ผ้าทอเกาะยอ (Koh Yo Woven Cloth)
 
Back    18/04/2018, 11:23    25,159  

หมวดหมู่

เครื่องแต่งกาย


ประเภท

ผ้า


ประวัติความเป็นมา/แหล่งกำเนิด

      ผ้าเกาะยอเป็นผ้าทอพื้นเมืองของชาวบ้านในตำบลเกาะยอ อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา เป็นผ้าพื้นเมืองที่มีชื่อเสียงของจังหวัดสงขลา ที่มีความประณีตและสีสันที่สวยงามโดยมีการทอยกดอกที่มีลวดลายอ่อนนุ่ม ถือเป็นสัญลักษณ์หัตถกรรมพื้นบ้านของภาคใต้และยังเป็นสุดยอดผลิตภัณฑ์ หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ OTOP ปี พ.ศ. ๒๕๔๙ ผ้าทอเกาะยอทอมาจากเส้นใยฝ้ายที่มีเนื้อแน่น ลวดลายไม่ซับซ้อน เป็นลวดลายที่เกิดจากการขิด (ขิดเป็นภาษาพื้นบ้านของภาคอีสานมาจากคำว่าสะกิด หมายถึงการงัดช้อนขึ้น การสะกิดขึ้น ซึ่งเป็นภูมิปัญญาพื้นบ้านที่คนไทยได้สืบทอดกันมานาน) โดยการทอด้วยมือและแบบเหยียบตะกอแยกเส้นยืนขึ้น-ลง ทำให้เกิดลายตารางคล้ายกับผ้าขาวม้า นิยมใช้ทำผ้าโสร่งและผ้านุ่ง โดยมีจุดเด่นของผ้าทอเกาะยอ จึงอยู่ที่มีลายในเนื้อผ้าที่นูนขึ้นมามีลายเส้นละเอียดสวยงามและมีความคงทน เนื้อผ้าดูแลรักษาง่าย ลายตารางที่มีขนาดเล็กซ้อน ๆ กัน ทอด้วยด้ายสองสี เช่น สีขาว-แดง สีขาว-แดงแซมดำ สีขาว-แดงแซมเหลือง การทอผ้าของชาวเกาะยอนั้น มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี โดยคนไทยเชื้อสายจีนที่อพยพเข้ามาเป็นผู้สอนการทอให้กับชาวบ้านในบริเวณนั้น ในระยะแรกของการทอนั้นจะทอเพื่อใช้กันในครัวเรือน และแจกจ่ายญาติมิตร ใช้กี่มือที่มีโครงการเป็นไม้ไผ่และใช้ตรนแทนลูกกระสวยในการทอ ผ้าที่ทอจะเป็นพื้นเรียบ ๆ ไม่มีลวดลาย ต่อมาในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายเมื่อมีการติดต่อค้าขายกับชาวต่างชาติ วัฒนธรรมการทอผ้าถูกถ่ายทอดเข้ามาทำให้รูปแบบการทอผ้าเปลี่ยนไปเป็นแบบยกดอกชนิดต่าง ๆ  โดยหมู่บ้านเกาะยอนั้นเป็นเกาะที่มีความอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ว่าจะทั้งโดยทางบนบกและทางน้ำ คนที่อพยพมาในช่วงแรกนั้นซึ่งเป็นคนเชื้อสายจีน ได้นำอาชีพการทอผ้ามาสอนชาวบ้านในบริเวณนั้น การทอผ้าจะทอด้วย “กี่มือ” ที่โครงสร้างเป็นไม้ไผ่ และใช้“ตรน” แทนลูกกระสวย ผ้าที่ทอในระยะแรกนั้นจะเป็นแบบเรียบ ๆ ไม่มีลวดลาย ก่อนสงครามโลกครั้งที่ ๒ มีการปลูกฝ้ายเอง ต่อมาระยะหลังเกิดความยุ่งยากและเสียเวลาจึงได้จัดซื้อด้ายจากกรุงเทพฯ หรือที่อื่น ๆ ปัจจุบันสั่งซื้อใยสังเคราะห์จากต่างประเทศ เพื่อนำมาทอผ้าและย้อมด้วยสีธรรมชาติ  ผ้าทอเกาะยอมีการทอเป็นลายดอกชนิดต่าง ๆ  เช่น ลายก้านแย่ง” ชื่อเดิมคือลายคอนกเขา ซึ่งเป็นลายที่สวยที่สุด ซึ่งต่อในปี พ.ศ. ๒๓๗๕ ชาวบ้านเกาะยอได้นำผ้าเกาะยอขึ้นถวายพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๗) จึงได้รับพระราชทานชื่อใหม่ว่า “ลายราชวัตร” แปลว่า “กิจวัตรหรือการกระทำ”  ผ้าทอเกาะยอ มีการสั่งสอน สืบทอดต่อกันภายในครัวเรือนเรื่อยมาเป็นเวลาหลายร้อยปี จนปรากฏว่ามีเพลงกล่อมเด็กเก่าแก่หลายบท ที่แสดงให้เห็นถึงค่านิยมและวัฒนธรรมการทอผ้าของชาวเกาะยอ


จุดเด่น/เอกลักษณ์

ผ้าทอลายรสสุคนธ์  (ภาพจาก : https://www.thaipost.net/main/detail/3706)

        ผ้าทอเกาะยอ ทอจากฝ้ายและขึ้นลายตามแบบที่นิยมกันมา นับแต่อดีตลายซึ่งทอกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ การทอผ้าเป็นงานศิลปวัฒนธรรมที่เชาเกาะยอนิยมทอผ้ามาไม่น้อยกว่าสมัยรัตนโกสินทร์  สันนิฐานว่าชาวจีนอพยพมาอยู่เกาะยอได้นำการทอผ้ามาด้วยจนผ้าทอเกาะยอมีชื่อเสียงโด่งดัง ซึ่งในการทอระยะแรกใช้กี่มือและใช้ตรนแทนกระสวย ใช้สีที่ย้อมเองโดยนำเปลือกไม้มาย้อมสี เส้นด้ายเป็นวัตถุดิบที่ใช้ในการทอผ้ามีทั้งไหมประดิษฐ์ ไหมแท้ และฝ้าย ผ้าทอเกาะยอมีทั้งผ้าขาวม้า ผ้าผดสร่ง และผ้าทอยกดอกด้วยตะกอ มีตั้งแต่ ๔-๖-๘  ตะกอ ลวดลายผ้าอันเป็นเอกลักษณ์ประจำเกาะยอ    การทอผ้าในยุคแรกจะเป็นลายเรียบ ๆ ต่อมาเมื่อประเทศไทยมีการค้าขายกับต่างประเทศจึงได้ประดิษฐ์ลายขึ้นมามากมายประมาณกว่า  ๕๐ กว่าลาย อาทิ ลายราชวัตรดอกเล็ก ลายราชวัตรดอกใหญ่ ลายลูกแก้ว ลายดอกพยอม ลายหางกระรอก  ลายดอกพิกุล ลายผกากรอง ลายรสสุคนธ์ ลายเกร็ดแก้ว ลายหยดน้ำ หรับลายราชวัตรนั้นถือว่าเป็นผ้าลายดอกที่มีต้นกำเนิดมาจากเกาะยอ ต่อมากลายเป็นผ้าทอลายนิยมของผ้าทอเมืองใต้ 

