ภาษาถิ่นเป็นภาษาย่อยที่ใช้พูดจากันในท้องถิ่นต่าง ๆ ซึ่งเกิดจากการใช้ภาษาเพื่อการสื่อความหมาย ความเข้าใจกันระหว่างผู้คนที่อาศัยอยู่ตามท้องถิ่นนั้น ๆ ซึ่งอาจจะแตกต่างไปจากมาตรฐานหรือภาษาที่คนส่วนใหญ่ของแต่ละประเทศใช้กัน และอาจจะแตกต่างจากภาษาในท้องถิ่นอื่นทั้งทางด้านเสียง คำ และการใช้คำ ภาษาถิ่นเป็นภาษาที่มีลักษณะเฉพาะทั้งถ้อยคำและสำเนียง ภาษาถิ่นจะแสดงถึงเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ และวิถีชีวิตของผู้คนในถิ่นนั้น ๆ เช่น ภาษาถิ่นสงขลา ภาษาถิ่นนครฯ หรือภาษาตากใบ เป็นต้น ภาษาถิ่นทุกภาษาเป็นภาษาที่สำคัญในสังคมไทยเพราะสิ่งที่บันทึกเรื่องราว ประสบการณ์ และวัฒนธรรมทุกแขนงของชุมชนไว้ ภาษาถิ่นมีอยู่ ๒ ลักษณะ คือภาษาถิ่นใต้และภาษาถิ่นมลายู ภาษาถิ่นใต้มีลักษณะคล้ายสำเนียงของชาวพัทลุงและสงขลาเนื่องจากมีพื้นที่ติดต่อกัน ส่วนภาษาถิ่นมลายูนั้น เนื่องจากเจ้าเมืองในอดีตของเมืองสตูลสืบเชื้อสายมาจากไทรบุรีซึ่งใช้ภาษามลายู ชาวสตูลจึงใช้ภาษาถิ่นใต้ปนกับ ภาษามลายู ซึ่งไม่ปรากฏในจังหวัดใกล้เคียงอื่น ๆ
ภาษาถิ่นสตูล สามารถจําแนกลักษณะออกเป็น ๔ กลุ่ม ดังนี้
| - กลุ่มที่ ๑ พูดภาษามลายูในชีวิตประจําวัน ได้แก่ ตําบลเจ๊ะบิลัง ตําบลตํามะลัง ตําบลปูยู และตําบลฉลุง (บางหมู่บ้าน) |
| - กลุ่มที่ ๒ พูดภาษาใต้สตูลสําเนียงควนโดน ลักษณะเด่นอยู่ที่การออกเสียงท้ายคําหรือตอนจบประโยค มักขึ้นเสียงสูงซึ่งนิยมพูดกันในท้องที่อําเภอ- - ควนโดน ตําบลทุ่งนุ้ยของอําเภอควนกาหลง และบางท้องที่ของอําเภอเมืองสตูล ซึ่งติดต่อกับอําเภอควนโดน |
| - กลุ่มที่ ๓ พูดภาษาใต้สตูลสําเนียงละงู มีลักษณะเด่นที่การใช้คําเฉพาะถิ่น เป็นที่เข้าใจยากของคนต่างถิ่น นิยมพูดกันในหลายตําบลของอําเภอละงู |
| - กลุ่มที่ ๔ พูดภาษาใต้สําเนียงทั่วไปคล้ายคลึงกับจังหวัดใกล้เคียง คือพัทลุง ตรัง สงขลา และนครศรีธรรมราช ถือเป็นคนส่วนใหญ่ของจังหวัดสตูล |
ภาษามลายูในชีวิตประจําวัน
กล่าวได้ว่าภาษามลายูมีอิทธิพลต่อชีวิตประจําวันของชาวจังหวัดสตูล ทั้งชาวไทยพุทธและไทยมุสลิม เนื่องจากมีการยืมคําภาษามลายูมาใช้มากมาย ดังกรณีชื่อของสถานที่ ได้แก่เมือง อําเภอ ตําบล หมู่บ้าน คลอง เกาะ อ่าว ฯลฯ ที่มาจากคําภาษามลายู ประกอบ เช่น
- สตูล แปลว่ากระท้อน มีผู้อธิบายไว้ว่าตามหลักภาษามลายูว่า สโตยเพี้ยนมาจากสตูล ไม่ใช่สตูลเพี้ยนมาจากสโตยหรืออีกนัยหนึ่ง คือสตูลเป็นภาษาเขียน ส่วนสโตยเป็นภาษาพูด
- ละงู แปลว่าซื้อง่ายขายคล่อง มาจากลากู ภาษามลายูโบราณ
- มะนัง แปลว่าชนะ
- บําบัง แปลว่าผู้พิทักษ์ อารักษ์ ปิศาจ
- ตันหยงโป แปลว่าแหลมมะม่วง มาจากคําว่า ตันหยงปาโว
- ปูยู แปลว่าปลาหมอ
- ตํามะลัง (ไม่มีคําแปล) เป็นคำที่มาจากชื่อคน
