เขาชวาปราบ
 
Back    08/11/2021, 17:10    56  

หมวดหมู่

นิทานพื้นบ้าน


ประเภท/รูปแบบเนื้อหา


เนื้อหา

           เขาชวาปราบ  มีลักษณะเป็นที่ราบสูงอยู่บนเขาสูงชัน และค่อย ๆ ลาดเทลงไปอีกด้านหนึ่ง  ป่าบางส่วนยังมีความสมบูรณ์พอจะเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า  และเป็นแหล่งกำเนิดน้ำตกหินเพลิง  และคลองลำห้วยเล็ก ๆ อีกหลายสาย  มีร่องรอยน้ำทะเลท่วมถึง ปัจจุบันเขาชวาปราบอยู่ห่างจากทะเลประมาณ ๒๐ กิโลเมตร  บริเวณนี้น่าจะอยู่ในเส้นทางเดินโบราณ คือจากปลายคลองสินปูน สามารถไปลงแม่น้ำตาปีที่ท่ายาง หรืออำเภอทุ่งใหญ่ในปัจจุบันได้  หลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ปรากฏได้แก่
                 ๑  บริเวณลาดบนเขา เชื่อกันว่าเป็นร่องรอยที่ตั้งชุมชนโบราณ ยังมีเนินดินพอเป็นที่สังเกตได้
                 ๒  เคยมีชาวบ้านพบเศษเครื่องปั้นดินเผา แผ่นอิฐและพระพุทธรูป
                 ๓  แนวหินคล้ายกำแพงหรือเขื่อนกั้นน้ำ และแท่งหินลักษณะคล้ายเสา
                 ๔  ก้อนหินกลมคล้ายก้อนหินแก้วสีขนาดใหญ่
                 ๕  จากคำบอกเล่าของชาวบ้าน เคยมีผู้พบสมอเรือขนาดใหญ่ทางด้านทิศเหนือของเขาชวาปราบ
            คําว่า “ชวา" โดยทั่วไปหมายถึงชาวชวาและประเทศชวาหรืออินโดนีเซียปัจจุบัน แต่มีคนให้ความหมายนัยอื่น ๆ เช่น  ชวามาจากคําว่าเซ่าหรือเส้า แปลว่าก้อนหิน ชวาเป็นภาษาทางอินเดียใต้แปลว่า “ลูกเดือย” ชาวอาหรับเข้าใจว่าเป็นข้าวเปลือก ชวา แปลว่าเครื่องเทศ ส่วนคำว่า “ชวาปราบ” มีผู้ให้ความเห็นว่ามาจากคําสันสกฤตแปลว่าทางน้ำสื่อสาร เขาวาปราบชาวบ้านเรียกเขานี้โดยภาษาท้องถิ่นว่า “เขาย่านบ้า" (สะบ้าคือม้เถาชนิดหนึ่ง) หรือเรียกว่า "เขาวาปราบ” โดยเล่ากันว่าพวกชวาอพยพมาปราบพื้นที่จะสร้างเมืองแต่ไม่ทันสําเร็จมีเหตุอพยพไปที่อื่น

