ประเพณีการเกิดของชาวไทยมุสลิม
 
Back    25/04/2018, 14:19    1  

หมวดหมู่

วัฒนธรรม


ประวัติความเป็นมา


ภาพจาก : https://link.psu.th/9SdZdz   

       ประเพณีการเกิดของชาวไทยมุสลิมนั้นจะยึดหลักตามคำสอนของศาสนาอิสลาม โดยเริ่มต้นตั้งแต่ทารกถือกำเนิดขึ้น การตั้งชื่อ การทำความสะอาดร่างกาย และการทำพิธี อากีเกาะฮ์ (พิธีเชือดสัตว์เพื่อแจกจ่ายเนื้อและขอบคุณพระเจ้า) รวมไปถึงการขลิบผมไฟ ซึ่งล้วนยึดหลักการที่ศาสนากำหนดทั้งสิ้น เช่น การอะซาน (Azan) อิกอมะฮ์ (Iqamah) โดยเมื่อทารกคลอดออกมาบิดามารดาหรือญาติผู้ใหญ่ จะทำการกระซิบถ้อยคำอะซานและอิกอมะฮ์เบา ๆ ที่ใบหูของเด็ก เพื่อเป็นเสียงแรกที่ต้อนรับสมาชิกใหม่ให้ได้ยินพระนามของอัลลอฮ์ รวมทั้งการทำตะฮ์นีก (Tahnik) คือการนำอินทผาลัมเคี้ยวให้ละเอียดแล้วแตะที่เพดานปากของทารกแรกเกิด เพื่อให้เด็กเติบโตมาเป็นคนดีและมีสุขภาพแข็งแรง

     อากีเกาะห์
            อากีเกาะห์เป็นพิธีกรรมตามหลักศาสนาอิสลาม มีกล่าวไว้ชัดเจนในฮะดิษ (วจนะของท่านศาสดา) เช่น บทที่กล่าวว่า...ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺได้สั่งใช้เราให้ทำอากีเกาะห์ให้กับเด็กผู้ชายด้วยกับแกะ ๒ ตัว และให้กับเด็กผู้หญิงด้วยกับแกะ ๑ ตัว... อากีเกาะห์จัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองการได้บุตรของชาวมุสลิม ตามหลักศาสนาจริง ๆ จะทำขึ้นเมื่อลูกมีอายุครบ ๗ วัน หรือเมื่อพ่อแม่มีกำลังทรัพย์พร้อม เนื่องจากพิธีอากีเกาะห์ต้องเชือดสัตว์พลี เพื่อเลี้ยงอาหารให้กับคนชุมชนเพื่อแสดงถึงการเฉลิมฉลอง แต่ส่วนใหญ่แล้วจะจัดขึ้นก่อนเด็กมีอายุครบ ๒ ขวบ คำว่า "อากีเกาะฮ์" ตามหลักภาษาแล้วคือชื่อของเส้นผมที่อยู่บนหัวของเด็กแรกเกิด และความหมายของอากีเกาะฮ์ตามหลักนิติบัญญัติ คือชื่อของสิ่งที่จะถูกเชือดในวันที่ ๗ ของเด็กแรกเกิด ซึ่งเป็นวันที่มีการโกนผมไฟ พ่อแม่จะทำการเชือดสัตว์พลีอาจจะเป็นแพะ แกะ หรือวัวก็ได้ หากเป็นลูกชาย จะต้องเชือดแพะหรือแกะ ๒ ตัว ส่วนลูกสาวจะต้องเชือดแพะหรือแกะ ๑ ตัว หากต้องการเชือดวัวสำหรับลูกชายต้องใช้เนื้อวัว ๒ ส่วน ๗ ของเนื้อวัวทั้งตัว ส่วนลูกสาวจะใช้ ๑ ส่วน ๗ ของเนื้อวัวทั้งตัว เมื่อเชือดแล้วก็นำมาทำอาหารแบ่งปันกันกินในครอบครัว ในชุมชน หรือนำไปบริจาคให้คนยากจน ในวันเดียวกันผู้เป็นพ่อจะทำพิธีบือเลาะมูโละ (บูกอมูโละคือเปิดปาก) และโกนผมเด็ก ในกรณีที่พ่อไม่ค่อยมีความรู้ทางศาสนา อาจจะเชิญผู้นำชุมชนหรือโต๊ะอิหม่ามมาทำพิธี การบือเลาะมูโละเป็นพิธีดั้งเดิมของท้องถิ่นของที่ต้องเตรียมในพิธี ได้แก่ น้ำซัมซัม (น้ำศักดิ์สิทธิ์จากนครเมกกะ) อันทผาลัม น้ำผึ้ง กรรไกร น้ำมะนาว แหวนทอง และสำลี โต๊ะอิหม่ามผู้ทำพิธีจะบดอินทผลัมหรือเคี้ยวอินทผลัม แล้วนำไปคลึงเบา ๆ ที่เพดานปากของทารก จากนั้นเอาสำลีจุ่มน้ำซัมซัมแล้วบีบเข้าปากทารก ป้อนน้ำผึ้ง และน้ำมะนาว ต่อจากนั้นก็ตัดผมทารกประมาณ ๑-๒ กระจุกนำไปฝังบริเวณบ้าน (ในอดีตจะโกนผมหมดทั้งศีรษะ) พร้อมกับกล่าวขอพรจากพระผู้เป็นเจ้า ให้เด็กเติบโตเป็นคนดีมีศีลธรรมจริยธรรม ซื่อสัตย์กตัญญูต่อพ่อแม่ รู้จักกาลเทศะและอดทน ความเชื่อท้องถิ่นเชื่อว่าการดื่มน้ำผึ้งทำให้เด็กพูดจาไพเราะเป็นที่รักของเพื่อน ส่วนน้ำมะนาวคือการสอนให้เด็กรู้ว่าชีวิตต้องเรียนรู้และอดทนอดกลั้น ชีวิตจึงจะมีความสุข (อ้างอิง ทักษะวัฒนธรรม ของ แพร ศิริศักดิ์ดำเกิง)

