ภาษาถิ่นสตูล
 
Back    21/12/2021, 14:25    19  

หมวดหมู่

ภาษาท้องถิ่น


ประเภท/รูปแบบเนื้อหา

ร้อยแก้ว


ผู้แต่ง/เจ้าของผลงาน
สํานักงานศึกษาธิการจังหวัดสตูล

เนื้อหา

            ภาษาถิ่นเป็นภาษาย่อยที่ใช้พูดจากันในท้องถิ่นต่าง ๆ  ซึ่งเกิดจากการใช้ภาษาเพื่อการสื่อความหมาย  ความเข้าใจกันระหว่างผู้คนที่อาศัยอยู่ตามท้องถิ่นนั้น ๆ   ซึ่งอาจจะแตกต่างไปจากมาตรฐานหรือภาษาที่คนส่วนใหญ่ของแต่ละประเทศใช้กัน  และอาจจะแตกต่างจากภาษาในท้องถิ่นอื่นทั้งทางด้านเสียง คำ และการใช้คำ  ภาษาถิ่นเป็นภาษาที่มีลักษณะเฉพาะทั้งถ้อยคำและสำเนียง  ภาษาถิ่นจะแสดงถึงเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ และวิถีชีวิตของผู้คนในถิ่นนั้น ๆ  เช่น ภาษาถิ่นสงขลา ภาษาถิ่นนครฯ หรือภาษาตากใบ เป็นต้น   ภาษาถิ่นทุกภาษาเป็นภาษาที่สำคัญในสังคมไทยเพราะสิ่งที่บันทึกเรื่องราว ประสบการณ์ และวัฒนธรรมทุกแขนงของชุมชนไว้ ภาษาถิ่นมีอยู่ ๒ ลักษณะ คือภาษาถิ่นใต้และภาษาถิ่นมลายู ภาษาถิ่นใต้มีลักษณะคล้ายสำเนียงของชาวพัทลุงและสงขลาเนื่องจากมีพื้นที่ติดต่อกัน ส่วนภาษาถิ่นมลายูนั้น เนื่องจากเจ้าเมืองในอดีตของเมืองสตูลสืบเชื้อสายมาจากไทรบุรีซึ่งใช้ภาษามลายู ชาวสตูลจึงใช้ภาษาถิ่นใต้ปนกับ ภาษามลายู ซึ่งไม่ปรากฏในจังหวัดใกล้เคียงอื่น ๆ
ภาษาถิ่นสตูล สามารถจําแนกลักษณะออกเป็น ๔ กลุ่ม ดังนี้

- กลุ่มที่ ๑ พูดภาษามลายูในชีวิตประจําวัน ได้แก่ ตําบลเจ๊ะบิลัง ตําบลตํามะลัง ตําบลปูยู และตําบลฉลุง (บางหมู่บ้าน)
- กลุ่มที่ ๒ พูดภาษาใต้สตูลสําเนียงควนโดน ลักษณะเด่นอยู่ที่การออกเสียงท้ายคําหรือตอนจบประโยค มักขึ้นเสียงสูงซึ่งนิยมพูดกันในท้องที่อําเภอ- - ควนโดน ตําบลทุ่งนุ้ยของอําเภอควนกาหลง และบางท้องที่ของอําเภอเมืองสตูล ซึ่งติดต่อกับอําเภอควนโดน
- กลุ่มที่ ๓ พูดภาษาใต้สตูลสําเนียงละงู มีลักษณะเด่นที่การใช้คําเฉพาะถิ่น เป็นที่เข้าใจยากของคนต่างถิ่น นิยมพูดกันในหลายตําบลของอําเภอละงู
- กลุ่มที่ ๔ พูดภาษาใต้สําเนียงทั่วไปคล้ายคลึงกับจังหวัดใกล้เคียง คือพัทลุง ตรัง สงขลา และนครศรีธรรมราช ถือเป็นคนส่วนใหญ่ของจังหวัดสตูล