- เจ๊ะบิลัง แปลว่าท่านนี้นับถือได้
- แป-ระ แปลว่าแหล่งเงิน
- กบังปะโหลด แปลว่าหนองปลาไหล
- กุบังจามัง แปลว่าหนองจอกแหน
- ตูแตหรำ แปลว่าหอยนางรม
- ตันหยงกาโบย แปลว่าแหลมที่มีดินสูง มาจากคําว่าตันหยงกาโบส
- ตะโละใส แปลว่าอ่าวต้นตะไคร้ มาจากคําว่าตะโละไสร
- กาเนะ แปลว่าต้นชะมวง
- บูเก็ตยามู แปลว่าภูเขาลูกฝรั่ง
- โกตา แปลว่ากําแพง
- ตะรุเตา แปลว่าอ่าวมากมาย
- อาดัง แปลว่ากัน ขวาง
- หลีเป๊ะ แปลว่าบาง มาจากคำว่านิปิสหรือนิเปส
- ลิดี แปลว่าไม้เรียว
- บรัสมานา แปลว่าข้าวสารอยู่ไหน ภายหลังเพี้ยนเป็นปรัสมานา
- ตะโละอุดัง แปลว่าอ่าวกุ้ง
- ตะโละวาว แปลว่าอ่าวว่าว
- บูกิตบุหงา แปลว่าภูเขาดอกไม้
คำบางคำแม้ชื่อที่เปลี่ยนเป็นภาษาไทยแล้ว แต่ยังคงความหมายเดิมไว้ เช่น
- คลองขุด มาจากภาษามลายูคือสุไหงกอแระ (สุไหง แปลว่าคลอง กอแระ แปลว่าขุด)
- ทุ่งนุ้ย มาจากภาษามลายูคือปาดังเกอจิ” (ปาดังแปลว่าทุ่งเกอจิ แปลว่านุ้ยหรือน้อย)
- ควนสตอ มาจากภาษามลายูคือค็วกเปอไต (ค็วกแปลว่าควนเปอไตแปลว่าสะตอ)
- เกาะนก มาจากภาษามลายูคือปูเลาบูรง (ปูเลาแปลว่าเกาะบูรงแปลว่านก)
- ท่าแพ มาจากภาษามลายูคือบาราเกต” (ความหมายเดิมของบาราเกตแปลว่าล่องแพ)
- ควนโดน มาจากภาษามลายูคือก๊วกกโดน (ก๊วกแปลว่าควนกโดนแปลว่าต้นโดน)
- บ้านท่าศิลา มาจากภาษามลายูคือเมอกาลันบาตู (เมอกาลัน แปลว่าท่า บาตูแปลว่าหิน)
- ควนโพธิ์ มาจากภาษามลายูคือค๊วกบูดี (ค็วกแปลว่าควนบูดีแปลว่าต้นโพธิ์)
คําใช้เรียกเครือญาติและความสัมพันธ์ในครอบครัว
- ปะ ยะ อายะ หมายถึงพ่อ
- มะ หมายถึงแม่
- บัง หมายถึงพี่ชาย
- กะ, จะ หมายถึงพี่สาว
- โต๊ะ หมายถึงย่า ยาย
- แนะ หรือโต๊ะแนะ หมายถึงทวด
- หวัน,โต๊ะหวัน,โต๊ะบัน หมายถึงปู่
- หวา , หลง หมายถึงลูกคนที่ ๑ ของปู่-ย่า
คําที่ใช้กันทั่วไปในชีวิตประจําวัน
- กอแหล แปลว่ากระบวยตักน้ำ
- กาเต แปลว่าเตียงนอน
- กาปะ แปลว่าขวาน
- กาโสด แปลว่ารองเท้า
- แกหรา แปลว่าจัดการ พิจารณา
- ฆอเลาะ แปลว่ามีดพร้า
- จังกาบ แปลว่าพูดคุย
- จาหรา แปลว่า เอาเป็นธุระ
- กูหนี แปลว่ากระสอบป่าน
- เจอหลากา แปลว่าอุบาทว์, จัญไร
- ชันซี แปลว่าสัญญา
- ซาหวา แปลว่าละมุดฝรั่ง
- ซูหญี แปลว่าเงียบเหงา
- ดูเหนีย แปลว่าโลก, แผ่นดิน
- ตะโระ แปลว่าสาหัส, แย่
- ตาหนา แปลว่าเครื่องหมาย
- ตาหล่ แปลว่าถาด
- ตีหมา แปลว่าถังน้ำ
- นูหรี แปลว่างานบุญ
- บังสา แปลว่าชนิด, วงศ์ตระกูล
- บาดัน แปลว่าร่างกาย
- บิดั๋น แปลว่าหมอตําแย
- บิหมัง แปลว่าเป็นห่วง, กังวล
- ปันตั๋ง แปลว่าต้องห้าม, งด
- ปาดั๋น แปลว่าพอดี, เหมาะสม
- ปาหยา แปลว่าสามารถ
- แปตอด แปลว่าแกร็น, ไม่เติบโต
- แปสะ แปลว่าเป้ากางเกง
- แปแหลด แปลว่าพูดสําเนียงเพี้ยน
- ยาโง้ย แปลว่ามะม่วงหิมพานต์
- ยาลัน แปลว่าทาง