       การทอผ้าเกาะยอแบ่งเป็น ๒ ลักษณะ คือ

      ๑. การทอสลับสี เป็นการทอผ้าแบบพื้นบ้านคือ การทอผ้า ที่ใช้ตะกอเพียง ๒ ตะกอ โดยทำการยกเส้นด้ายยืนเพื่อสอดด้ายพุ่งเข้าไปทำให้เกิดเป็นผืนผ้า ซึ่งเราจะเห็นว่าการทอผ้าแบบพื้นบ้านนั้นแบ่งออกเป็น ๒ ประเภท คือ

          - การทอสลับสี เป็นการทอผ้าสลับสีทั้งด้ายยืนและด้ายพุ่งเช่น การทอ ผ้าขาวม้า 

          - การทอแบบตีเกลียวสลับสี ซึ่งเราจะได้ยินชื่อผ้าชนิดนี้ว่าผ้าหางกระรอก ผ้าตาสมุท์ (ตาสมุก) หรือลายตะเครียะ

       ๒. การทอยกดอก เป็นการทอผ้าเพื่อให้เกิดเป็นลวดลายต่าง ๆ จะใช้ตะกอเป็นตัวทำลวดลายในการทอผ้าเกาะยอมีตั้งแต่ ๒ ตะกอ ๔ ตะกอ ๖ ตะกอ ๘ ตะกอ จนถึง ๑๒ ตะกอ เช่น ผ้าลายต่าง ๆ ซึ่งคุณภาพและความละเอียดของลวดลายต่างก็ขึ้นอยู่กับจำนวนของตะกอที่ใช้

     เนื่องจากผ้าเกาะยอเป็นผ้าที่ทอจากเส้นใยที่มีลักษณะที่แตกต่างกัน ฉะนั้นการดูแลรักษาผ้าเกาะยอจึงต้องมีวิธีการที่แตกต่างกันตามลักษณะของเส้นใยที่นำมาทอเป็นผ้า ซึ่งการดูแลรักษาผ้าวิธีที่ดีที่สุดคือการทำความสะอาดผ้า การซักรีดที่ถูกวิธี จะช่วยถนอมผ้าให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น ข้อแนะนำในการซักรีดผ้าเกาะยอที่ทอมาจากเส้นใยประเภทต่าง ๆ ดังนี้

        ๑. ฝ้าย สามารถซักในน้ำร้อนได้ และใช้ผงซักฟอกที่มีฟองมาก รีดได้ที่อุณหภูมิสูง
          ๒. เรยอง เป็นใยสังเคราะห์ที่มีความคงตัวสูงไม่ค่อยยับ คืนตัวได้ดีเนื้อผ้าแข็งแรง ซักในน้ำร้อนได้และใช้สารซักฟอกชนิดอ่อนได้ หรือให้ซักแห้ง แต่ไม่ควรขยี้ให้ตากในที่ร่ม ไม่จำเป็นต้องลงครามหรือฟอกขาวเพราะผ้าเรยองสีขาวไม่เหลือง ควรซักผ้าเรยองที่บอบบางด้วยวิธีซักที่แนะนำไว้สำหรับผ้าที่บอบบางโดยเฉพาะ ให้รีดด้วยความร้อนปานกลาง
          ๓. ไนลอน ผ้าที่ทอมาจากเส้นใยไนลอนจะเรียบจึงไม่ค่อยสกปรกและมีความยืดหยุ่นจึงเกือบจะไม่ต้องรีด แต่เนื่องจากไนลอนสีขาวมักดูดสีจากผ้าสี จึงควรซักรวมกับผ้าขาวเท่านั้น เมื่อซักหลาย ๆ ครั้ง ไนลอนสีขาวมักจะเหลืองจึงต้องฟอกขาวด้วยโซเดียมเพอร์บอเรต ให้ซักด้วยมือดีที่สุดให้บีบเอาน้ำออกบ้างแต่อย่าบิดผ้าเพราะจะทำให้เกิดรอยยับบนผืนได้
         ๔. โพลีเเอสเทอร์ ซักง่ายมากและเกือบไม่ต้องรีด วิธีซักแล้วแต่วิธีผลิตผ้าให้ขยี้ที่คอปกและข้อมือก่อนซักหรือแช่ในผงซักฟอกที่มีเอนไซม์ฟอกขาวผ้าสีขาว
         ๕. ไหมเทียม ควรซักผ้าทันที่เปื้อนทันทีเพราะเหงื่อไคลจะทำลายเส้นใยให้เสื่อมเร็วกว่ากำหนด ให้ทำความสะอาดด้วยการซักแห้ง แต่ถ้าซักด้วยน้ำต้องซักมือโดยใช้น้ำสบู่อุ่น ม้วนผ้าในผ้าเช็ดตัวเพื่อบีบเอาน้ำออก การรีดต้องรีดจากด้านในของผ้าในขณะที่ผ้ายังมีความชื้น บริเวณที่ยับมากควรควรรีดรอยยับด้วยการรีดบนผ้าชื้น
         ๖. ไหม ควรซักผ้าทันทีที่เปื้อนทันทีเพราะเหงื่อไคลจะทำลายเส้นใยให้เสื่อมเร็วกว่ากำหนด ให้ทำความสะอาดด้วยการซักแห้งในน้ำสบู่อุ่น ๆ ม้วนผ้าในผ้าเช็ดตัว เพื่อบีบเอาน้ำออก การรีดให้รีดจากด้านในของผ้าในขณะที่ผ้ายังมีความชื้นบริเวณที่ยับมากควรรีดรอยยับด้วยการรีดบนผ้าชื้น

ผ้าพันคอลายแสงสุริยา  (ภาพจาก : https://www.thaipost.net/main/detail/3706)


กรรมวิธี/ขั้นตอนการผลิต

 

 

      เครื่องมือที่ใช้ในการทอผ้าเกาะยอ แต่เดิมใช้กี่มือหรือที่ชาวบ้านในภาคใต้เรียกว่า “เก”หรือ “กี่ ” หรือ “หูก" ซึ่งพัฒนามาจากหลักการเบื้องต้นที่ต้องการให้มีการขัดลายกันระหว่างด้ายเส้นยืนกับด้าย เส้นพุ่งเป็นจำนวนมากเพียงพอที่จะทำให้เกิดเป็นผืนผ้าขึ้นได้ เครื่องมือที่ใช้ทอผ้าเกาะยอว่า "กี่กระตุก" โดยมีเครื่องมือที่ใช้ในการทอผ้าประกอบด้วยอุปกรณ์ต่าง ๆ ๒ ส่วนคือ

