.png)
ภาพจาก : https://www.nuac.nu.ac.th/?p=20446
ประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะหรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า "ตักบาตรเทโว" เป็นประเพณีที่สำคัญทางพุทธศาสนา จะกระทำหลังวันออกพรรษา ๑ วัน คือวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ การตักบาตรเทโวเพื่อระลึกถึงการเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ถือจุดเริ่มต้นของการตักบาตรเทโวมี ที่มาจากเหตุการณ์ในพุทธกาลเมื่อพระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ได้ ๗ พรรษา ทรงรำลึกถึงพระคุณของพระพุทธมารดาคือพระนางสิริมหามายา ซึ่งได้สวรรคตไปอยู่บนสวรรค์ พระพุทธองค์เห็นดังนั้นจึงได้เสด็จขึ้นไปจำพรรษาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพื่อทรงแสดงพระอภิธรรมปิฎกโปรดพุทธมารดาและเหล่าทวยเทพตลอดไตรมาสแห่งการจำพรรษา องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์สู่โลกมนุษย์ ณ เมืองสังกัสสนคร ในการเสด็จลงครั้งนั้นในขณะที่พระพุทธองค์เสด็จลงนั้นได้เกิดเหตุการณ์ที่เรียกว่าพระเจ้าเปิดโลก คือสรรพสัตว์ทั้งหลายสามารถมองเห็นกันและกันได้โดยตลอด ตั้งแต่สวรรค์ โลกมนุษย์ ไปจนถึงนรกภูมิ ตำนานกล่าวถึงบันไดทิพย์ ๓ สาย ที่ทอดลงมาคือบันไดแก้วอยู่ตรงกลางเป็นทางเสด็จของพระพุทธเจ้า บันไดทองอยู่ด้านขวาเป็นทางลงของเหล่าเทวดา บันไดเงินอยู่ด้านซ้ายเป็นทางลงของเหล่าพรหม พุทธศาสนิกชนที่เฝ้ารอคอยพระองค์อยู่ต่างพากันนำอาหารมาถวายตักบาตรอย่างเนืองแน่น ด้วยความยินดีและศรัทธาที่ได้เห็นพระพุทธองค์อีกครั้ง การตักบาตรรับเสด็จในครั้งนี้จึงเป็นที่มาของประเพณีที่เรียกว่า "ตักบาตรเทโวโรหณะ" ซึ่งแปลว่าการหยั่งลงจากเทวโลก และได้มีการสืบทอดปฏิบัติกันมาจนถึงปัจจุบันในฐานะประเพณีของชาวพุทธ
ประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะ เป็นคำมาจากภาษาบาลี โดนแยกออกได้เป็น ๒ คำ คือเทวะ หมายถึงเทวโลก สวรรค์ หรือภพภูมิของเทวดา ส่วนโอโรหณะหมายถึง การลง การหยั่งลง การก้าวลง รวมกันจึงหมายความได้ว่าการหยั่งลงจากเทวโลก ประเพณีตักบาตรเทโวจัดขึ้นในวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ โดยพุทธศาสนิกชนจะพร้อมใจกันไปทำบุญตักบาตรที่วัด มักมีการจัดพิธีที่ยิ่งใหญ่โดยเฉพาะวัดที่มีอุโบสถหรือวิหาร ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาหรือมีบันไดทางลงเพื่อจำลองเหตุการณ์การเสด็จลงจากสวรรค์ ทำให้มีพุทธศาสนิกชน ผู้มีจิตศรัทธา เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก โดยมีขั้นตอนการปฏิบัติประกอบด้วย
| ๑. การเตรียมอาหาร เตรียมข้าวสาร อาหารแห้ง และที่สำคัญคือข้าวต้มลูกโยน |
| ๒. ทำบุญวันออกพรรษา ในช่วงค่ำของวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ (วันออกพรรษา) จะมีการทำบุญที่วัด ฟังพระธรรมเทศนา รักษาศีล ถวายสังฆทาน ถวายภัตตาหาร |