    ภาษามลายูในชีวิตประจําวัน
           
กล่าวได้ว่าภาษามลายูมีอิทธิพลต่อชีวิตประจําวันของชาวจังหวัดสตูล ทั้งชาวไทยพุทธและไทยมุสลิม เนื่องจากมีการยืมคําภาษามลายูมาใช้มากมาย ดังกรณีชื่อของสถานที่ ได้แก่เมือง อําเภอ ตําบล หมู่บ้าน คลอง เกาะ อ่าว ฯลฯ ที่มาจากคําภาษามลายู ประกอบ เช่น
            - สตูล แปลว่ากระท้อน มีผู้อธิบายไว้ว่าตามหลักภาษามลายูว่า สโตยเพี้ยนมาจากสตูล ไม่ใช่สตูลเพี้ยนมาจากสโตยหรืออีกนัยหนึ่ง คือสตูลเป็นภาษาเขียน ส่วนสโตยเป็นภาษาพูด
            - ละงู แปลว่าซื้อง่ายขายคล่อง มาจากลากู ภาษามลายูโบราณ
            - มะนัง แปลว่าชนะ
            - บําบัง แปลว่าผู้พิทักษ์ อารักษ์ ปิศาจ
            - ตันหยงโป แปลว่าแหลมมะม่วง มาจากคําว่า ตันหยงปาโว
            - ปูยู แปลว่าปลาหมอ
            - ตํามะลัง (ไม่มีคําแปล) เป็นคำที่มาจากชื่อคน
            - เจ๊ะบิลัง แปลว่าท่านนี้นับถือได้
            - แป-ระ แปลว่าแหล่งเงิน
            - กบังปะโหลด แปลว่าหนองปลาไหล
            - กุบังจามัง แปลว่าหนองจอกแหน
            - ตูแตหรำ แปลว่าหอยนางรม
            - ตันหยงกาโบย แปลว่าแหลมที่มีดินสูง มาจากคําว่า
ตันหยงกาโบส
            - ตะโละใส แปลว่าอ่าวต้นตะไคร้ มาจากคําว่าตะโละไสร
            - กาเนะ แปลว่าต้นชะมวง
            - บูเก็ตยามู แปลว่าภูเขาลูกฝรั่ง
            - โกตา แปลว่ากําแพง
            - ตะรุเตา แปลว่าอ่าวมากมาย
             - อาดัง แปลว่ากัน ขวาง
             - หลีเป๊ะ แปลว่าบาง มาจากคำว่านิปิสหรือนิเปส
             
- ลิดี แปลว่าไม้เรียว
             - บรัสมานา แปลว่าข้าวสารอยู่ไหน ภายหลังเพี้ยนเป็นปรัสมานา
             - ตะโละอุดัง แปลว่าอ่าวกุ้ง 
             - ตะโละวาว แปลว่าอ่าวว่าว
             - บูกิตบุหงา แปลว่าภูเขาดอกไม้ 
         คำบางคำ
แม้ชื่อที่เปลี่ยนเป็นภาษาไทยแล้ว แต่ยังคงความหมายเดิมไว้ เช่น
            - คลองขุด มาจากภาษามลายูคือสุไหงกอแระ (สุไหง แปลว่าคลอง กอแระ แปลว่าขุด)
            - ทุ่งนุ้ย มาจากภาษามลายูคือปาดังเกอจิ” (ปาดังแปลว่าทุ่ง
เกอจิ แปลว่านุ้ยหรือน้อย)
            - ควนสตอ มาจากภาษามลายูคือค็วกเปอไต (ค็วกแปลว่าควน
เปอไตแปลว่าสะตอ)
            - เกาะนก มาจากภาษามลายูคือปูเลาบูรง (ปูเลาแปลว่าเกาะ
บูรงแปลว่านก)
            - ท่าแพ มาจากภาษามลายูคือบาราเกต” (ความหมายเดิม
ของบาราเกตแปลว่าล่องแพ)
            - ควนโดน มาจากภาษามลายูคือก๊วกกโดน (ก๊วกแปลว่าควน
กโดนแปลว่าต้นโดน)
            - บ้านท่าศิลา มาจากภาษามลายูคือเมอกาลันบาตู (เมอกาลัน แปลว่าท่า บาตูแปลว่าหิน)
            - ควนโพธิ์ มาจากภาษามลายูคือค๊วกบูดี (ค็วกแปลว่าควน
บูดีแปลว่าต้นโพธิ์)
         
คําใช้เรียกเครือญาติและความสัมพันธ์ในครอบครัว
            - ปะ ยะ อายะ หมายถึงพ่อ
            - มะ หมายถึงแม่
            
- บัง หมายถึงพี่ชาย
           
- กะ, จะ หมายถึงพี่สาว
           
- โต๊ะ หมายถึงย่า ยาย
           - แนะ หรือโต๊ะแนะ หมายถึงทวด
           
- หวัน,โต๊ะหวัน,โต๊ะบัน หมายถึงปู่
           - หวา , หลง หมายถึงลูกคนที่ ๑ ของปู่-ย่า
         