         ก) อุปกรณ์การเตรียมด้าย ประกอบด้วย

             ๑. ดอกหวิง ในหลดตัน (หรือลูกคัน) เป็นอุปกรณ์สำหรับหมุนเพื่อกรอเส้นด้ายสีต่าง ๆ เข้าหลอด

          ๒. ไน เป็นอุปกรณ์กรอเส้นด้ายอย่างหนึ่ง มีลักษณะเป็นช่องสำหรับใส่แกนม้วนด้ายซึ่งผูกโยงกับดอกหวิง ปัจจุบันมีการนำมอเตอร์ไฟฟ้ามาเป็นตัวช่วยหมุน เมื่อมอเตอร์ไฟฟ้าทำงาน เส้นด้ายในดอกหวิงจะหมุนด้ายมาเก็บไว้ในแกนม้วนด้าย

           ๓. หลอดด้ายค้น (ลูกค้น) เป็นอุปกรณ์สำหรับใช้ในการค้นเส้นด้ายโดยเส้นด้ายทุกเส้นจะถูกม้วนหรือพันเก็บไว้ในหลอดค้น ซึ่งมีลักษณะเป็นหลอดยาวประมาณ ๘ นิ้ว เส้นผ่าศูนย์กลาง ประมาณ ๑ นิ้ว จำนวน ๑๕๒ หลอด หลอดค้นทำจากไม้ไผ่ แต่ปัจจุบันใช้ท่อน้ำพลาสติกแทน

          ๔. รางค้น เป็นอุปกรณ์สำหรับเรียงหลอดด้ายค้นเพื่อเตรียมไว้สำหรับขั้นตอนการเดินเส้นด้ายต่อไป รางค้นมีลักษณะเป็นแถว ๒ ชั้น มีแกนสำหรับใส่หลอดด้ายค้นจำนวน ๑๕๒ แกนอยู่บนเสาสูงประมาณ ๑.๕ เมตร ยาวประมาณ ๕-๘ เมตร จากนั้นทำการค้นด้ายในหลอด เมือค้นเสร็จ ด้ายที่เป็นเส้นทั้งหมดจะอยู่รวมกันในลูกหัด

            ๕. หลักค้น เป็นอุปกรณ์สำหรับพันเส้นด้ายที่ค้นตามจำนวนความยาวที่ต้องการมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้างประมาณ ๒ เมตร ยาว ๕-๘ เมตร ที่หัวหลักค้นมีหลักสูงประมาณ ๖ นิ้ว จำนวนประมาณ ๒๐ หลักอยู่ทั้งสองด้าน

         ๖. ฟืมหรือฟันหวี มีลักษณะคล้ายหวี ยาวเท่ากับความกว้างของหน้าผ้าทำด้วยโลหะมีลักษณะเป็นซี่เล็กๆ มีกรอบทำด้วยไม้หรือโลหะ แต่ละซี่ของฟืมจะเป็นช่องสำหรับสอดด้ายยืนเข้าไปเป็นการจัดเรียงด้ายยืนให้ห่างกันตามความละเอียดของเนื้อผ้าเป็นส่วนที่ใช้กระทบให้เส้นด้ายที่ทอเรียงติดกันแน่นเป็นผืนผ้าฟืมสมัยโบราณทำด้วยไม้ แกะสลักเป็นรูปนกหรือเป็นลวดลายต่าง ๆ สวยงามมาก

          ๗. ตะขอเกี่ยวด้าย (เบ็ดเข้าฟืม) เป็นอุปกรณ์สำหรับเกี่ยวเส้นด้ายเข้าฟืม ทำด้วยเหล็กยาวประมาณ ๘ นิ้ว ส่วนปลายทำเป็นตะขอไว้สำหรับเกี่ยวเส้นด้ายเข้าฟืม ซึ่งเส้นด้ายทุกเส้นจะต้องใช้ตะขอเกี่ยวด้ายสอดไว้ในฟืมจนเต็มทุกช่อง

          ๘. ลูกหัด (ระหัด) เป็นอุปกรณ์สำหรับม้วนเก็บเส้นด้ายที่ค้นเสร็จแล้ว มีลักษณะคล้ายระหัดวิดน้ำ ซึ่งอยู่ที่ด้านปลายของแกนระหัดทั้งสองด้าน โดยหมุนม้วนเส้นด้ายเก็บไว้เพื่อเตรียมใส่่ในเครื่องทอผ้า

          ๑๐. ไม้นัด เป็นไม้ที่สอดอยู่ในช่องด้ายยืน เพื่อช่วยให้ด้ายไม่พันกัน

         ๑๑. ไม้ขัดด้าย หรือฟันปลา เป็นอุปกรณ์สำหรับขัดระหัดม้วนผ้าเพื่อไม่ให้ระหัดม้วนผ้า ขยับเขยื้อนได้ ทำให้เส้นด้ายตึงอยู่ตลอดเวลา เมื่อถึงขั้นตอนการทอผ้าก็จะง่ายขึ้น

         ๑๒. เครื่องม้วนด้าย ใช้สำหรับม้วนด้ายเข้าหลอดด้ายยืน

       ข) อุปกรณ์การทอผ้า ประกอบด้วย

          ๑ ฟืมหรือฟันหวี มีลักษณะคล้ายหวี ยาวเท่ากับความกว้างของหน้าผ้าทำด้วยโลหะ มีลักษณะเป็นซี่เล็ก ๆ มีกรอบทำด้วยไม้หรือโลหะ แต่ละซี่ของฟืมจะเป็นช่องสำหรับสอดด้ายยืน เข้าไป เป็นการจัดเรียงด้ายยืนให้ห่างกันตามความละเอียดของเนื้อผ้า เป็นส่วนที่ใช้กระทบให้เส้นด้ายที่ทอเรียงติดกันแน่นเป็นผืนผ้า ฟืมสมัยโบราณทำด้วยไม้ แกะสลักเป็นรูปนกหรือเป็นลวดลายต่าง ๆ สวยงามมาก

          ๒. เขาหูกหรือตะกอ/ตระกอ คือส่วนที่ใช้สอดด้ายเป็นด้ายยืน และแบ่งด้ายยืนออกเป็นหมู่ ๆ ตามต้องการ เพื่อที่จะพุ่งกระสวยเข้าหากันได้สะดวก เขาหูกมีอยู่ ๒ อัน แต่ละอันเวลาสอดด้ายต้องสอดสลับกันไปเส้นหนึ่งเว้นเส้นหนึ่ง ที่เขาหูกจะมีเชือกผูกแขวนไว้กับด้านบน โดยผูกเชือก เส้นเดียวสามารถจะเลื่อนไปมาได้ส่วนล่างผูกเชือกติดกับคานเหยียบหรือตีนเหยียบไว้เพื่อเวลา ต้องการดึงด้ายให้เป็นช่องก็ใช้เท้าเหยียบคานเหยียบนี้ คานเหยียบจะเป็นตัวดึงเขาหูกให้เลื่อนขึ้นลง ถ้าหากต้องการทอเป็นลาย ๆ ก็ต้องใช้คานเหยียบหลายอัน เช่น ลายสองใช้คานเหยียบ ๔ อัน จะเรียกว่าทอ ๔ ตะกอ ลายสามใช้คานเหยียบ ๖ อัน จะเรียกทอ ๖ ตะกอ จำนวนตะกอที่ช่างทอผ้าเกาะยอใช้ มีตั้งแต่ ๒–๑๒ ตะกอ ผ้าผืนใดที่ทอหลายตะกอถือว่ามีคุณภาพดีมีลวดลายที่ละเอียด สวยงาม และมีราคาแพง 