| ๓. ก่อนการตักบาตรเทโว ในช่วงเช้าของวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ พุทธศาสนิกชนจะไปรอทำบุญตักบาตรที่วัดที่มีการจัดงาน โดยจะยืนเรียงรายสองข้างทาง สมมติเป็นทางเสด็จลงจากสวรรค์ |
| ๔. พิธีตักบาตรเทโว ขบวนจะเริ่มโดยมีพระพุทธรูปนำหน้า ตามด้วยขบวนพระสงฆ์จำนวนมากเดินตามลงมา พุทธศาสนิกชนจะบรรจงตักบาตรข้าวสาร อาหารแห้ง และข้าวต้มลูกโยน เพื่อถวายแด่พระสงฆ์ที่เดินเรียงแถวลงมา |
| ๕. แผ่เมตตา เมื่อเสร็จสิ้นการตักบาตรแล้ว จะทำการแผ่เมตตา และกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้กับญาติ และผู้ล่วงลับ |

ภาพจาก : https://link.psu.th/1kWeaK
ประเพณีตักบาตรเทโวของชาวนครศรีธรรมราช
.png)
ภาพจาก : https://link.psu.th/4WzwCd
การตักบาตรตอนเช้าตรู่ของวันแรม ๑ ค่ํา เดือน ๑๑ ของชาวนครศรีธรรมราช ซึ่งมีมาแต่สมัยโบราณโดยการประกอบพิธีจะแตกต่างกันและชื่อเรียกประเพณีก็ต่างกันด้วย โดยชาวนครศรีธรรมราชเรียกว่า "ตักบาตรหน้าล้อ" และมีพิธีกรรมต่อเนื่องกันไปคือประเพณีลากพระหรือประเพณีชักพระ การตักบาตรเทโวตอนเช้าตรู่ของวันแรม ๑ ค่ํา เดือน ๑๑ ประเพณีตักบาตรหน้าล้อเป็นประเพณีที่กระทำกันต่อเนื่องกันมา และถือปฏิบัติกันมาจนเป็นประเพณีเอกลักษณ์ของท้องถิ่นและแพร่หลายไปทั่วภาคใต้อย่างน้อยถ้านับเวลาจากปีที่ภิกษุจีนจาริกผ่านมาเห็น และจดหมายเหตุไว้ดังอ้างถึงข้างต้นก็นานกว่า ๑๒๐๐ ปีมาแล้ว เพราะเหตุการณ์ลากบุษบกทั้งเรือนยอด หรือศาลาจตุรมุข ประดิษฐานพระพุทธรูปคือพนมพระ ซึ่งคนถิ่นภาคใต้เรียกกันสั้น ๆ ว่า "นมพระ" และเรียกการลากแห่พระว่า "ลากพระ" มีลากกันทั้งทางบกและทางน้ำสุดแต่จะภูมิประเทศจะเอื้ออํานวย ทําสืบกันมาตามเทศกาลของแต่ละปีเป็นระยะเวลานาน โดยทุกวัดนิยมทํา "นมพระ" เป็นวัตถุถาวร และบํารุงรักษากันไว้ใช้งานประจําวัดฐานเลื่อนด้านล่างของนมพระลากทางบกบางแบบเป็นล้อเลื่อน บางแบบเป็นท่อนซุงสี่เหลี่ยมปาดหัวปาดท้ายสมมุติเป็นบันไดแก้วทางเสด็จจากดาวดึงส์ของพระพุทธองค์ บางแบบเป็นท่อนซุงกลมแกะสลักเป็นพญานาคราชมีหัวหางและเกล็ดบริบูรณ์ลงรักปิดทองและประดับแก้ว สีอย่างวิจิตร บางแบบก็ทําหัวงอน ท้ายงอนเป็นรูปเรือ ที่บางท้องถิ่นเรียกบุษบกพนมพระลากทางบกแท้ ๆ เป็น "เรือพระ” บนฐานเลื่อนเป็นตัวบุษบก ส่วนมากจะทําเป็นรูปสี่เหลี่ยมสูงและกว้างใหญ่ ตอนบนปูกระดานเรียบรอบนอกกั้นเป็นกําแพงแก้วปัก อภิรุมชุมสายบังสูรย์บังแทรกพัดโบกและจามรเครื่องสูงครบครันล้วน สลักลายลงรักปิดทองอย่างสวยงาม เปิดเป็นช่องด้านหน้าห้องไว้เป็นทางขึ้นลงบนบุษบก นอกจากจะตั้งเรือนยอดหรือศาลาจตุรมุขตรงกลาง สําหรับประดิษฐานพระพุทธรูปแล้วจะต้องให้มีที่ว่างสําหรับวางภาชนะรับต้มขนาดใหญ่ ซึ่งจะมีผู้ศรัทธาใส่ถวายเป็นจํานวนมากตลอดทางที่จะลากพนมพระผ่านไป นอกจากนี้ยังจะต้องตั้งเครื่องประโคมและคนประโคม