คําที่ใช้กันทั่วไปในชีวิตประจําวัน
           - กอแหล แปลว่ากระบวยตักน้ำ
           - กาเต แปลว่าเตียงนอน
           - กาปะ แปลว่าขวาน
           - กาโสด แปลว่ารองเท้า
           - แกหรา แปลว่าจัดการ พิจารณา
           
- ฆอเลาะ แปลว่ามีดพร้า
           - จังกาบ แปลว่าพูดคุย
           - จาหรา แปลว่า เอาเป็นธุระ
           - กูหนี แปลว่ากระสอบป่าน
           - เจอหลากา แปลว่าอุบาทว์, จัญไร
           - ชันซี แปลว่าสัญญา 
           - ซาหวา แปลว่าละมุดฝรั่ง
           - ซูหญี แปลว่าเงียบเหงา
           - ดูเหนีย แปลว่าโลก, แผ่นดิน
           - ตะโระ แปลว่าสาหัส, แย่ 
           - ตาหนา แปลว่าเครื่องหมาย
           - ตาหล่ แปลว่าถาด
           - ตีหมา แปลว่าถังน้ำ
           - นูหรี แปลว่างานบุญ
           - บังสา แปลว่าชนิด, วงศ์ตระกูล
           - บาดัน แปลว่าร่างกาย
           - บิดั๋น แปลว่าหมอตําแย
           - บิหมัง แปลว่าเป็นห่วง, กังวล
           - ปันตั๋ง แปลว่าต้องห้าม, งด
           - ปาดั๋น แปลว่าพอดี, เหมาะสม 
           - ปาหยา แปลว่าสามารถ 
           - แปตอด แปลว่าแกร็น, ไม่เติบโต
           - แปสะ แปลว่าเป้ากางเกง
           -
 แปแหลด แปลว่าพูดสําเนียงเพี้ยน 
           - ยาโง้ย แปลว่ามะม่วงหิมพานต์ 
           - ยาลัน แปลว่าทาง 
           - รอเกาะ แปลว่าบุหรี่
           - ราเย็น แปลว่าขยัน
           - เสดสา แปลว่าลําบาก, กันดาร
           
- เหนียด แปลว่าตั้งใจ
           - เหมา แปลว่าเอา
           - อ็อดสา แปลว่าอุตส่าห์, พยายาม
       
คำที่ใช้เรียกเครือญาติที่มีลำดับชั้นสูงกว่าตน
           - ป๊ะ ย๊ะ อายะ หมายถึงพ่อ
           - 
ม๊ะ หมายถึงแม่ 
           - 
บัง อาบัง หมายถึงพี่ชาย
           - 
ก๊ะ จ๊ะ หมายถึงพี่สาว
           - 
โต๊ะ หมายถึง ย่า ยาย
           - 
หวัน โต๊ะหวัน โต๊ะบัน หมายถึงปู่
           - 
แนะ หมายถึงทวด
            - 
หวา หลง หมายถึงลูกคนที่ ๑ ของปู่-ย่า
            - 
งะ หมายถึงลูกคนที่ ๒ ของปู่-ย่า
            - 
หลัง หมายถึงลูกคนที่ ๓ ของปู่-ย่า
            - 
หยัง หมายถึงลูกคนที่ ๔ ของปู่-ย่า
            - 
ตำ หมายถึงลูกคนที่ ๕ ของปู่- ย่า
            - 
นะ หมายถึงลูกคนที่ ๖ ของปู่-ย่า
            - 
จิ หมายถึงลูกคนที่ ๗ ของปู่-ย่า
            - 
ดา หมายถึงลูกคนที่ ๘ ของปู่-ย่า
            - 
เต๊ะ หมายถึงลูกคนที่ ๙ ของปู่-ย่า
            - 
ฉู จู สู หมายถึงลูกคนสุดท้องของปู่-ย่า
       
คำผสมมาลายูกับไทย เช่น
            - 
โต๊ะตา หมายถึงพ่อตา
            - 
โต๊ะยาย หมายถึงแม่ยาย
            - 
โต๊ะชาย หมายถึงปู่
        