              นิทานที่เกี่ยวกับเขาชวาปราบเล่าถึงตาวาปราบมีลูกชายชื่อบุญ วันหนึ่งตาวาปราบไปขอนาง ลูกสาวตายมดึง แต่ตายมดึงเคยสัญญากับพญานาคไว้ว่า เมื่อนางโตเป็นสาวแล้ว จะให้นางแต่งงานกับลูกชายพญานาค ในที่สุดเมื่อถึงวันแต่งงานลูกชายตาวาปราบและลูกสาวตายมดึงได้แต่งงานกัน พญานาคโกรธมากจึงแผลงฤทธิ์เข้าทำลายพิธีแต่งงาน ตาวาปราบเห็นตายมดึงพาลูกสาวหนีพญานาค แกไม่พอใจเลยกระชากดาบหรือกระบี่ทั้งคู่ขว้างไปหมายจะฆ่าตายมดึง แต่ดาบปลิวร่อนไปตกตรงบริเวณปัจจุบันที่มีชื่อหมู่บ้านและชื่อลำน้ำว่ากระบี่น้อย และกระบี่ใหญ่ ขณะเหตุการณ์กำลังสับสนวุ่นวายมีพระฤๅษีตนหนึ่งซึ่งบำเพ็ญตบะอยู่ใกล้ ๆ บริเวณนั้นปรากฏกายหมายห้ามปรามเพื่อให้ศึกยุติ แต่ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ พระฤๅษีเลยตบะแตกจึงสาปผู้คนและสิ่งของต่าง ๆ กลายเป็นหินมาจนทุกวันนี้ เช่น เรือนหอกลายเป็นถ้ำพระนาง ข้าวเหนียวกวนเลี้ยงแขกเหรื่อกลายเป็นสุสานหอย และพญานาคกลายเป็นภูเขาหางนาค
         นิทานอ่าวนางสํานวนหนึ่งชื่อเขาชวาปราบไปปรากฏเป็นชื่อตัวละครชื่อ ชวาปราบ มีลูกชายชื่อบุญไปรักชอบกับนาง ซึ่งเป็นสาวสวยที่บ้านอ่าวนาง แต่ในวันแต่งงานเกิดโศกนาฏกรรมรับราฆ่าฟันกันขึ้น โดยพญานาคซึ่งหลงรักนางอยู่เช่นเดียวกันได้เข้ามาขัดขวาง ทุกสิ่งทุกอย่างล่มสลายลงสิ้น เมื่อพระฤาษีซึ่งออกมาห้ามศึกแต่ไม่มีใครฟังใครจึงถูกสาบให้กลายเป็นหินไปทั้งหมด เขาชวาปราบมีความเกี่ยวพันกับตํานานเก่า ๆ เกี่ยวกับการสร้างพระบรมธาตุเมืองนครศรีธรรมราชอยู่ด้วยคือฉบับที่พระยาเสนานุชิตพบที่บ้านทุ่งตึก อําเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา และฉบับที่พระพิชัยเดชะพบที่วัดเวียงสระ อําเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีข้อความคล้ายคลึงกันว่าพราหมณ์มาลีและพราหมณ์มาลา ได้อพยพลงเรือมาขึ้นที่เมืองทุ่งตึก เมื่อปี พ.ศ. ๑๐๐๖ สร้างเมืองที่ตะกั่วป่าแต่ไม่สําเร็จ เกิดข้าศึกมารุกรานจึงอพยพไปตั้งเมืองใหม่ที่บ้านน้ำรอบชื่อธาราวดี ก็พอดีเกิดไข้ห่ารุนแรงจึงอพยพไปทางตะวันตกเฉียงใต้ ตั้งเมืองขึ้นที่เขาชวาปราบแต่ก็อยู่ได้ไม่นานเพราะเกิดโรคระบาดอีก จึงอพยพไปตั้งที่เวียงสระก็อยู่ได้ไม่นานอีกเพราะโรคเดิม จึงอพยพผู้คนไปถึงหาดทรายแก้วและตั้งเมืองลงที่นั่น ซึ่งต่อมาคือเมืองนครศรีธรรมราช พราหมณ์มาลีได้เป็นพญาศรีธรรมโศกราช ส่วนในตํานานเมืองนครศรีธรรมราชหรือพระนิพพานสูตร ก็เล่าด้วยข้อความคล้ายกันว่าได้บังเกิดไข้ห่าขึ้นที่เมืองหงสาวดีผู้คนล้มตายมาก พญาศรีธรรมโศกราชพร้อมอนุชาชื่อธรนนท์ พาผู้คนอพยพมาพร้อมด้วยพระพุทธคัมเถียรพระพุทธสาครผู้เป็นอาจารย์ เดินทางมาเจ็ดเดือนถึงเขาชวาปราบก็ตั้งอยู่ ณ ที่นั่น และให้สร้างวัดเวียงสระถวายอาจารย์ทั้งสอง บริเวณที่ไม่ไกลจากเขาชวาปราบคือควนลูกปัดหรือชุมชนคลองท่อมโบราณ นักโบราณคดีกรมศิลปากร ให้ความเห็นว่าเขาชวาปราบน่าจะมีความสัมพันธ์กับชุมชนคลองท่อม ๓ ประการคือ
            ๑. เขาชวาปราบอยู่ใกล้เมืองคลองท่อมมากการเดินทางบกทําได้ไม่ยากมีคลองสินปูนทางน้ําสําคัญ ที่ติดต่อกับเมืองเวียงสระ ลานสะกาและนครศรีธรรมราชได้
