ความเชื่อเกี่ยวกับการเกิดหรือเด็กแรกเกิดในวัฒนธรรมภาคใต้มีหลายอย่าง สิ่งหนึ่งที่สำคัญคือการนำรกเด็กไปฝัง เป็นความเชื่อที่สืบทอดกันมาหลายยุคหลายสมัยจนปัจจุบันก็ยังพบอยู่บ้าง โดยความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องนี้มีคติและแบบแผนที่จะต้องฝังตามทิศของเด็กที่เกิดในวันนั้น ๆ อีกด้วย เช่น เมื่อคลอดลูกแล้วจะนำรกไปคลุกพริกไทยตำกับเกลือ แล้วใส่รกลงในหม้อดินปิดด้วยผ้าขาว จากนั้นจึงนำไปฝังใต้ต้นไม้ โดยเชื่อกันว่าหากฝังใต้ต้นส้มเด็กจะฉลาดเฉียบแหลมหมือนหนามของส้ม ถ้าฝังใต้ต้นไม้ใหญ่ที่น้ำท่วมไม่ถึงก็เชื่อว่าเด็กจะได้เป็นใหญ่เป็นโต สำหรับบางท้องถิ่นเมื่อฝั่งรกจะต้องปลูกมะพร้าวไว้หนึ่งต้นตอนปลูกต้องอธิฐานว่าขอให้เด็กที่เกิดมามีความเจริญมั่นคงเหมือนต้นมะพร้าว โดยเชื่อว่าการปลูกมะพร้าวตรงจุดที่ฝักรกนั้นมีผลทางไสยศาสตร์ด้วย หากเด็กคนนั้นโตขึ้นแล้วโดนคุณไสย ก็ให้เอาน้ำมะพร้าวจากต้นที่ปลูกไว้ไปดื่ม เชื่อว่าจะช่วยแก้คุณไสยหรือทำให้เวทมนตร์คาถาอาคมนั้นเสื่อมลง
"รก” คืออวัยวะสำคัญตลอดระยะเวลา ๔๐ สัปดาห์ของการตั้งครรภ์ ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนสารอาหาร และออกซิเจนระหว่างมารดาและทารกในครรภ์ รวมถึงการกำจัดของเสียจากทารก รกจะเชื่อมต่อกับทารกผ่านทางสายสะดือ ในยุคที่หมอตำแยทำหน้าที่ช่วยแม่คลอดบุตร ก่อนระบบสาธารณสุขการแพทย์แผนปัจจุบัน รกจึงคือสิ่งพิเศษที่เปรียบได้กับสายชีวิตกำหนดความเป็นความตาย ก่อนคลอดในสมัยโบราณหมอตำแยจะต้องคอยตรวจสอบตำแหน่งแห่งที่ของรกอย่างเหมาะสม และเมื่อทารกผ่านพ้นครรภ์มารดาพร้อมการทำหน้าที่ของรกที่สิ้นสุดลง รกจึงหมดภาระหน้าที่และได้รับการจัดการดูแลกลบฝังอย่างดี เพราะฉะนั้นสถานที่ฝัง รกจึงเท่ากับเป็นสถานที่เกิด การนำเอารกเด็กใส่หม้อดินพร้อมหมาก พลู ข้าวตอก ดอกไม้ เงิน แป้ง และน้ำหอมไปฝังดิน โดยมีคติความเชื่อว่าหากฝังรกไว้ใกล้บ้านโตขึ้นคนผู้นั้นจะรักถิ่น ไม่ไปไหนไกล ส่วนทิศที่จะฝังดูจากวันและเดือนปีเกิดประกอบกัน ต่อมาในยุคที่คนเกิดด้วยมือแพทย์ในโรงพยาบาล รกถูกกำจัดทิ้งตามหลักการทางการแพทย์