คำที่เรียกคนที่มีความสัมพันธ์กัน เช่น
           - 
รากัน หมายถึงเพื่อนเกลอ
           - 
ตุหนัง หมายถึงคู่หมั้น
           - 
บิสัน  หมายถึงญาติโดยการสมรส
           - 
บิรัย หมายถึงคู่เขย
        การเรียกชื่อผักผลไม้ สมุนไพร และเครื่องใช้ในครัวเรือน ทั้ง ๗ อำเภอของจังหวัดสตูล มีดังต่อไปนี้
          - มังคุด ทั้ง ๗ อำเภอ เรียกเหมือนกันคือมังคุด
         - ทุเรียน อำเภอเมือง ท่าแพ ทุ่งหว้า ละงู และควนโดน เรียกว่าทุเรียน ส่วนอำเภอมะนังและควนกาหลง เรียกว่าเรียน
         - เงาะ ทั้ง ๗ อำเภอ เรียกเหมือนกันคือเงาะ
         - ลองกอง ทั้ง  ๗ อำเภอ เรียกเหมือนกันคือลองกอง
         - ส้ม อำเภอเมือง ควนกาหลง เรียกว่าส้มแป้น ส่วน อำเภอควนโดน เรียกว่าลูกส้ม และอำเภอท่าแพ ทุ่งหว้า ละงู และมะนัง เรียกว่าส้ม
         - มะม่วง ทั้ง ๗ อำเภอ เรียกเหมือนกันคือลูกม่วง
         - มะละกอ อำเภอเมือง ละงู มะนัง และควนกาหลง เรียกว่าลอกอ ส่วนอำเภอ ท่าแพ ทุ่งหว้า และควนโดน เรียกว่าตาหลา
         - ชมพู่ อำเภอเมือง ละงู มะนัง และควนกาหลง เรียกว่าชมโพ่ ส่วนอำเภอท่าแพ ทุ่งหว้า และควนโดน เรียกว่ายาหมู
         - องุ่น ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันคือองุ่น
         - ส้มโอ อำเภอเมือง ท่าแพ ทุ่งหว้า ละงู ควนกาหลง และควนโดน เรียกว่าส้มโอ ส่วนอำเภอมะนัง เรียกว่าลูกส้มโอ
         - ฝรั่ง ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าชมพู่
         - มะพร้าว ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าลูกพร้าว
         - ลำไย ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าลำไย
         - ขนุน อำเภอเมือง ท่าแพ ละงู และควนกาหลง เรียกว่าลูกหนุน ส่วนอำเภอทุ่งหว้า มะนัง และควนโดน เรียกว่าหนุน
         - ข้าวโพด ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าคง
         - แก้วมังกร ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าแก้วมังกร
         - มะกอก อำเภอเมือง ควนกาหลง และควนโดน เรียกว่ามะกอก ส่วนอำเภอท่าแพ ทุ่งหว้า ละงู และมะนัง เรียกว่าลูกกอก
         - จำปะดะ ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าจะดะ
         - เสาวรส ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าเสารส
         - น้อยหน่า ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าน้อยหน่า
         - กระท้อน ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าลูกท้อน
         - มะเหมี่ยว  อำเภอเมือง ควนกาหลง และควนโดน เรียกว่ามะเหมี่ยว  ส่วนอำเภอท่าแพ ทุ่งหว้า ละงู และมะนัง เรียกว่าอาหมู
         - ระกำ อำเภอเมือง มะนัง ควนกาหลง และควนโดน เรียกว่าลูกกำ ส่วน อำเภอ ท่าแพ ทุ่งหว้า และละงู เรียกว่าสละ
         - มะขาม อำเภอมะนัง และควนกาหลง เรียกว่าส้มขาม ส่วนอำเภอเมือง ท่าแพ ทุ่งหว้า ละงู และมะนัง เรียกว่าลูกขาม
         - มะยม ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันคือมะยม
         - กล้วย ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันคือกล้วย
         - ทับทิม ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันคือทับทิม
          - ลิ้นจี่ ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันคือลิ้นจี่
          - มะเฟือง อำเภอเมือง ละงูเรียกว่ามะเฟือง ส่วนอำเภอท่าแพ ทุางหว้า มะนัง ควนกาหลง และควนโดน เรียกว่าลูกเฟือง
          - มะปราง อำเภอเมือง ละงูเรียกว่ามะปราง ส่วนอำเภอท่าแพ ทุ่งหว้า มะนัง ควนกาหลง และควนโดน เรียกว่าลูกปราง
          - ละไม อำเภอเมือง ท่าแพ ทุ่งหว่า เรียกว่าละไม ส่วนอำเภอ ละงู มะนง ควนกาหลง ควนโดน เรียกว่าลูกละไม