          ๓. กระสวย คือไม้ที่เป็นรูปเรียวตรงปลายทั้งสองข้าง ตรงกลางใหญ่ และมีร่องสำหรับใส่หลอดด้ายพุ่ง ใช้สำหรับพุ่งสอดไปในช่องด้ายยืนระหว่างการทอผ้า หลังจากที่ช่างทอเหยียบคานเหยียบให้เขาหูกแยกเส้นด้ายยืนแล้ว

          ๔. ผัง เป็นไม้สำหรับค้ำความกว้างของผ้าให้หน้าผ้าตึงพอดีกับฟืม ทั้งนี้เพื่อความสะดวกในการทอผ้า ซึ่งจะทำเส้นด้ายตรงลายไม่คดไปคดมา ส่วนด้านหัวและด้านท้ายของผังจะผูกเข็มไว้เพื่อใช้สอดริมผ้าทั้งสองข้าง

          ๕. สายกระตุกหรือเชือกดึงเวลาพุ่งกระสวย จึงเกิดศัพท์ว่า “กี่กระตุก” โดยช่างทอผ้าจะใช้มือข้างหนึ่งกระตุกสายเชือกนี้ กระสวยก็จะแล่นไปแล่นมาเอง และใช้มืออีกข้างดึงฟืมให้กระแทก เนื้อผ้าที่ทอแล้วให้แน่น

       ๖. ไม้แกนม้วนผ้าหรือไม้กำพั่น ชาวบ้านเกาะยอเรียกว่า “พั้นรับผ้า” เป็นไม้ที่ใช้สำหรับม้วนผ้าที่ทอแล้ว ไม้แกนม้วนผ้ามีขนาดความยาวเท่ากับกี่หรือเท่ากับความกว้างของหน้าผ้า 

         ๗. คานเหยียบหรือตีนเหยียบ เป็นไม้ที่ใช้สำหรับเหยียบเครื่องบังคับตะกอ เพื่อให้เชือกที่โยงต่อมาจากเขาหูกหรือตะกอดึงด้ายยืนให้แยกออกเป็นหมู่ ขณะที่ช่างทอพุ่งกระสวยด้ายพุ่ง เข้าไปขัดด้ายยืนให้เกิดเป็นลวดลายต่าง ๆ

         ๘. ระหัดถักด้าย เป็นไม้ระหัดสำหรับม้วนด้ายยืน

        ๙. หลอดด้ายพุ่ง เป็นหลอดไม้ไผ่ที่บรรจุด้ายสีต่าง ๆ ซึ่งสอดอยู่ในรางของกระสวย เพื่อใช้พุ่งไปขัดด้ายยืนในขณะที่ช่างทอกำลังทอผ้าและกระตุกสายกระตุกไปหลอดเส้นด้ายพุ่งก็จะพุ่งไปขัดกับเส้นด้ายยืนกิดเป็นลายผ้าตามที่ต้องการ

         ๑๐. หลอดด้ายยืน เป็นหลอดด้ายหลักที่ขึงอยู่ในกี่ โดยสอดผ่านฟืมเรียบร้อยแล้วจะมีลักษณะอยู่ในแนวตั้ง

         ๑๑. ไนปั่นด้าย เป็นอุปกรณ์ที่แยกออกมาจากกี่ทอผ้า เพื่อใช้สำหรับปั่นด้ายเข้ากระสวยและปั่นด้ายยืนเข้าระหัดถักด้าย

       สำหรับขั้นตอนการทอผ้าเกาะยอนั้นเป็นภูมิปัญญาที่สั่งสมมาแต่บรรพบุรุษซึ่งมีขั้นตอนหลักอยู่ ๔ ขั้นตอนคือ

       ๑. การเตรียมเส้นด้ายยืน ประกอบด้วยกรรมวิธีต่าง ๆ คือก่อนจะทอผ้า ช่างจะต้องนำด้ายริ้วที่เป็นไจ นำไปกรอเข้าหลอดเพื่อสำหรับงานโดยเฉพาะ เมื่อสอดด้ายเข้าพิมพ์เสร็จแล้ว ก็นำไปขึงบนกี่สำหรับเก็บตะกอหรือร้อยตะกอต่อไป

       ๒. สับตะกอให้ด้ายแยกออกจากกัน โดยใช้เท้าเหยียบคานเหยียบที่อยู่ข้างล่างเพื่อเปิดช่องว่างสำหรับให้ด้ายพุ่ง ผ่านเข้าไปได้

    ๓. การเตรียมเส้นพุ่ง เริ่มจากการที่ช่างทอกรอด้ายที่จะใช้เป็นด้ายพุ่งเข้ากระสวยแล้วนำกระสวยแต่ละสีไปใส่ในรางกระสวย โดยใช้มือพุ่งกระสวยด้ายพุ่งให้สอดไปตามหว่างด้ายที่มีช่องสอดกระสวยซึ่งทำด้วยไม้

    ๔. ลำดับขั้นการทอในกี่กระตุกสับตะกอให้ด้ายยืนแยกออกจากกัน โดยมีที่เหยีบอยู่ข้างล่าง (ใช้เท้าเหยียบ) เป็นการเปิดช่อว่างสำหรับด้ายพุ่งผ่านเข้าไปได้ ใช้มือพุ่งกระสวยด้ายให้สอดไปตามระหว่างด้ายโดยมีช่องสอดกระสวยซึ่งทำด้วยไม้ ปล่อยเท้าที่เหยียบเครื่องบังคับตะกอ เพื่อให้ด้ายพุ่งรวมเป็นหมู่เดียวกันตามเดิม กระทบฟันหวีโดยแรง ฟันหวีจะพาด้ายพุ่งให้เข้ามาชิดกันเป็นเส้นตรง เหยียบที่บังคับตะกออีกครั้งหนึ่ง

      ๕. เหยียบคานเหยียบอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งตรงกันข้ามกับขั้นที่ ๒ กระทบฟันหวีโดยแรงอีกครั้งหนึ่ง จากนั้นจึงพุ่งด้ายเส้นที่ ๒ จะทำให้ได้ผ้าเนื้อแน่นขึ้น