     การอยู่ไฟ (ดีแย) 
         การอยู่ไฟจะทำหลังจากนวดหลังคลอดและอาบน้ำ (วิลาดะฮ์)เสร็จเรียบร้อยแล้วการอยู่ไฟมีวัตถุประสงค์ เพื่อขับน้ำคาวปลาและให้มดลูกเข้าอู่เร็ว รวมทั้งผ่อนคลายกล้ามเนื้อ และเส้นเอ็นต่างๆ รวมถึง แก้เย็น กระชับให้หญิงหลังคลอดได้พักผ่อนและเป็นวิธีเลี่ยงการนอนร่วมกันกับสามีในช่วงต้องห้ามวิธีการอยู่ไฟหลังคลอด
การอยู่ไฟจะนอนบนแครไม้หรือไม้ไผ่มีกองไฟวางด้านช้าง ซึ่งจะใช้สังกะสีวางรองกะละมังที่อัดแน่นด้วยดิน หรือ ใช้ต้นมะพร้าว 3 ท่อนเป็นตัวกันไฟและก่อไฟไว้ด้านใน บางคนใช้ปั๊บสังกะสีผ่าด้านข้างไว้ใส่ฟืนผ่าด้านบนไว้ต้มน้ำใส่กาน้ำ และปิ้งปลาแห้ง หญิงหลังคลอดจะนอนบนแคร่ไม้ไผ่ หันหลังเข้าหาเตาไฟที่ทำด้วยปีบสังกะสี ก่อไฟ
ด้วยไม้หรือถ่านก็ได้สมัยก่อนจะอยู่ไฟให้ครบ 40 วัน โต๊ะบีแดวองึแย : ต้องเลือกไม้ที่จะทำฟืนด้วยต้องเป็นไม้ที่ไม่ให้คันและไม่เป็นสะเก็ดเพื่อความปลอดภัยของหญิงหลังคลอดโต๊ะบีแดจิซง : เวลาอยู่ไฟส่วนใหญ่จะนั่งกันตอนเข้า เพราะอากาศมันเย็น พอตอนสายๆ เที่ยงๆ ก็จะลงนอนข้างล่างกินข้าวสวยกับปลาแห้ง ปลาซ่อนแห้งก็ได้บางคน จะกินข้าวกับเกลือ และพริกไทยอย่างเดียวโต๊ะบีแดเนาะ : นอกจากจะกินข้าวกับเกลือ พริกไทยแล้วโบราณห้ามกินข้าวเยอะแต่หญิงหลังคลอดมักใช้วิธีอัดข้าวให้แน่นให้ดูน้อยๆ น้ำกินเยอะไม่ได้เดียวหน้าท้องจะใหญ่ กินข้าวกับพริกไทยโต๊ะบีแดวองึแย : เวลาอยู่ไฟคนโบราณจะปาแร (นาบท้อง) เพื่อให้กระชับหน้าท้องให้มดลูก เข้าอู่เร็ว ขับน้ำคาวปลา โดยจะนำสมุนไพร เปลือกต้นมะม่วงเปรี้ยว เปลือกลือแป พิกุลพริกไทย และข้าวเหนียวดำ ตำผสมกันใช้ทาหน้าท้องเพื่อกระชับหน้าท้องหรือบางคนใช้แทนการอยู่ไฟก็มี
   