- รอเกาะ แปลว่าบุหรี่
- ราเย็น แปลว่าขยัน
- เสดสา แปลว่าลําบาก, กันดาร
- เหนียด แปลว่าตั้งใจ
- เหมา แปลว่าเอา
- อ็อดสา แปลว่าอุตส่าห์, พยายาม
คำที่ใช้เรียกเครือญาติที่มีลำดับชั้นสูงกว่าตน
- ป๊ะ ย๊ะ อายะ หมายถึงพ่อ
- ม๊ะ หมายถึงแม่
- บัง อาบัง หมายถึงพี่ชาย
- ก๊ะ จ๊ะ หมายถึงพี่สาว
- โต๊ะ หมายถึง ย่า ยาย
- หวัน โต๊ะหวัน โต๊ะบัน หมายถึงปู่
- แนะ หมายถึงทวด
- หวา หลง หมายถึงลูกคนที่ ๑ ของปู่-ย่า
- งะ หมายถึงลูกคนที่ ๒ ของปู่-ย่า
- หลัง หมายถึงลูกคนที่ ๓ ของปู่-ย่า
- หยัง หมายถึงลูกคนที่ ๔ ของปู่-ย่า
- ตำ หมายถึงลูกคนที่ ๕ ของปู่- ย่า
- นะ หมายถึงลูกคนที่ ๖ ของปู่-ย่า
- จิ หมายถึงลูกคนที่ ๗ ของปู่-ย่า
- ดา หมายถึงลูกคนที่ ๘ ของปู่-ย่า
- เต๊ะ หมายถึงลูกคนที่ ๙ ของปู่-ย่า
- ฉู จู สู หมายถึงลูกคนสุดท้องของปู่-ย่า
คำผสมมาลายูกับไทย เช่น
- โต๊ะตา หมายถึงพ่อตา
- โต๊ะยาย หมายถึงแม่ยาย
- โต๊ะชาย หมายถึงปู่
คำที่เรียกคนที่มีความสัมพันธ์กัน เช่น
- รากัน หมายถึงเพื่อนเกลอ
- ตุหนัง หมายถึงคู่หมั้น
- บิสัน หมายถึงญาติโดยการสมรส
- บิรัย หมายถึงคู่เขย
การเรียกชื่อผักผลไม้ สมุนไพร และเครื่องใช้ในครัวเรือน ทั้ง ๗ อำเภอของจังหวัดสตูล มีดังต่อไปนี้
- มังคุด ทั้ง ๗ อำเภอ เรียกเหมือนกันคือมังคุด
- ทุเรียน อำเภอเมือง ท่าแพ ทุ่งหว้า ละงู และควนโดน เรียกว่าทุเรียน ส่วนอำเภอมะนังและควนกาหลง เรียกว่าเรียน
- เงาะ ทั้ง ๗ อำเภอ เรียกเหมือนกันคือเงาะ
- ลองกอง ทั้ง ๗ อำเภอ เรียกเหมือนกันคือลองกอง
- ส้ม อำเภอเมือง ควนกาหลง เรียกว่าส้มแป้น ส่วน อำเภอควนโดน เรียกว่าลูกส้ม และอำเภอท่าแพ ทุ่งหว้า ละงู และมะนัง เรียกว่าส้ม
- มะม่วง ทั้ง ๗ อำเภอ เรียกเหมือนกันคือลูกม่วง
- มะละกอ อำเภอเมือง ละงู มะนัง และควนกาหลง เรียกว่าลอกอ ส่วนอำเภอ ท่าแพ ทุ่งหว้า และควนโดน เรียกว่าตาหลา
- ชมพู่ อำเภอเมือง ละงู มะนัง และควนกาหลง เรียกว่าชมโพ่ ส่วนอำเภอท่าแพ ทุ่งหว้า และควนโดน เรียกว่ายาหมู
- องุ่น ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันคือองุ่น
- ส้มโอ อำเภอเมือง ท่าแพ ทุ่งหว้า ละงู ควนกาหลง และควนโดน เรียกว่าส้มโอ ส่วนอำเภอมะนัง เรียกว่าลูกส้มโอ
- ฝรั่ง ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าชมพู่
- มะพร้าว ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าลูกพร้าว
- ลำไย ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าลำไย
- ขนุน อำเภอเมือง ท่าแพ ละงู และควนกาหลง เรียกว่าลูกหนุน ส่วนอำเภอทุ่งหว้า มะนัง และควนโดน เรียกว่าหนุน
- ข้าวโพด ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าคง
- แก้วมังกร ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าแก้วมังกร