รวมทั้งสงฆ์ผู้ควบคุมนมพระนั่งด้วยเรือนยอดหรือศาลาจตุรมุขมีการตกแต่งด้วยผ้าม่านและธงทิวสีต่าง ๆ รอบนอกทํารั้วไก่ติดต้นกล้วย ต้นอ้อย ต้นไผ่ ต้นเต่าร้าง ต้นหมาก และต้นมะพร้าวขนาดพอเหมาะพองามสุดแต่จะหาอย่างไหนได้ง่ายและสะดวก นอกจากนี้จะต้องวิ่งหวายหรือลวดไว้โดยรอบ สําหรับทายกทายิกาที่ทําต้มปัดมาได้แขวนถวายให้ปิดไปบิดมาดูงามเหมือน พวงลูกปัดด้วยบุษบกที่ใช้ลาก ส่วนเรือพระทางน้ำนั้นมักจะทําเป็นถาวรวัตถุไว้เพียงเรือนยอดหรือศาลาจตุรมุขและเครื่องสูง เมื่อถึงเทศกาลก็จัดเรือเล็กขนานกันสองลําสามลำ หรือใช้เรือใหญ่ลําเดียวตกแต่งเป็นฐานบุษบกขึ้นตั้งเรือนยอดหรือศาลาจตุรมุข ต่อจากนั้นก็ประดับประดาแบบเดียวกับบุษบกพนมพระทางบก ปัจจุบันบุษบกพนมพระของเก่าเท่าที่ทํากันอย่างวิจิตรบรรจง และมีศิลปะสวยงามล้วนใช้สืบกันมาเป็นเวลานานหลายปีจึงชํารุดทรุดโทรม จนต้องเก็บเป็นของเก่ากันไว้แทบทุกวัดแล้ว ในตัวเมืองนครศรีธรรมราช ก็ยังพอจะเห็นบุษบกพนมพระโบราณได้จากของวัดหน้าพระบรมธาตุฯ วัดท้าวโคตร และวัดสวนหลวงเท่านั้น นอกนั้นล้วนเป็นของประดิษฐ์ขึ้นใหม่ เช่น ใช้เกวียนตกแต่งพอเป็นรูปเป็นร่างเพื่อขอไปที่เฉพาะหน้าเทศกาลหนึ่ง ๆ ที่เป็นบุษบก นมพระไม่ต้องใช้ประเพณีลากให้เหน็ดเหนื่อย โดยตกแต่งบนรถยนต์ หรือเรือยนต์ ให้เคลื่อนที่ไปได้เองก็มี กอปรกับเศรษฐกิจยุคปัจจุบันมีมากวัดเหมือนกันที่ไม่สามารถจะสู้กับแรงปะทะอย่างหนักหน่วงของภาวะเศรษฐกิจได้ การทำบุษบกพนมพระแบบสวยงามและถาวรโดยย่อส่วนให้เล็กลง ล้อเลื่อนก็ประดิษฐ์ชนิดเคลื่อนไหวได้คล่องและเบาแบบล้อเกวียน เพื่อปรับให้เข้ากับความเป็นไปของสภาพบ้านเมืองปัจจุบัน ซึ่งมียวดยานใช้เครื่องยนต์วิ่งขวักไขวตามท้องถนน มีสายไฟฟ้า สายโทรศัทพ์พาดผ่านตัดไปตัดมาขวางถนนทุกสาย นมพระสมัยก่อนใหญ่และสูงเมื่อลากกันบนถนน ก็ต้องมีคนขึ้นไปอยู่ประจําบนยอดจตุรมุข ถือไม้คอยค้ํายันสายไฟสายโทรทัศน์ให้สูงขึ้นพ้นยอดบุษบกพนมพระลอดพ้นไปได้ การเตรียมพร้อมของเรือพระพอขึ้นเดือน ๑๑ ก็เริ่มกันตั้งแต่ ๑ ค่ำไป วัดที่มีการลากพระทุกวัดจะจัดแจงทําความสะอาดชิ้นส่วนบุษบกพนมพระ ซ่อมแซม ส่วนชารุด และตกแต่งทุกอย่างเตรียมพร้อม เว้นต้นกล้วย ต้นอ้อยและต้นไม้อื่น ๆ ต้องรอไว้ตัดเอามาตกแต่งในวันแรม ๑๕ ค่ำ ก่อนลากออกนอกวัดวันหนึ่งเพื่อไม่ให้ต้นไม้ประดับพนมพระเหล่านี้เฉาเกินไป ต่อจากนั้นก็อัญเชิญพระพุทธรูปปางเปิดโลกเสด็จจากดาวดึงส์หรือบางวัดก็เป็นปางอุ้มบาตร ซึ่งล้วนเป็นสาริดทองเหลือง ทองแดง หรือเงินมีค่าทั้งสิ้น ออกมาสรงน้ำทําความสะอาดและขัดขนเนื้อโลหะ สุกปลั่งและเปล่งประกายเป็นเงางาม แล้วอัญเชิญขึ้นประดิษฐานบนเรือนยอดหรือศาลาจตุรมุข
.png)
ภาพจาก : https://link.psu.th/4WzwCd
กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม. (2568.) ประเพณีทำบุญตักบาตรเทโวโรหณะ. สืบค้น 20 เม.ย. 69, จาก https://link.psu.th/1kWeaK