 เตาไฟ (โต๊ะบีแดเยาะ)
             เตาไฟ (โต๊ะบีแดเยาะ) การทำที่ก่อไฟหรือเตาไฟ โดยใช้ต้นกล้วยหรือต้นมะพร้าวมาวาง ถมดินให้ระดับสูงเท่ากับแคร่ (ที่นอนของหญิงหลังคลอดเพื่อใช้นอนในการอยู่ไฟทำด้วยไม้ไผ่) แล้วก่อไฟ เอาปี๊บมาบังลมและให้หญิงหลังคออลนอนบนแคร่ผิงไฟ เพื่อให้มดลูกเข้าอู่เร็วคลายเส้น ไม่ปวดหลัง ระยะเวลาการอยู่ไป 41 วัน (ในลูกคนแรก) ลดจำนวนวันลงเรื่อยๆ ในลูกคนต่อๆไป" และขณะอยู่ไฟ จะต้มน้ำชิง + ขมิ้น ดื่มขณะอยู่ไฟด้วยเพื่อช่วยคลายเส้น ระยะเวลาอยู่ไฟ 25 วัน โต๊ะบีแดแวชง : จะปฏิบัติเหมือนโต๊ะบีแดเยาะ แต่จะมีรายละเอียดเพิ่มเติมโดยขณะอยู่ไฟ ให้กินข้าวโรยพริกไทยต้า, ปลาแห้ง, เนื้อย่าง, ให้กินกับช้าวแห้งห้ามกินไข่ (ปาแต) ระยะอยู่ไฟ 25 วัน หลังจากนั้น มีพิธีรื้อเตาไฟเอาไก่มาเชี่ยเตาไฟ และไก่ตัวนั้นพอเสร็จพิธีจะยกให้โต๊ะบีแดกรณีหญิงคลอดโดยการผ่าท้องต้องให้แผลหน้าท้องหายก่อนจึงอยู่ไฟได้ประมาณ 1 เดือน พิธีกรรมหย่านมของเด็กทารทโต๊ะบีแด จะใช้ใบพริก 1 กำมือ เคล็ดลับคือเวลาเอาใบพริกต้องหันหลัง คือหันหลังเด็ดใบพริกขยี้บนฝ่ามือจนละเอียดผสมน้ำทาบริเวณหัวนมทั้ง 2 ข้างของมารดาแต่พิธีกรรมนี้จะมีความหลากหลายแห่งความเชื่อ เพราะโต๊ะบีแดบางคน จะไม่ทำหากจะหย่านมแม่เพราะจะทำให้ลูกเกลียดแม่หรือไม่ชอบแม่ไปด้วย แต่จะไม่มีพิพิพิธีกรรมเพียงแนะนำให้มารดาของเด็กทามะนาว, พริก, บอระเพ็ด อะไรที่เผ็ด ขม เด็กไม่ชอบก็เพียงพอพิธีกรรมรื้อเลท (มอมาะตไปร่) เมื่อหญิงหลังคลอดอยู่ไฟ ครบตามระยะเวลาที่กำหนด อาจจะเป็น 15 วัน 20 วัน หรือ 41 วัน หลังจากนั้นก็จะมีพิธีกรรมรื้อเตาไฟ พิธีกรรมรื้อเตาไฟ จะทำโดยโต๊ะบีแด โต๊ะบีแดคนไหนเป็นคนให้ หรือทำพิธีอยู่ไฟก็ต้องเป็นคนรื้อเตาไฟ จะมารื้อหรือเลิกอยู่ไฟตามอำเภอใจไม่ได้ซึ่งเป็นความเชื่อของโต๊ะบีแต่ในสมัยก่อนอุปกรณ์
           ๑. ปูโละสมางัต หรือข้าวเหนียวสีเหลือง
           ๒. กานง กาฆะ ดาดา ข้าวเปลือกคั่ว ( บรือเตะ)
           ๓. ไก่ตัวเป็น ๆ  ๑ ตัว
           ๔. หมากพลู มะกรูด