          - พุทรา ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าพุทรา
          - ตะขบ ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าลูกขบ
          - อ้อย ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าอ้อย
          - มะม่วงหิมพานต์  อำเภอท่าแพ และทุ่งหว้า เรียกว่ายาร่วง ส่วนอำเภอเมือง ละงู มะนัง ควนกาหลง และควนโดน เรียกว่าหัวครก
          - พริก ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่า ลีปลี
          - มะเขือเปราะ อำเภอเมือง เรียกว่าลูกเขือกลม อำเภอควนโดน เรียกว่า ลูกเขืออ้อร้อ ส่วนอำเภอท่าแพ ทุ่งหว้า ละงู มะนัง และควนกาหลง เรียกว่าลูกเขือ
          - มะเขือพวง ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าเขือข้อย
          - มะเขือยาว ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่ามะเขือยาว
          - มะเขือเทศ ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่ามะเขือเทศ
          - มันเทศ ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่ามันเทศ
          - เผือก ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าเผือก
          - บอน ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าหัวบอน
          - สะตอ ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าลูกตอ
         - ขมิ้น ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าขี้ขมิ้น
         - มะนาว อำเภอเมือง ควนกาหลง และควนโดน เรียกว่าลูกนาว ส่วนอำเภอท่าแพ ทุ่งหว้า ละงู มะนัง เรียกว่าส้มนาว
         - ใบมะกรูด ทั้ง ๗  อำเภอ เรียกเหมือนกันว่าใบกรูด
         - ข่า ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าข่า
        - ตะไคร้ ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าไคร้
        - ยี่หร่า อำเภอเมือง และอำเภอละงู เรียกว่ายี่หร่า ส่วนอำเภอท่าแพ ทุ่งหว้า มะนัง ควนกาหลง และควนโดนเรียกว่าใบลา
        - กระเทียม ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าหัวเทียม
        - กระเพรา ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าใบกระเพรา
        - พริกไทยดำ ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าพริกไทย
        - ฟัก ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าขี้พร้า
        - ฟักทอง ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าน้ำเต้า
        - มะระ ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่ามะระ
        - โหระพา ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าโหระพา
        - ดอกกะหล่ำ อำเภอเมือง ควนกาหลง และควนโดน เรียกว่าดอกกะหล่ำ ส่วนอำเภอท่าแพ ทุ่งหว้า ละงู มะนัง เรียกว่าดอกผัก
        - กะหล่ำปี อำเภอเมือง และละงู เรียกว่ากะหล่ำปี ส่วนอำเภอท่าแพ ทุ่งหว้า มะนัง ควนกาหลง ควนโดน เรียกว่ากะหล่ำ
        - ดอกแค ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าดอกแค
        - ฟักข้าว อำเภอเมืองและละงู เรียกว่าฟักข้าว ส่วนอำเภอท่าแพ ทุ่งหว้า มะนนัง ควนกาหลง และควนโดน เรียกว่าขี้พร้าไฟ
        - หอมแดง ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าหัวหอม
        - พริกแห้ง ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าลีปลีแห้ง
        - ปลีกล้วย อำเภอเมือง และละงู เรียกว่าปลีกล้วย ส่วนอำเภอ ท่าแพ ละงู มะนัง ควนกาหลง ควนโดน เรียกว่าหัวปลี
        - แตงกวา อำเภอละงู ควนโดน เรียกว่าลูกแตง ส่วนอำเภอเมืองท่าแพ ทุ่งหว้า ละงู มะนัง เรียกว่าแตงกวา
        - ใบบัวบก อำเภอท่าแพ และทุ่งหว้า เรียกว่าบัวบก ส่วนอำเภอเมือง ละงู มะนัง ควนกาหลง และควนโดน เรียกว่าใบบัวบก