       โดยช่างทอผ้าจะต้องทำตามขั้นตอนตั้งแต่ ขั้นที่ 1 ถึง ขั้นที่ ๕ สลับกันไปจนกว่าจะได้ผืนผ้าตามความต้องการหรือ จนหมด ความยาวของด้ายยืน แรงกระแทกของฟืม หรือฟันหวีจะมีผลต่อความยาวของผ้าที่ทอคือทำให้เนื้อผ้าแน่น หนาหรือบางได้ คือ ช่างทอผ้าบางคนที่กระแทกฟันหวีแรงจะมีอัตราการทอผ้าได้ประมาณ ๔-๕ หลา/วัน และเนื้อผ้าจะหนาแน่นในขณะที่ ถ้ากระแทก ฟันหวีเบาจะทอได้ถึง ๖-๗ หลา/วัน และได้เนื้อผ้าจะบางเบา ดังนั้นคุณภาพและราคาของผ้า จึงต่างกันเพราะแรงกระแทกในการทอด้วย

       การทอผ้าให้เป็นลวดลายต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับการเก็บตะกอ โดยช่างทอผ้าจะเป็นผู้จัดเส้นด้ายยืนให้เป็นกลุ่มตามลักษณะของลายแล้วเริ่มค้นด้าย สอดฟันหวี ขณะทอผ้าก็จะเก็บตะกอ และพุ่งด้ายสีต่าง ๆ ตามกำหนดของลักษณะลายแต่ละลาย ซึ่งผ้าเกาะยอได้รับการยอมรับว่าเป็นผ้าที่มีลายต่าง ๆ สวยงามและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผ้าเกาะยอบางลายช่างทอจะคิดหาวิธีสอดเส้นด้ายสีต่าง ๆ สลับกันไป บางวิธีก็จับผูกมัดกันเป็นช่อง ๆ หรืออาจยกเส้นด้ายที่ทอเป็นระยะ ๆ ทำให้เกิดเป็นลายผ้า ที่สวยงามได้เช่นเดียวกัน แต่ทั้งนี้ช่างทอหรือผู้คิดค้นลายจะต้องจดจำลายที่ตนคิดประดิษฐ์ขึ้นมาและถ่ายทอดวิธีการทอให้ช่างทอให้ได้แม้ว่าแต่ละลายจะมีความยุ่งยากซับซ้อน ซึ่งแสดงถึงศิลปะแห่งภูมิปัญญาและความสามารถของชาวเกาะยออย่างแท้จริง 

       ผ้าทอเกาะยอทอจากฝ้ายและขึ้นลายตามแบบที่นิยมกันมานับแต่อดีต ลายซึ่งทอกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ คือลายราชวัตร และผ้าที่เก็บดอก เช่น ลายดอกพิกุล ลายคชกริช ลายดอกพยอม ปัจจุบันเกิดลวดลายใหม่ ๆ ขึ้นมากมายซึ่งประมาณว่าน่าจะถึง ๕๘ ลาย แต่ถ้าแบ่งออกตามช่วงระยะเวลาสามารถแบ่งได้เป็น ๒ ช่วงคือ

          ๑. ลายผ้าเกาะยอแบบดั้งเดิม เช่น ลายพญาครุฑ ลายหน้านาง ลายดอก โบตั๋น ลายตับเต่า ลายครุฑล้อม ลายดอกรัก ลายเข็มทอง และลายเทพพนม ซึ่งเป็น ลายโบราณที่ทอแบบสิบสองตะกอ ซึ่งในปัจจุบันหาช่างทอแบบสิบสองตะกอไม่ได้อีกแล้ว ลายคดกริช ลายราชวัตร ลายราชวัตรก้านแย่ง ลายดอกพยอม ลายข้าวหลามตัด ลาย โกเถี้ยมหรือลายสมุก ลายตะเครียะ ลายลูกแก้ว

             ๒. ลายผ้าเกาะยอแบบปัจจุบัน เช่น ลายลูกโซ่ ลายสี่เหลี่ยม ลายดอกมุก ลายดอกจันทน์ ลายลูกหวาย ลายบุหงาลายดอกโคม ลายลูกสน ลายดอกพิกุล ลายสตางค์ ลายดอกชวนชม นอกจากนั้น ยังมีผ้าเกาะยอบางลายที่คิดค้นขึ้นมาใหม่ เช่น ลายเครือวัลย์และลายทะเลทิพย์ซึ่งคิดค้นขึ้นมาเพื่อเนื่องในโอกาสพิเศษที่ทางจังหวัดสงขลาได้จัดงานแสงสีเสียงขึ้นในงานทะเลทิพย์ ซึ่งใช้สถาบันทักษิณคดีศึกษาเป็นสถานที่ในการจัดงาน ผ้าเกาะยอลวดลายเหล่านี้บางผืนบางลายได้เก็บรวบรวมไว้ที่สถาบันทักษิณคดีศึกษา ตำบลเกาะยอ อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา

ผ้าทอลายราชวัตร

        ผ้าทอลายราชวัตร แต่เดิมไม่ได้เรียกชื่อนี้แต่จะเรียกว่า "ลายก้านแย่ง" หรือ "ลายคอนกเขา" เนื่องจากผ้าทอลายนี้ทอออกมาแล้วจะคล้าย ๆ กับคอนกเขาชวา จึงตั้งชื่อว่าลายคอนกเขา ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๔๓ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) ได้เสด็จประพาสเมืองสงขลาและแหลมมลายู ครั้งที่ ๒ พระองค์ได้ทรงเยี่ยมราษฎรชาวเกาะยอ คุณยายก่ำ ภัทรชนม์ ได้นำผ้าทอมือที่สวยที่สุดในสมัยนั้นขึ้นถวายพ ซึ่งทอเองจากกี่มือ (กี่ ๔ ตะกอ) ทรงพอพระราชหฤทัย จึงพระราชทานชื่อให้ใหม่ว่า “ลายราชวัตร” ซึ่งแปลว่ากิจวัตรหรือการกระทำ เมื่อวันที่ ๒๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๔๓ เวลา ๕ โมงเศษ หลังจากนั้นจึงเรียกต่อ ๆ กันมาจนถึงทุกวันนี้ ในนามผ้าทอลายราชวัตร ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๘๒ กรมการเมืองสงขลาได้ขอครูทอผ้าชาวจีนมา ๒ คน ชื่อนายยี่สุ่น และนายพุดดิ้น ให้มาช่วยสอนการทอผ้าให้แก่ชาวเกาะยอที่วัดแหลมพ้อ (วัดหัวแหลม) โดยใช้กี่กระตุกเป็นครั้งแรกและนับแต่นั้นมาชาวเกาะยอก็หันมาทอผ้าด้วยกี่ชนิดนี้จนถึงปัจจุบัน   