การฝังรกเป็นเคล็ดที่เชื่อถือกันมาแต่โบราณว่า เมื่อฝังแล้วจะทำให้เด็กไม่ลืมรกรากของตนเอง ส่วนพิธีฝังรกในแต่ละภาคนั้นก็จะมีลักษณะแตกต่างกัน แต่ส่วนมากมักฝังหลังจากเด็กเกิดครบ ๓ วัน หรือ ๗ วัน สำหรับทิศที่จะฝังรกนั้นจะฝังตามเกิดของเด็ก คือวันอาทิตย์ห้ามฝังรกในทิศพายัพ (ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ) วันจันทร์ ห้ามฝังรกในทิศบูรพา (ทิศตะวันออก) วันอังคารห้ามฝังรกในทิศอีสาน (ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ) วันพุธห้ามฝังรกในทิศอุดร (ทิศเหนือ) วันพฤหัสบดีห้ามฝังรกในทิศทักษิณ (ทิศใต้) วันศุกร์ห้ามฝังรกในทิศประจิม (ทิศตะวันตก) วันเสาร์ห้ามฝังรกในทิศอาคเนย์ (ทิศตะวันออกเฉียงใต้) หรือตามเดือนเกิดถ้าเกิดเดือน ๔ เดือน ๕ หรือเดือน ๖ ให้ฝังทางทิศเหนือ ถ้าเกิดเดือน ๗ เดือน ๘ หรือเดือน ๙ ให้ฝังทางทิศตะวันตก ถ้าเกิดเดือน ๑๐ เดือน ๑๑ หรือเดือน ๑๒ ให้ฝังทางทิศใต้ ถ้าเกิดเดือนอ้าย เดือนยี่ หรือเดือน ๓ ให้ฝังทางทิศตะวันออก ในบางท้องถิ่นนิยมฝังรกไว้ในบ้าน ส่วนเวลาฝังจะกระทำกันในเวลาที่ปลอดคน เช่น ตอนเช้าหรือตอนเย็นโพล้เพล้เพราะไม่ต้องการให้มีใครทักถาม บางท้องถิ่นจะฝังรกในที่ดินซึ่งพ่อแม่จะยกให้เด็กต่อหน้าญาติ ๆ เพื่อให้เป็นพยานรับรู้ ในภาคใต้มีการปลูกมะพร้าวไว้ในบริเวณที่ฝั่งรกเพื่อจะได้ใช้ผลของมะพร้าวไว้ทำยาแก้คุณไสย์ และแก้พิษให้เด็กเมื่อโตขึ้น ในสังคมปัจจุบันผู้หญิงนิยมไปคลอดในโรงพยาบาลจึงแทบไม่มีการทำพิธีการฝังรกกันอีกต่อไป ผู้เฒ่าผู้แก่มักจะพูดเสมอว่าเด็กสมัยนี้ลืมรกรากของตน ไม่กลับถิ่นกำเนิด และยังมีการย้ายถิ่นย้ายบ้านกันเรื่อยไป
คติความเชื่อในการห้ามฝั่งตามทิศมาจากความเชื่อเรื่องพระกาล (ยมบาล) ที่จะประจำอยู่ทิศใดทิศหนึ่งและเปลี่ยนที่อยู่ประจำทิศไปเรื่อย ๆ ทุกวัน เช่น วันจันทร์ พระกาลจะอยู่ประจำทิศตะวันออก ทิศตะวันออกจะกลายเป็นทิศอัปมงคลในวันนั้น จะทำกิจใดต้องละเว้น ทำให้มีการเลือกฝังรกเด็กตามทิศต่าง ๆ ที่ไม่ตรงกับทิศอัปมงคลตามความเชื่อของชาวบ้าน ความเชื่อเรื่องการฝังรกและปลูกต้นไม้ควบคู่กันไปด้วยนั้นถือเป็นกุศโลบายที่แยบยล เป็นการช่วยเหลือและฟื้นฟูธรรมชาติผ่านความเชื่อนั่นเอง
“การฝังรกเด็ก” กับคติห้ามฝังรกตามทิศ 7 วัน ธรรมเนียมการเกิดของภาคใต้. สืบค้น 7 พ.ค. 69, จาก https://www.silpa-mag.com/culture/article_163672