      ฆอเมาะดาโปร์
           
พิธีกรรมฆอเมาะดาโปร์ (Ghomoh Dapor) หรือการออกจากไฟหรือเสร็จสิ้นการอยู่ไฟของแม่หลังคลอด โดยมีโต๊ะบีแด (หมอตำแยพื้นบ้าน) เป็นผู้ประกอบพิธีโดยขั้นตอน ดังนี้
            ๑. การขอพร (ดูอาร์) จากพระเจ้า
            ๒. พิธีป้อนข้าวเหนียวไก่ การป้อนข้าวเหนียวให้กับไก่ หากไก่จิกกินถือเป็นสิริมงคล จากนั้นจะจับไก่ไปอาบน้ำและปล่อยไป (หรือให้ไก่กับโต๊ะบีแดกลับบ้าน)
            ๓. การดับไฟและทำความสะอาด โดยโต๊ะบีแดจะทำการเขี่ยเถ้าถ่านจากเตาไฟ ๒-๓ ครั้ง แล้วก็รื้อเตาไฟ และทำความสะอาดบริเวณที่ใช้อยู่ไฟให้หมด
           ๔. การอาบน้ำสะเดาะเคราะห์ โดยการเตรียมน้ำผสมสมุนไพร เช่น มะกรูด เพื่อใช้อาบชำระร่างกายคุณแม่หลังคลอด ซึ่งเรียกว่าพิธีบลีมา
           ๕. การเลี้ยงฉลอง หลังจากเสร็จสิ้นพิธีทางความสะอาดแล้ว ญาติพี่น้องจะมาร่วมรับประทานข้าวเหนียวเหลือง ไก่ย่าง และขนมต่าง ๆ ร่วมกัน เป็นการฉลองที่แม่และเด็กปลอดภัยและแข็ง 

     พิธีแก้เด็กการกร้องไม่หยุด
           
เป็นพิธีกรรมหนึ่งที่มีความหลากหลาย และความแตกต่างในขั้นตอนหรือวิธีการ โดยโต๊ะบีแดเชื่อว่าเด็กทารกเห็นสิ่งที่ไม่ดีหรืออาจจะเห็นผี ซึ่งเด็กจะร้องไห้งอแงตลอดเวลา โดยเฉพาะในช่วงเวลาโพล่เผล้ ซึ่งจะเกิดกับเด็กทารกในช่วงอายุ ๐-๓ เดือน สำหรับขั้นตอนพิธีกรรมนั้นโต๊ะบีแด จะอ่านดูอาร์และทำน้ำมนต์แล้วเป่าใส่เด็กหรือให้เด็กกิน ถ้าผีเข้าก็นำข้าวสาร ขมิ้น เกลือ พริกไทย ส้มแขก โปรยบริเวณรอบบ้านทั้งขอดุอาร์ควบคู่ไป พร้อมกับขอให้แม่ของเด็กยกลูกให้เป็นลูกของโต๊ะบีแด แล้วผูกด้วยขมิ้น พร้อมกับอ่านบทสวดมนต์เอซาอัลลอฮ


ข้อมูลพื้นฐาน
ชื่อ/สถานที่/เรื่อง
ประเพณีการเกิดของชาวไทยมุสลิม
ที่อยู่
จังหวัด
ปัตตานี


บรรณานุกรม

ฐานข้อมูลทุนทางวัฒนธรรมจังหวัดยะลา. (2566). พิธีอากีเกาะห์. สืบค้น 19 มิ.ย. 69, จาก https://link.psu.th/9SdZdz   
แวอับดุลกอเดร์ เจะอุบง, บรรณาธิการ. (2555) องค์ความรู้ภูมิปัญญาโต๊ะบีแดอำเภอยะรัง. โรงพยาบายะรัง และเครือข่ายสุขภาพอำเภอยะรัง.

 


รูปภาพ
 
      Font Size  
Back to Top
Khunying Long Athakravisunthorn Learning Resources Center
Prince of Songkhla University ©2018-2026