- มะกอก อำเภอเมือง ควนกาหลง และควนโดน เรียกว่ามะกอก ส่วนอำเภอท่าแพ ทุ่งหว้า ละงู และมะนัง เรียกว่าลูกกอก
- จำปะดะ ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าจะดะ
- เสาวรส ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าเสารส
- น้อยหน่า ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าน้อยหน่า
- กระท้อน ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าลูกท้อน
- มะเหมี่ยว อำเภอเมือง ควนกาหลง และควนโดน เรียกว่ามะเหมี่ยว ส่วนอำเภอท่าแพ ทุ่งหว้า ละงู และมะนัง เรียกว่าอาหมู
- ระกำ อำเภอเมือง มะนัง ควนกาหลง และควนโดน เรียกว่าลูกกำ ส่วน อำเภอ ท่าแพ ทุ่งหว้า และละงู เรียกว่าสละ
- มะขาม อำเภอมะนัง และควนกาหลง เรียกว่าส้มขาม ส่วนอำเภอเมือง ท่าแพ ทุ่งหว้า ละงู และมะนัง เรียกว่าลูกขาม
- มะยม ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันคือมะยม
- กล้วย ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันคือกล้วย
- ทับทิม ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันคือทับทิม
- ลิ้นจี่ ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันคือลิ้นจี่
- มะเฟือง อำเภอเมือง ละงูเรียกว่ามะเฟือง ส่วนอำเภอท่าแพ ทุางหว้า มะนัง ควนกาหลง และควนโดน เรียกว่าลูกเฟือง
- มะปราง อำเภอเมือง ละงูเรียกว่ามะปราง ส่วนอำเภอท่าแพ ทุ่งหว้า มะนัง ควนกาหลง และควนโดน เรียกว่าลูกปราง
- ละไม อำเภอเมือง ท่าแพ ทุ่งหว่า เรียกว่าละไม ส่วนอำเภอ ละงู มะนง ควนกาหลง ควนโดน เรียกว่าลูกละไม
- พุทรา ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าพุทรา
- ตะขบ ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าลูกขบ
- อ้อย ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าอ้อย
- มะม่วงหิมพานต์ อำเภอท่าแพ และทุ่งหว้า เรียกว่ายาร่วง ส่วนอำเภอเมือง ละงู มะนัง ควนกาหลง และควนโดน เรียกว่าหัวครก
- พริก ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่า ลีปลี
- มะเขือเปราะ อำเภอเมือง เรียกว่าลูกเขือกลม อำเภอควนโดน เรียกว่า ลูกเขืออ้อร้อ ส่วนอำเภอท่าแพ ทุ่งหว้า ละงู มะนัง และควนกาหลง เรียกว่าลูกเขือ
- มะเขือพวง ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าเขือข้อย
- มะเขือยาว ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่ามะเขือยาว
- มะเขือเทศ ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่ามะเขือเทศ
- มันเทศ ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่ามันเทศ
- เผือก ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าเผือก
- บอน ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าหัวบอน
