.png)
ภาพจาก : เตชวัน ปัญญาวุฒิธรรม, ๒๕๖๕, ๑๙๘
ประเพณีพิธีกรรมเข้าฐาน เป็นความเชื่อของชาวบ้านที่มีที่มีมานมากกว่า ๑๐๐ ปี ตามประวัติแรกเริ่มจัดพิธีโดยขุนเวียง ที่บ้านหนองสามสิบ ตำบลบ้านส้อง ต่อมาได้ย้ายมาจัดที่บ้านหนองโสน ตำบลเวียงสระ โดยนายริ่น สุระกา และได้ย้ายมาจัดที่เมืองเวียงสระชั้นในจนถึงปัจจุบัน ซึ่งจะจัดขึ้น ณ ศาลาท้าวอู่ทอง ซึ่งเป็นสถานประกอบพิธีกรรมทางความเชื่อของคนในชุมชน ยามใดที่มีเรื่องทุกข์ร้อนก็จะไปบนบานต่อท้าวอู่ทอง ทุกวันแรม ๒ ค่ำ เดือน ๔ ของทุกปี เป็นประเพณีที่เกี่ยวข้องกับพิธีกรรมการไหว้ครู สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และแก้บนประจำปี โดยมีของสำหรับใช้ประกอบพิธี ได้แก่ หมฺรับแก้บน หมากพลู มะพร้าว ๓ ลูก ข้าว ๑๒ เทียน ๑ วัง (ที่กราบครู) ขนมพองขนมลา สายสิญจน์ ผ้าเพดาน ๓ชุด ผ้าสำหรับร่างทรง เสื่อ หมอน เครื่องเชี่ยนพิธี โอ่งน้ำมนต์ ไม้หวาย มีดหมอ ขัน บายศรี ดอกไม้ธูปเทียน เทริดโนรา ชุดโนรา หน้าพราน ย่าม ธนู เชือกคล้องหงส์หญ้าคา ใบหมากผู้ เงินเหรียญ รวงข้าว มีดโกน หินลับมีด พระขรรค์ และหนังสือ โดยชาวบ้านจะร่วมกันจัดเครื่องพิธีเป็น ๒ ส่วน คือเครื่องบูชาของส่วนกลางจะจัดไว้ในศาลาท้าวอู่ทอง และเครื่องบูชาชุดเล็กของผู้แก้บน ซึ่งจัดทำเป็นหมรับแก้บนเรียกว่ากระทำจากต้นคล้ามาสานเป็นชั้น ๆ ในจำนวนคี่ ซึ่งขึ้นอยู่กับจำนวนที่บนบานไว้ต่อท้าวอู่ทอง โดยในกะแต่ละชั้นจะใส่ขนมพองและขนมลาไว้ซึ่งจะนำมาวางในศาลาพิธี
พิธีกรรม
เมื่อถึงเวลาประกอบพิธีกรรมจะมีการรำโนราถวายบูชาครูหมอ โดยการทำพิธีลงครู ผู้ประกอบพิธีจะเชิญครูหมอมารับเครื่องบูชาในโรงพิธี และจัดคนทรงตามธรรมเนียม โดยเจ้าที่มาประทับทรง ได้แก่พระยาอู่ทองเป็นเจ้าพิธี พระม่วง พ่อท่านในกุฏิ พรานบุญ ตาทวด พ่อท่านเจ้าวัด แม่ศรีมาลา แม่แขนอ่อน และแม่ศรีคงคา เมื่อเจ้าประทับทรงแล้วชาวบ้านจะเข้าไปแก้บน กราบไหว้เพื่อขอพร และบอกเล่าปัญหาที่ต้องการให้ท่านช่วยแก้ไข โดยจะมีการบนบานศาลกล่าวเกิดขึ้น และหากสำเร็จผลก็จะจัดหมรับมาแก้บนในปีถัดไป เมื่อเสร็จพิธีแล้วจะมีการรำโนราอีกครั้งเพื่อเป็นการลาครู
เตชวัน ปัญญาวุฒิธรรม. (2565). มรดกวัฒนธรรมและภูมิทัศน์เมืองประวัติศาสตร์เมืองเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี. วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.