กลุ่ม OTOP / ผู้ประกอบการ

กลุ่มราชวัตถ์แสงส่องหล้า ที่ ๑

         กลุ่มผ้าทอเกาะยอมีการเริ่มต้นขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๙ โดยมีการติดต่อกับหน่วยงานราชการคือ สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมืองสงขลา และได้รับเงินทุนมาจำนวนหนึ่งเพื่อจัดตั้งกลุ่มทอผ้าขึ้น จากนั้น กลุ่มผ้าทอมีการพัฒนาเรื่อยมา จนกระทั่งเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๑ ก็ได้จัดตั้งกลุ่มในนามว่า “กลุ่มราชวัตถ์ พัฒนาผ้าทอเกาะยอ” ประธานกลุ่มราชวัตถ์ แสงส่องหล้า ที่ ๑ คือคุณวิชัย มาระเสนา  ได้เล่าถึงการตั้งกลุ่มฯ ว่าเมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๔๑ ในนามกลุ่มราชวัตถ์พัฒนาผ้าทอเกาะยอ มีสมาชิกแรกเริ่ม ๑๔ คน โดยวัตถุประสงค์ของการตั้งกลุ่มฯ เพื่อเป็นการสร้างอาชีพให้กับชาวบ้านและเพื่อเป็นการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น จากการรวมกลุ่มครั้งแรกได้กู้เงินมาเป็นทุนในการซื้อเส้นใยจากโรงงาน และมีการตั้งราคาตามความเหมาะสม แต่จากได้มีการดำเนินการมา ๒ ปี ได้มีหน่วยงานที่ชื่อชมรมแสงส่องหล้า มาให้การช่วยเหลือต่อเติมอาคารและได้นำเรื่องกลุ่มอาชีพเสนอในยังสำนักพระราชวัง พร้อมกับขอชื่อพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อวันที่ ๑๙  มีนาคม ๒๕๔๓  ว่า “ กลุ่มราชวัตถ์แสงส่องหล้า ที่ ๑ ” และให้อันเชิญอักษระพระนามาภิไธย “สธ” มาประดิษฐ์สถาน ณ ที่ทำการกลุ่มโดยหม่อมราชวงศ์อดุลยกิจ กิติยากร ต่อมาทางกลุ่มฯ ได้รับงบประมาณจากสำนักงานพัฒนาชุมชน อำเภอเมืองสงขลา จากโครงการเศรษฐกิจชุมชนพึ่งตนเอง ได้รับคัดเลือกเป็นกลุ่มดีเด่นระดับจังหวัด และได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานสหกรณ์จังหวัดสงขลา กรมส่งเสริมสหกรณ์ คัดเลือกกลุ่มอาชีพเพื่อนำไปขอตราสินค้ามาตรฐานสหกรณ์ หรือ สมส. เพื่อให้ผ้าของกลุ่มฯ มีมาตรฐานรับรองสินค้า รวมทั้งได้รับงบประมาณตามโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ เพื่อเป็นทุนสนับสนุนในการส่งเสริมอาชีพ ซึ่งกลุ่มฯ ได้มีการได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ในการดำเนินงาน คือ สินค้าต้องมีคุณภาพ สินค้าต้องมีเครื่องหมายรองรับ สินค้าต้องมีป้ายบอกราคา ซื่อลายและจำนวนหลา สินค้าต้องสะท้อนให้เห็นถึงวัฒนาธรรม และสุดท้ายต้องสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าเป็นสำคัญ ทั้งนี้ ในปี ๒๕๔๖ ผ้าทอเกาะยอของกลุ่มฯ ได้รับการคัดสรรเป็นผลิตภัณฑ์ OTOP ระดับ ๕ ดาว พร้อมได้รับรองในการแจ้งข้อมูลในเรื่องของภูมิปัญญาไทย และในปี ๒๕๔๗ คัดสรรเป็นผลิตภัณฑ์ OTOP ระดับ ๕ ดาว ในระดับประเทศ จึงเป็นที่รู้จักแก่บุคคลทั่วไป อีกทั้งกลุ่มฯ ยังได้เปิดเป็นศูนย์ศึกษาหาความรู้ ถ่ายทอดศิลปะการทอผ้า แก่นักเรียน นักศึกษา และนักท่องเที่ยวอีกด้วย หากสนใจสามารถติดต่อซื้อผลิตภัณฑ์ได้ที่ กลุ่มราชวัตถ์แสงส่องหล้า ที่ ๑ เลขที่ ๓๘ หมู่ ๓  ตำบลเกาะยอ อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา ๙๐๑๐๐  โทรศัพท์ : ๐ ๗๔๔๕ ๐๐๒๙ ,๐๘๖ -๒๙๑๗๘๕๓ ,๐๘๙ - ๘๗๙๑๗๖๕ 

วิชัย มาระเสนา ประธานกลุ่มราชวัตถ์ แสงส่องหล้า ที่ ๑

กลุ่มร่มไทร

       การก่อตั้งกลุ่มร่มไทร
          เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๕ สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ สาขาจังหวัดสงขลา โดยมีนางประณีต ดิษยะศริน นายกสมาคมฯ (ในสมัยนั้น) ได้สนับสนุนให้นายกริ้ม สินธุรัตน์ ทำการรวบรวมสมาชิกผู้สนใจในการทอผ้า เพื่อก่อตั้งเป็นกลุ่มทอผ้าร่มไทร ให้เป็นแหล่งเรียนรู้และเผยแพร่ภูมิปัญญาด้านการทอผ้าเกาะยอ โดยมีนายกริ้ม สินธุรัตน์ เป็นที่ปรึกษา และนางสาวจงกลนี สุวรรณพรรค เป็นประธานกลุ่ม ได้มีการถ่ายทอดความรู้ในเรื่องการทอผ้าด้วยกี่กระตุกให้นอกจากทอผ้าลายดั้งเดิมของผ้าทอเกาะยอแล้วกลุ่มร่มไทรยังได้พัฒนาลายผ้าทอเกาะยอโดยร่วมกับนักวิจัยนักวิชาการจากสถาบันต่าง ๆ ออกแบบลายใหม่ ๆ เช่น ลายเกล็ดปลาขี้ตัง โดยให้ชื่อตามชื่อปลาในทะเลสาบสงขลา ลายเกล็ดปลาขี้ตัง จึงถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของผ้าทอเกาะยอของกลุ่มร่มไทร ปัจจุบันผ้าทอเกาะยอได้รับความนิยมทั้งจากชาวไทยและชาวต่างประเทศอย่างแพร่หลาย อีกทั้งยังมีผู้ให้ความสนใจมาศึกษาเรียนรู้การทอผ้าเกาะยออย่างต่อเนื่อง โดยมีนายกริ้ม สินธุรัตน์ เป็นครูผู้ถ่ายทอดนับว่าท่านเป็นผู้อนุรักษ์ผู้สร้างสรรค์และสืบสานภูมิปัญญาผ้าทอเกาะยออีกท่านหนึ่งที่สำคัญยิ่ง ต่อมา
มีอาจารย์จากกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมเข้ามาสอนการทอผ้าชื่อโกเถี้ยม พอมีคนมาซื้อผ้าถามคนที่ทอว่าเป็นทอผ้าลายอะไรก็บอกไม่ได้ว่าเป็นลายอะไร จึงบอกไปว่าลายโกเถี้ยม เพราะคนสอนชื่อนี้ก็เลยกลายชื่อลายผ้ามาจนปัจจุบัน"