- สะตอ ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าลูกตอ
- ขมิ้น ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าขี้ขมิ้น
- มะนาว อำเภอเมือง ควนกาหลง และควนโดน เรียกว่าลูกนาว ส่วนอำเภอท่าแพ ทุ่งหว้า ละงู มะนัง เรียกว่าส้มนาว
- ใบมะกรูด ทั้ง ๗ อำเภอ เรียกเหมือนกันว่าใบกรูด
- ข่า ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าข่า
- ตะไคร้ ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าไคร้
- ยี่หร่า อำเภอเมือง และอำเภอละงู เรียกว่ายี่หร่า ส่วนอำเภอท่าแพ ทุ่งหว้า มะนัง ควนกาหลง และควนโดนเรียกว่าใบลา
- กระเทียม ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าหัวเทียม
- กระเพรา ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าใบกระเพรา
- พริกไทยดำ ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าพริกไทย
- ฟัก ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าขี้พร้า
- ฟักทอง ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าน้ำเต้า
- มะระ ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่ามะระ
- โหระพา ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าโหระพา
- ดอกกะหล่ำ อำเภอเมือง ควนกาหลง และควนโดน เรียกว่าดอกกะหล่ำ ส่วนอำเภอท่าแพ ทุ่งหว้า ละงู มะนัง เรียกว่าดอกผัก
- กะหล่ำปี อำเภอเมือง และละงู เรียกว่ากะหล่ำปี ส่วนอำเภอท่าแพ ทุ่งหว้า มะนัง ควนกาหลง ควนโดน เรียกว่ากะหล่ำ
- ดอกแค ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าดอกแค
- ฟักข้าว อำเภอเมืองและละงู เรียกว่าฟักข้าว ส่วนอำเภอท่าแพ ทุ่งหว้า มะนนัง ควนกาหลง และควนโดน เรียกว่าขี้พร้าไฟ
- หอมแดง ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าหัวหอม
- พริกแห้ง ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าลีปลีแห้ง
- ปลีกล้วย อำเภอเมือง และละงู เรียกว่าปลีกล้วย ส่วนอำเภอ ท่าแพ ละงู มะนัง ควนกาหลง ควนโดน เรียกว่าหัวปลี
- แตงกวา อำเภอละงู ควนโดน เรียกว่าลูกแตง ส่วนอำเภอเมืองท่าแพ ทุ่งหว้า ละงู มะนัง เรียกว่าแตงกวา
- ใบบัวบก อำเภอท่าแพ และทุ่งหว้า เรียกว่าบัวบก ส่วนอำเภอเมือง ละงู มะนัง ควนกาหลง และควนโดน เรียกว่าใบบัวบก
- ใบย่านาง อำเภออำเภอเมือง มะนัง ควนกาหลง เรียกว่าใบย่านาง ส่วนอำเภอท่าแพ ทุ่งหว้า ควนโดน เรียกว่าย่านาง
- ใบเตย อำเภออำเภอท่าแพ ละงู เรียกว่าเตยหอม ส่วนอำเภอท่าแพ ทุ่งหว้า มะนัง ควนกาหลง และควนโดน เรียกว่าใบเตย
- สาก อำเภอท่าแพ ทุ่งหว้า มะนัง เรียกว่าสากเบือ ส่วนเมือง ละงู ควนกาหลง และควนโดน เรียกว่าสาก
- ลังถึง ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าซึ้ง