        - ใบย่านาง อำเภออำเภอเมือง มะนัง ควนกาหลง เรียกว่าใบย่านาง ส่วนอำเภอท่าแพ ทุ่งหว้า ควนโดน เรียกว่าย่านาง
        - ใบเตย อำเภออำเภอท่าแพ ละงู เรียกว่าเตยหอม ส่วนอำเภอท่าแพ ทุ่งหว้า มะนัง ควนกาหลง และควนโดน เรียกว่าใบเตย
        - สาก อำเภอท่าแพ ทุ่งหว้า มะนัง เรียกว่าสากเบือ ส่วนเมือง ละงู ควนกาหลง และควนโดน เรียกว่าสาก
        - ลังถึง ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าซึ้ง
        - กระทะ อำเภอเมือง เรียกว่ากระทะ ส่วนอำเภอทุ่งหว้า ละงู มะนัง ควนกาหลง ควนโดน เรียกว่าท๊ะ
        - ตะหลิว อำเภอเมือง เรียกว่าตะหลิว ส่วนอำเภอทุ่งหว้า ละงู มะนัง ควนกาหลง ควนโดน เรียกว่าช้อนชี่
        - กะละมัง ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าโคม
        - ครก ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าครก
        - ตะเกียบ ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าเกียบ
        - กระติกน้ำร้อน อำเภอเมือง และควนกาหลง เรียกว่ากระติกน้ำร้อน ส่วนท่าแพ ทุ่งหว้า ละงู มะนัง และควนโดน เรียกว่าติกน้ำร้อน
        - กระบอกน้ำ อำเภอเมือง ท่าแพ ละงู เรียกว่ากระบอกน้ำ อำเภอเมือง ท่าแพ ละงู มะนัง และควนโดน เรียกว่าบอกน้ำ
        - กระติก อำเภอเมือง ท่าแพ ละงู มะนัง เรียกว่าติก ส่วนละงู ควนกาหลง และควนโดน เรียกว่าติกน้ำแข็ง
       - ตะกร้า อำเภอเมือง ละงู ควนกาหลง เรียกว่าตะกร้า ส่วนท่าแพ ทุ่งหว้า มะนัง และควนโดน เรียกว่าช๊ะ
       - กล่องใส่อาหาร  อำเภอเมือง ท่าแพ ควนกาหลง เรียกว่าตั๊บเปอแวร์  ส่วนทุ่งหว้า ละงู มะนัง และควนโดน เรียกว่ากุบ
       - จวัก ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าจวัก
       - ทัพพี อำเภอเมือง ท่าแพ ทุ่งหว้า ควนกาหลง เรียกว่าจวัก ส่วนอำเภอเมือง มะนัง เรียกว่าหวักแบน
       - มีด ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่ามีด
       - เขียง ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าดานเขียง
       - แก้วน้ำ อำเภอเมือง ละงู ควนกาหลง เรียกว่าแก้ว ส่วนอำเภอท่าแพ ทุ่งหว้า มะนัง ควนโดน เรียกว่าจอก
       - มีดปอก อำเภอเมือง ท่าแพ ทุ่งหว้า ละงู ควนโดน เรียกว่ามีด ส่วนอำเภอมะนัง ควนกาหลง เรียกว่ามีดปอก
       - กระต่ายขูดมะพร้าว อำเภอเมือง  มะนัง เรียกว่าที่ขูดพร้าว ส่วนอำเภอท่าแพ ทุ่งหว้า ละงู ควนโดน ควนโดน เรียกว่าเหล็กขูด
       - ที่ขูดผัก ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าที่ขูด
       - กาต้มน้ำ อำเภอเมือง ท่าแพ ทุ่งหว้า มะนัง ควนกาหลง ควนโดน เรียกว่ากาต้มน้ำ  ส่วนอำเภอละงู เรียกว่ากา
      - ถ้วยกาแฟ ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าแก้วกาแฟ
      - ช้อนโต๊ะ ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าช้อน
      - ช้อนชา อำเภอเมือง มะนัง เรียกว่าช้อนกาแฟ ส่วนท่าแพ ทุ่งหว้า ละงู ควนกาหลง และควนโดน เรียกว่าช้อนกาแฟ
      - หม้อ ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าหม้อ
      - ชาม ทั้ง ๗ อำเภอเรียกเหมือนกันว่าชาม


ข้อมูลพื้นฐาน
ชื่อ/สถานที่/เรื่อง
ภาษาถิ่นสตูล
ที่อยู่
จังหวัด
สตูล


วีดิทัศน์

บรรณานุกรม

โครงงานภาษาไทยการเรียกชื่อผักผลไม้ สมุนไพร และเครื่องครัวใน 7 อำเภอ ของจังหวัดสตูล. (2558). สืบค้น 21 ธ.ค. 64, จาก
               https://mythaiteam.blogspot.com/2015/03/1-1.html
บุญตา บุรีศรี. (2556). ภาษาถิ่นสตูล. สืบค้น 21 ธ.ค. 64, จาก https://www.gotoknow.org/posts/551578


รูปภาพ
 
      Font Size  
Back to Top
Khunying Long Athakravisunthorn Learning Resources Center
Prince of Songkhla University ©2018-2026