        ๒. ตํานานท้องถิ่นควนลูกปัดเล่าว่า เจ้าเมืองมีลูกสาวสวยไปกระทําผิดฉันท์ชู้สาวกับมหาดเล็กรับใช้ ทําให้เจ้าเมืองโกรธมากถึงกับฆ่าลูกสาวและชายหนุ่มตาย และเผาทำลายทรัพย์สินแล้วอพยพผู้คนไปทางทิศตะวันออก อาจเป็นการอพยพผู้คนมาเขาชวาปราบก็ได้ตามที่ปรากฏร่องรอย การถากถางปรับพื้นที่จะสร้างชุมชนหรือจะทาอะไรสักอย่างหนึ่ง มีผู้พบเศษกระเบื้องถ้วยชามบ้าง
     ๓. จากคลองท่อมควนลูกปัดมีเส้นทางโบราณติดต่อฝั่งทะเลตะวันออก โดยเดินบกไปลงคลองสินปุน ออกทุ่งใหญ่ (ท่ายาง) ออกเวียงสระ ไปอ่าวบ้านดอนและนครศรีธรรมราชได้ บนเส้นทางเหล่านี้ปรากฏร่องรอยเมืองโบราณมากมาย คลองสินปุนเดิมคงกว้างและไม่ตื้นเป็นเหมือนปัจจุบัน จากเขาชวาปราบสามารถเดินทางไปได้สะดวกจากการตรวจสอบตํานานเมืองนครศรีธรรมราช และตํานานพระบรมธาตุแล้วมีเหตุการณ์เกี่ยวข้องที่
เริ่มจากนางเหมชาลาและเจ้าทนตกุมารพาพระทันตธาตุหนีข้าศึกจากเมืองทนทบุรีจะไปลังกา เรือแตกมาขึ้นฝั่งทะเลรอบหาดทรายแก้วเอาพระทันตธาตุซ่อนไว้
            เขาชวาปราบกับ
การจัดตั้งเมืองนครศรีธรรมราช โดยพญาศรีธรรมโศกราช ประมาณปี พ.ศ. ๑๐๙๘ เล่าว่าพราหมณ์ผู้สร้างเมืองตะกั่วป่าแล้วผ่านมาทางเขาชวาปราบ เมื่อสร้างเมืองลงแล้วพญาศรีธรรมโศกราช (พระเจ้าอโศกมหาราชแห่งมัธยมประเทศ) ได้ส่งสารมาขอแบ่งพระธาตุ พญาศรีธรรมโศกราช (นครศรีธรรมราช) จึงให้สืบหากันขึ้นไปพบพระธาตุที่นางเหมชาลาและเจ้าทนทกุมาร ฝังไว้โดยมีหุ่นพยนต์รักษา เมื่อขุดได้แล้วก็แบ่งให้ไปส่วนหนึ่งที่เหลือจึงได้ก่อพระ เจดีย์บรรจุไว้ บ้านเมืองเจริญรุ่งเรืองมีเมือง ๑๒ นักษัตรเป็นเมืองบริวาร ต่อมาก็ร้างลงอีกเพาะโรคห่าพระยาศรีธรรมโศกราช ได้มาบูรณะชุมชนขึ้นใหม่อีกครั้งตามประวัติกล่าวว่ามาจากเมืองอินทปัตย์ มีน้องชายชื่อจันทรภาณุกับเจ้าพงษ์สุรา หนีใช้ห่ามาพบหาดทรายแก้วมีร่องรอยเมืองเก่าอยู่ จึงได้บูรณะใหม่ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๘ ได้สร้างเจดีย์ทรงลังกาครอบเจดีย์เดิมซึ่งเป็นแบบศรีวิชัยไว้ เมื่อสิ้นพระองค์แล้วน้องชายได้เป็นเจ้าเมืองแทนไปตามลําดับ ถ้ายืดตามตํานานชุมชนเขาชวาปราบมีขึ้นประมาณปี พ.ศ. ๑๐๐๐ เศษ นับเนื่องจนปัจจุบันประมาณกว่า ๑,๕๐๐ ปี เป็นช่วงเดียวกับชุมชนคลองท่อม (ควนลูกปัด) เพราะหลักฐานต่าง ๆ ที่ค้นพบที่คลองท่อมนักโบราณ คดีคํานวณอายุหลายสมัยระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๕-๑๒  ร่องรอยจากตํานานที่น่าจะเกี่ยวกับแนวทางเดินโบราณไม่ห่างจากเขาชวาปราบมากนัก ชาวบ้านเล่าถึงหินรูปช้าง ปัจจุบันอยู่ในสวนยางพาราของชาวบ้านใกล้เส้นทางที่จะออกไปทุ่งยอห่างจาก ตลาดคลองพนไปประมาณ ๒-๓ กิโลเมตร มีหินรูปช้างอยู่ ๓-๔ ก้อน ชาวบ้านว่าเป็นหินศักดิ์สิทธิ์มักไป บนบานศาลกล่าวอยู่เสมอ และเข้าใจกันว่าเดิมชาวบ้านในย่านทะเลนี้รวบรวมทรัพย์สมบัติบรรทุกช้างเพื่อจะนําไปบรรจุไว้ในพระบรมธาตุเมืองนครศรีธรรมราช แต่ช้างได้มาล้มตายลงจึงได้ช่วยกันก่อหินทับถมซาก ช้างและทรัพย์สมบัติเหล่านั้นไว้ ความเชื่อนั้นยังมีอยู่จนทุกวันนี้


ข้อมูลพื้นฐาน
ชื่อ/สถานที่/เรื่อง
เขาชวาปราบ
ที่อยู่
บ้านดินนา ตําบลคลองพน อําเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่
จังหวัด
กระบี่


วีดิทัศน์

รูปภาพ
 
      Font Size  
Back to Top
Khunying Long Athakravisunthorn Learning Resources Center
Prince of Songkhla University ©2018-2026