- กระทะ อำเภอเมือง เรียกว่ากระทะ ส่วนอำเภอทุ่งหว้า ละงู มะนัง ควนกาหลง ควนโดน เรียกว่าท๊ะ
- ตะหลิว อำเภอเมือง เรียกว่าตะหลิว ส่วนอำเภอทุ่งหว้า ละงู มะนัง ควนกาหลง ควนโดน เรียกว่าช้อนชี่
- กะละมัง ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าโคม
- ครก ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าครก
- ตะเกียบ ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าเกียบ
- กระติกน้ำร้อน อำเภอเมือง และควนกาหลง เรียกว่ากระติกน้ำร้อน ส่วนท่าแพ ทุ่งหว้า ละงู มะนัง และควนโดน เรียกว่าติกน้ำร้อน
- กระบอกน้ำ อำเภอเมือง ท่าแพ ละงู เรียกว่ากระบอกน้ำ อำเภอเมือง ท่าแพ ละงู มะนัง และควนโดน เรียกว่าบอกน้ำ
- กระติก อำเภอเมือง ท่าแพ ละงู มะนัง เรียกว่าติก ส่วนละงู ควนกาหลง และควนโดน เรียกว่าติกน้ำแข็ง
- ตะกร้า อำเภอเมือง ละงู ควนกาหลง เรียกว่าตะกร้า ส่วนท่าแพ ทุ่งหว้า มะนัง และควนโดน เรียกว่าช๊ะ
- กล่องใส่อาหาร อำเภอเมือง ท่าแพ ควนกาหลง เรียกว่าตั๊บเปอแวร์ ส่วนทุ่งหว้า ละงู มะนัง และควนโดน เรียกว่ากุบ
- จวัก ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าจวัก
- ทัพพี อำเภอเมือง ท่าแพ ทุ่งหว้า ควนกาหลง เรียกว่าจวัก ส่วนอำเภอเมือง มะนัง เรียกว่าหวักแบน
- มีด ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่ามีด
- เขียง ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าดานเขียง
- แก้วน้ำ อำเภอเมือง ละงู ควนกาหลง เรียกว่าแก้ว ส่วนอำเภอท่าแพ ทุ่งหว้า มะนัง ควนโดน เรียกว่าจอก
- มีดปอก อำเภอเมือง ท่าแพ ทุ่งหว้า ละงู ควนโดน เรียกว่ามีด ส่วนอำเภอมะนัง ควนกาหลง เรียกว่ามีดปอก
- กระต่ายขูดมะพร้าว อำเภอเมือง มะนัง เรียกว่าที่ขูดพร้าว ส่วนอำเภอท่าแพ ทุ่งหว้า ละงู ควนโดน ควนโดน เรียกว่าเหล็กขูด
- ที่ขูดผัก ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าที่ขูด
- กาต้มน้ำ อำเภอเมือง ท่าแพ ทุ่งหว้า มะนัง ควนกาหลง ควนโดน เรียกว่ากาต้มน้ำ ส่วนอำเภอละงู เรียกว่ากา
- ถ้วยกาแฟ ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าแก้วกาแฟ
- ช้อนโต๊ะ ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าช้อน
- ช้อนชา อำเภอเมือง มะนัง เรียกว่าช้อนกาแฟ ส่วนท่าแพ ทุ่งหว้า ละงู ควนกาหลง และควนโดน เรียกว่าช้อนกาแฟ
- หม้อ ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าหม้อ
- ชาม ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าชาม
โครงงานภาษาไทยการเรียกชื่อผักผลไม้ สมุนไพร และเครื่องครัวใน 7 อำเภอ ของจังหวัดสตูล. (2558). สืบค้น 21 ธ.ค. 64, จาก
https://mythaiteam.blogspot.com/2015/03/1-1.html
บุญตา บุรีศรี. (2556). ภาษาถิ่นสตูล. สืบค้น 21 ธ.ค. 64, จาก https://www.gotoknow.org/posts/551578