดาลให้ซูไบดาเป็นนกน้อยน่ารักตัวสีฟ้า ปีกสีชมพู จะงอยปากและขาสีแดง ขันขานไพเราะจับใจ พญานกจึงนำนกน้อยบินไปบนท้องฟ้าอย่างเพลิดเพลิน ซูไบดาคิดถึงแม่เธอจึงบินมาที่กระท่อมช่วยเก็บฟืนตำข้าว ตักน้ำพร้อมกับถอดกำไลและตุ้มหูคืนให้แม่ เสร็จแล้วนกน้อยบินไปหาแม่ที่ในนา และไปเกาะที่กิ่งไม้ใกล้ ๆ แล้วร้องเพลงให้แม่ฟังว่า...
แม่รักอ้อยเพียงลำเดียวสำคัญใย น้องนอนในเปลน้อยเฝ้าคอยกิน
ตุ้มหูและกำไลในกระเชอ น้ำล้นเอ่อเต็มอ่างข้างบ่อหิน
เก็บไม้ฟืนมากล้นว่างบนดิน ข้าวเปลือกสินครกตำนำข้าวมา
ขณะแม่กำลังทำนาอยู่ได้ยินเสียงนกร้อง จึงสังหรณ์ใจคิดถึงลูกสาวจึงชวนสามีกลับบ้าน เมื่อมาถึงบ้านแม่ไม่เห็นซูไบดา แม่จึงตกใจเสียและร้องไห้ยิ่งเห็นกำไลและตุ้มหูแม่ยิ่งโศกเศร้าเป็นทวีคูณ วันหนึ่งมีพระราชาหนุ่มออกล่าสัตว์ได้ยินเสียงนกน้อยซูไบดา รูปร่างสวยงามและร้องเพลงไพเราะ จึงสั่งให้ทหารจับนกน้อยนั้นใส่กรง วันหนึ่ง พระราชาได้ยินเสียงนกร้องเพลงว่า..
จิ๊บ จิ๊บ จิ๊บ ฉันไม่ยอมอยู่ในกรงไม้ ฉันจะอยู่ในกรงเหล็ก
ฉันไม่อยู่ในกรงเหล็ก ฉันจะอยู่ในกรงเงิน
ฉันไม่อยู่ในกรงเงิน ฉันจะอยู่ในกรงนาก
ฉันไม่อยู่ในกรงนาก ฉันจะอยู่ในกรงทอง
พระราชาจึงเปลี่ยนกรงไมเไผ่เป็นกรงทองฝังเพชร นกน้อยดูร่าเริงร้องเพลงเสียงพเราะ วันหนึ่งพระราชาตกพระทัยเมื่อมาดูนกน้อยปรากฏตัวเป็นหญิงสาวสวยดังนางฟ้านั่งอยู่ในกรงนก ซูไบดาจึงกราบทูลว่าเธอได้รับการเนรมิตด้วยอำนาจพญานกทำให้กลายเป็นนก บัดนี้อำนาจมนต์พญานกเสื่อมหมดแล้ว เธอจึงกลับกลายเป็นคนดังเดิมพระราชาเอาปีกและหางนกไปเผาไฟ เพื่อไม่ให้เธอได้เป็นนกอีก หลังจากนั้นได้จัดงานอภิเษกสมรสกับซูไบดาและครองบ้านเมืองอย่างมีความสุข
นิทานพื้นบ้านภาคใต้เรื่องแม่จ๋าแม่แค่อ้อยเพียงลำเดียว. (2559). สืบค้น 15 พ.ค. 69, จาก https://link.psu.th/YM647p