       ครูกริ้ม สินธุรัตน์ ครูศิลป์ของแผ่นดิน ปี ๒๕๖๐  ผู้ทรงภูมิปัญญาด้านผ้าทอเกาะยอ ซึ่งปัจจุบันมีอายุ ๙๒ ปีแล้ว แต่ความจำยังดีสามารถให้ความรู้แก่ผู้ที่สนใจเรื่องผ้าทอเกาะยอได้โดยไม่มีตกหล่น ในอดีตครูกริ้มเป็นผู้หนึ่งที่มีส่วนสำคัญอย่างมากในการช่วยต่อลมหายใจให้กับผ้าทอเกาะยอ ยมนา สินธุรัตน์ ฝ่ายการตลาด กลุ่มทอผ้าร่มไทร ผู้สืบทอดการทอผ้าเกาะยอจากรุ่นพ่อ ได้เล่าว่าทางกลุ่มทอผ้าลวดลายดั้งเดิม เช่น ลายรสสุคนธ์ ลายเกล็ดปลาขี้กัง ลายจันทร์หอม ลายราชวัตร ลายร่มไทร ลายดอกรัก ลายสุพรรณิกา ลายลูกแก้ว ลายผกากรอง ๘ ตะกอ เป็นต้น แต่ลายที่ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ของผ้าทอเกาะยอนั้นก็คือลายราชวัตรและลายรสสุคนธ์การจำหน่ายผ้าทอของกลุ่มมีทั้งนักท่องเที่ยวที่เป็นคนไทยและชาวต่างประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่ชอบผ้าทอมือมาก ถึงจะมีลวดลายมากมายแต่ป้ายมนาบอกว่าทางกลุ่มไม่หยุดที่จะพัฒนาลายใหม่ ๆ เพราะบางทีการขายออกร้าน ลูกค้าที่เคยซื้อมักจะถามว่าไม่มีลายใหม่ ๆ มาหรือ ทำให้ต้องพยายามหาลายเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อีกทั้งยังพยายามทำให้เนื้อผ้าบางนุ่มนวลมากขึ้น เนื่องจากผ้าทอเกาะยอจะมีลักษณะเนื้อผ้าที่แข็งหนากว่าผ้าทออีสานหรือภาคเหนือ ซึ่งล่าสุดทางกลุ่มฯ ได้พัฒนาผ้าลายแสงดอกแสงสุริยา ทำเป็นผ้าพันคอมีเนื้อบางเบามองดูคล้ายผ้าทอภาคเหนือหรืออีส

 สินค้าผ้าทอเกาะยอของกลุ่มร่มไทรได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นสินค้าโอท็อปเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๕ การรวมกลุ่มสามารถสร้างรายได้ให้สมาชิกให้อยู่ได้คนละ ๓,๐๐๐0-๑๒,๐๐๐ บาท/เดือน แล้วแต่ความขยันของแต่ละคน และการที่ไปรษณีย์ไทยมาช่วยเหลือในเรื่องแพ็กเกจผลิตภัณฑ์ รวมทั้งสนับสนุนเรื่องการจำหน่ายเป็นสิ่งที่ดีมาก เพราะจะทำให้ผ้าเกาะยอเข้าถึงผู้ซื้อมากขึ้น และผลดีตามมาก็คือจะทำให้ชาวบ้านที่นี่มีรายได้เพิ่มขึ้น ท่านที่สนใจผลิตภัณฑ์ของกลุ่มติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ๕๓/๑ หมู่ ๕ ตำบลเกาะยอ อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา ๙๐๑๐๐ โทร. ๐๘๙–๖๕๘๙๕๒๙

ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มร่มไทร

กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรทอผ้าเกาะยอ

      กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรทอผ้าเกาะยอ ได้จดทะเบียนจัดตั้งกลุ่มในปี พ.ศ. ๒๕๔๔  โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อ สร้างรายได้ให้กับชุมชน, ส่งเสริมให้สมาชิกมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น, สร้างความสามัคคีในหมู่สมาชิกและสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการทอผ้าเกาะยอ ซึ่งความรู้ที่กลุ่มกำหนดขึ้นเป็นความรู้ที่ชุมชนสืบต่อกันมาช้านานนั่นคือการทอผ้าซึ่งมีการทอกันทุกหมู่บ้านในชุมชนนี้จนถือได้ว่าเป็นอัตลักษณ์ที่สำคัญอย่างหนึ่งของชุมชน  โดยสถานที่ทำการกลุ่มแต่เดิมใช้ที่บ้านของประธานกลุ่มในพื้นที่บริเวณเดียวกัน ต่อมาเมื่อมีการสร้างบ้านหลังใหม่ขึ้น (ในบริเวณนี้) จึงย้ายมาดำเนินการเป็นศูนย์รับซื้อและจำหน่ายที่บ้านหลังใหม่นี้ ส่วนที่บ้านหลังเดิมซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กัน ใช้เป็นสถานที่ฝึกและผลิตของสมาชิกที่สนใจจะมาฝึกและผลิตที่กลุ่ม

วิธีการ/กระบวนการจัดการความรู้

      กลุ่มได้นำความรู้ในการจัดการความรู้มาจากคนรุ่นก่อน ๆ ในชุมชนเป็นส่วนใหญ่เนื่องจากชุมชนเป็นแหล่งผลิตผ้าทอเกาะยอมาช้านาน จึงมีผู้มีความรู้ในเรื่องนี้มากพอที่จะให้ความรู้ในเรื่องนี้ โดยมีลายดั้งเดิม เช่น ลายน้ำหยอด ลายจันทร์หอม ลายราชวัตร ลายลูกแก้ว ลายดอกพิกุล เป็นต้น ซึ่งการทอผ้าลายใหม่ ๆ ได้รับความรู้จากหน่วยงานภาครัฐ เช่น ลายยอประกาย ลายชมนาด ลายช้องนาง ลายกฤษณา ลายโพธิ์พิกุล เป็นต้น โดยทางกลุ่มจะรับสมาชิกผู้สนใจจากทุกหมู่บ้านในตำบลเกาะยอ ผู้ที่มาเป็นสมาชิกไม่กำหนดอายุ วัย เพศ สมาชิกจะทอผ้าที่บ้านของตนเองหรือที่ทำการกลุ่มก็ได้ หากไม่มีเครื่องมืออุปกรณ์ในการทอผ้าทางกลุ่มจะลงทุนให้ก่อนและเมื่อทอแล้วจะต้องขายที่กลุ่มในราคาที่เป็นธรรมปัจจัยที่ส่งผลต่อการจัดการความรู้ โดยมีวิธีการดังนี้

