นางทองร่อน
 
Back    18/01/2022, 14:48    31  

หมวดหมู่

นิทานพื้นบ้าน


ประเภท/รูปแบบเนื้อหา

ร้อยแก้ว


เนื้อหา

           มีเรื่องเล่าว่ามีลูกสาวหัวหน้าชุมชนริมแม่น้ำท่าตะเภา (คลองท่ากระดาน) คนหนึ่งชื่อใดไม่ปรากฏ มีลูกสาวชื่อ "แม่ทองร่อน" เป็นสาวสวยประจำชุมชน ทำให้มีชายหลายคนอยากจะได้ไปเป็นภรรยา ปรากฏว่ามีชายหนุ่ม ๔ คนมาสู่ขอนาง คนแรกเป็นเศรษฐีมีเพชรนิลจินดาข้าวของเงินทองจํานวนมาก คนที่ ๒ เป็นเศรษฐีชาวนามีข้าวในยุ้งฉางมากเหลือคณานับ คนที่ ๓ เป็นชายยากจนมีอาชีพพอทํามาหากินไปวัน ๆ ส่วนคนที่ ๔ นั้นยากจนไม่มีสมบัติและทรัพย์สินอะไรเลย เพื่อเป็นการทดลองความจริงใจของหนุ่มทั้ง ๔ คน นางทองร่อนจึงมีคําถามขึ้นมาว่าหากได้อยู่กินกันจนนางจนถึงแก่ความตาย ผู้ที่เป็นสามีใน ๔ คนนี้ จะทําบุญอะไรให้แก่นาง คนที่หนึ่งตอบว่าจะสร้างโลงทองคําประดับเพชรนิลจินดา ให้สมค่าที่ตนรักนาง คนที่ ๒ ตอบว่าจะทำทานทำบุญแผ่ส่วนบุญแก่นางอย่างสม่ำเสมอ เหมือนดังน้ำข้าวที่เขารินออกมาตอนหุงเลี้ยงคนจํานวนมาก ให้น้ำข้าวเจิ่งนองจนเรือสําเภาสามารถลอยได้ คนที่ ๓ ตอบว่าเขาไร้ทรัพย์สินแต่ถ้านางตายจะตายตามนางไปด้วย ส่วนคนสุดท้ายตอบว่าเขาจะนํากระดูกของนางมาแขวนคอเอาไว้ เพื่อจะได้ระลึกถึงนางตลอดชีวิต เพื่อไม่ให้ชายใดต้องอกหักหรือเจ็บซ้ำน้ำใจนางก็ไม่เลือกคนใดเพื่อแต่งงานด้วย อยู่ต่อไม่นานนักนางก็ถึงแก่ความตายด้วยโรคปัจจุบัน ชายหนุ่มที่เป็นเศรษฐีก็ทำตามที่พูดไว้คือตกแต่งโลงศพแม่ทองร่อนด้วยเพชรพลอยทองคำ อัญมณีที่สวยงามและมีราคาแพงที่สุด เมื่อกำลังเผาศพแม่ทองร่อนชายหนุ่มคนที่ ๓ ได้กระโดดเข้ากองไฟตายด้วย เมื่อเสร็จพิธีเผาศพชายหนุ่มที่ ๔ ก็ได้เอากระดูกมาแขวนคอเที่ยวเดินท่องเที่ยวไปในป่า มาเจอพระฤษีท่านก็ได้ชุบชีวิตนางกับชายคนที่ ๓ ขึ้นมา ในที่สุดนางทองร่อนตัดสินใจเลือกหนุ่มคนที่ ๓ เป็นสามี ซึ่งรักนางอย่างจริงจังคือยอมตายตามนางดังคํามั่นสัญญา ส่วนหนุ่มคนที่ ๔ เกิดโทสจริตทํานองเนื้อไม่ได้กินหนังไม่ได้รองนั่งเอากระดูกแขวนคอ เขาคิดว่าตนควรพิชิตใจนางมากกว่าหนุ่มคนที่ ๓ เลยระบายความไม่พอใจด้วยการไล่ทุบตีฤาษีผู้ชุบชีวิต ฤาษีตนนั้นตกใจกลัว และวิ่งหนีเลยล้มถลาลงตรงบริเวณที่เรียกว่า “เขาหราด” (หราดภาษาใต้หมายถึงลื่นไถลล้มลง) มาจนปัจจุบัน    


ข้อมูลพื้นฐาน
ชื่อ/สถานที่/เรื่อง
นางทองร่อน
ที่อยู่
จังหวัด
ชุมพร


รูปภาพ
 
      Font Size  
Back to Top
Khunying Long Athakravisunthorn Learning Resources Center
Prince of Songkhla University ©2018-2026