     ๑. มีการพบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ระหว่างสมาชิกของกลุ่มทอผ้าเกาะยอกลุ่มต่าง ๆ ในตำบลเกาะยอ เช่น กลุ่มราชวัตร กลุ่มร่มไทร กลุ่มดอกพิกุล เป็นต้น ทั้งในลักษณะของกลุ่มและส่วนตัว ซึ่งสมาชิกแต่ละกลุ่มอยู่ใกล้ ๆ กันในชุมชนตำบลเกาะยอด้วยกัน และบางคนเป็นสมาชิกคนละกลุ่มกันแต่ก็เป็นเครือญาติกัน ทำให้มีโอกาสได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันสูง

     ๒. ได้รับการส่งเสริมจากหน่วยงานต่างๆด้วยดี แต่แรกเริ่มนั้นได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองสงขลา ต่อมาภายหลังมีหน่วยงานให้การสนับสนุนมากขึ้น เช่น อบต.เกาะยอ (ด้านเงินทุนหมุนเวียน) ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ ๑๑ พัฒนาชุมชนจังหวัดสงขลา (ด้านวิชาการ) เป็นต้น

  ๓. การที่ชุมชนเกาะยอเป็นแหล่งผลิตผ้าทอเกาะยอมาช้านาน  จึงทำให้มีผู้รู้ในเรื่องนี้มากพอที่จะให้ความรู้ในเรื่องนี้ได้ดี (เป็นแหล่งความรู้ของชุมชน) ประกอบกับปัจจุบันความต้องการของตลาดมีสูง ทำให้ผ้าทอเกาะยอกลายเป็นสินค้า OTOP ของชุมชนเกาะยอ จึงทำให้มีการผลิตในหลาย ๆ ครัวเรือน

ผลต่อการจัดการความรู้

    ๑. กลุ่มมีชื่อเสียงและเกียรติคุณ โดยได้รับประกาศนียบัตร “ผลิตภัณฑ์ระดับห้าดาว ประเภทผ้า เครื่องแต่งกาย ผ้าทอเกาะยอ” จากโครงการคัดสรรสุดยอดหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ไทย ปี พ.ศ. ๒๕๕๒ (จากกรมพัฒนาชุมชน) และสินค้าของกลุ่มยังได้รับเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชนเลขที่ มผช. ๖๓/๒๕๔๖ และเลขที่ มผช. ๑๙๗/ ๒๕๔๖

    ๒.  พัฒนาฝีมือการทอผ้าของสมาชิก ผลจากการจัดการความรู้กลุ่มสมาชิกกลุ่มได้นำเอาความรู้ที่ได้จากกลุ่มไปใช้ในการปฏิบัติงานด้วยดี ผู้ที่เคยทำเป็นมาก่อนได้รับการพัฒนาฝีมือมากขึ้นทั้งในด้านวิธีการทอและลายผ้าใหม่ ๆ ผู้ที่ไม่มีความรู้ในเรื่องนี้ก็สามารถทอผ้าได้และพัฒนาตนเองขึ้นตามลำดับ

  ๓.  ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน  เพราะมีการรวมตัวกันของผู้สนใจภายในชุมชนบนพื้นฐานความรู้ที่เป็นภูมิปัญญาชุมชน พร้อม ๆ กับได้รับการพัฒนาด้านการตลาดและอื่น ๆ ทำให้ผู้ผลิตสามารถมีรายได้เลี้ยงตนเองและครอบครัวได้ดีและยั่งยืน ซึ่งบางคนยึดเป็นอาชีพหลัก บางคนยึดเป็นอาชีพเสริม

      จากการปฏิบัติที่กล่าวมาทำให้กลุ่มเกิดความยั่งยืน เนื่องจากการเป็นชุมชนผลิตผ้าทอเกาะยอมาช้านาน จนเป็นศิลปหัตถกรรมที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักและนิยมกันทั่วไปทั้งในและนอกชุมชน ทำให้คนในชุมชนเกิดความภาคภูมิใจและอยากอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมนี้ ทรัพยากรท่องเที่ยวเป็นแหล่งศึกษาดูงานของบุคคลที่สนใจ โดยกลุ่มจะให้ผู้ที่สนใจได้เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องผ้าทอเกาะยอ ที่ชุมชนสืบต่อกันมาช้านาน ซึ่งมีการทอกันทุกหมู่บ้านในชุมชนนี้ จนถือได้ว่าเป็นเป็นอัตลักษณ์ที่สำคัญอย่างหนึ่งของชุมชน ที่กลุ่มนี้การจัดการความรู้มาจากคนรุ่นก่อนๆ ในชุมชนเป็นส่วนใหญ่เนื่องจากชุมชนเป็นแหล่งผลิตผ้าทอเกาะยอมาช้านาน จึงมีผู้มีความรู้ในเรื่องนี้มากพอที่จะให้ความรู้ในเรื่องนี้ ทั้งลายผ้าทอต่าง ๆ  เช่น ลายน้ำหยอด ลายจันทร์หอม ลายราชวัตร ลายลูกแก้ว ลายดอกพิกุล เป็นต้น

กิจกรรมเด่น

      กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรทอผ้าเกาะยอ เป็นทั้งศูนย์ฝึก/ส่งเสริม รับซื้อผ้าทอจากสมาชิก และเป็นศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าทอด้วย มีการสาธิตการทอผ้าเกาะยอโดยสมาชิกกลุ่ม

ชื่อเสียงเกียรติคุณ

       กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรทอผ้าเกาะยอได้รับประกาศนียบัตร “ผลิตภัณฑ์ระดับห้าดาว ประเภทผ้า เครื่องแต่งกายผ้าทอเกาะยอ” จากโครงการคัดสรรสุดยอดหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ไทยปี พ.ศ. ๒๕๕๒ (จากกรมพัฒนาชุมชน) ต้องการสินค้าและเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ของกลุ่มได้รับที่ ๕ หมู่ ๓ ตำบลเกาะยอ อำเภอเมืองสงขลา. จังหวัดสงขลา ๙๐๑๐๐ ติดต่อ : คุณสมหมาย พงศ์พฤกษ์ โทร :   ๐ ๗๔๔๕ ๐๒๕๒ , ๐๘๙ – ๙๗๖๐๘๘๑


ข้อมูลพื้นฐาน
ชื่อ/สถานที่/เรื่อง
ผ้าทอเกาะยอ (Koh Yo Woven Cloth)
ที่อยู่
ตำบลเกาะยอ อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา
จังหวัด
สงขลา
ละติจูด
7.1652459
ลองจิจูด
100.5235832



วีดิทัศน์

บรรณานุกรม

ชนี กัลยาณคุณาวุฒิ. (2538). ผ้าทอภาคใต้สงขลา : คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. 
หนังสือผ้าไทยจังหวัดสงขลา : ผ้าทอสองนที ผ้าเนื้อดี... ผ้าทอเกาะยอ. (2554). สงขลา : เอสพริ้นท์ (2004).


ข้อมูลเพิ่มเติม

 

 


รูปภาพ
 
      Font Size  
Back to Top
Khunying Long Athakravisunthorn Learning Resources Center
Prince of Songkhla University ©2018-2020