
ตราจังหวัดหลังสวน
ภาพจาก : https://link.psu.th/2CpEF1
คำขวัญอำเภอหลังสวน
คำขวัญอำเภอ หลังสวน เมืองผลไม้ พายเรือแข่ง แหล่งทุเรียนกวน สวนสมเด็จ
ลุ่มน้ำหลังสวนเป็นแหล่งที่มนุษย์เข้ามาอาศัยตั้งถิ่นฐานมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะที่อำเภอพะโต๊ะได้พบหลักฐานทางโบราณคดีที่สำคัญ คือเครื่องมือหินขัดประเภทขวาน แต่เนื่องจากแม่น้ำหลังสวนเป็นแม่น้ำสายสั้น ๆ และมีที่ราบลุ่มน้อย ชุมชนในบริเวณดังกล่าวจึงไม่อาจจะพัฒนาเป็นชุมชนเกษตรกรรมขนาดใหญ่ได้เหมือนเมืองชุมพร ไชยา นครศรีธรรมราช และพัทลุง ทำให้บทบาทของเมืองหลังสวนในระยะเริ่มแรกจึงเป็นเพียงชุมชนท่าเรือข้ามคาบมหาสมุทร และหมู่บ้านเกษตรกรรมขนาดเล็ก ทำให้เมืองหลังสวนต้องตกอยู่ภายใต้การปกครองดูแลของศูนย์อำนาจการปกครองท้องถิ่น ที่มีอำนาจมากกว่าคือเมืองชุมพรตลอดมา เพราะในช่วงแรกเมืองหลังสวนยังไม่ได้มีบทบาทสำคัญใดเป็นพิเศษนัก ผู้มีบทบาทสำคัญที่ทำให้เมืองหลังสวนมีความเปลี่ยนแปลงคือคอซูเจียง ซึ่งเป็นชาวจีนฮกเกี๋ยนทื่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานที่ปีนัง และเข้ามาค้าขายอยู่ในเมืองตะกั่วป่า จนภายหลังสามารถสะสมทุนและขยับขยายไปอาศัยอยู่ที่เมืองระนอง เมื่ออยู่ที่เมืองระนองคอซูเจียงได้กราบบังคมทูลขอพระบรมราชานุญาตผูกขาดการค้าดีบุกในพื้นที่เมืองกระบุรีและระนอง และได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาต ขณะเดียวกันรัชกาลที่ ๓ ก็ทรงทราบว่า หลวงจำนงวานิช เจ้าภาษีอากรรายเดิม ติดค้างเงินหลวงหลายงวด พระองค์จึงโปรดเกล้าฯ ให้คอชู้เจียงขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นหลวงรัตนเศรษฐี ทำหน้าที่เก็บภาษีแทนตั้งแต่นั้นมา เมื่อถึงรัชกาลที่ ๔ เจ้าเมืองระนองถึงแก่อสัญกรรม ด้วยความสามารถและความน่าเชื่อถือของหลวงรัตนเศรษฐี รัชกาลที่ ๔ จึงโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นพระยารัตนเศรษฐีขึ้นดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการเมืองระนองคนใหม่ ด้วยฐานะทางเศรษฐกิจจากการผูกขาดดีบุก และสิทธิการเก็บภาษีแบบเหมาเมืองในระนอง ทำให้พระยารัตนเศรษฐีสั่งสมความมั่งคั่ง จนสามารถขยายก็จการเหมืองแร่และการค้าไปยังเมืองหลังสวน เพื่อส่งสินค้าไปขายยังห้างโกหงวนที่ปีนังอีกทอดหนึ่ง เมื่อถึงสมัยรัชกาลที่ ๕ เมืองหลังสวนมีความสำคัญมากขึ้น ทั้งทางการค้าและการทำเหมืองแร่ พระองค์ทรงแต่งตั้งพระยาจรูญโภคากร (คอชิมเต๊ก ณ ระนอง) บุตรของพระยารัตนเศรษฐี เป็นผู้ว่าราชการเมืองคนแรกของหลังสวน ในปี พ.ศ. ๒๔๓๗ ทางราชการก็ได้ยกฐานะเมืองหลังสวนเป็นเมืองจัตวาขึ้นตรงต่อกรุงเทพฯ ต่อมาเมื่อมีการปฏิรูปการปกครองแผ่นดินในปลายรัชกาลที่ ๕ ทางการได้เปลี่ยนให้เมืองหลังสวนไปขึ้นตรงต่อมณฑลชุมพร ซึ่งขณะนั้นเมืองหลังสวนประกอบไปด้วย ๔ อำเภอ ประกอบด้วยอำเภอเมือง อ่าเภอสวี อำเภอพะโต๊ะ และอำเภอประสงค์ ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๖ (ปี พ.ศ. ๒๔๓๙) พระองค์ทรงปรับปรุงการปกครองส่วนภูมิภาค โดยให้เปลี่ยนคำว่า "เมือง" เป็น "จังหวัด" เมืองหลังสวนจึงเป็น "จังหวัดหลังสวน" อย่างเป็นทางการนับแต่นั้นมา การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้เขตการปกครองของจังหวัดหลังสวนลดลงเหลือ ๓ อ่าเภอ ได้แก่อำเภอเมือง อ่าเภอสวี และอ่าเภอพะโต๊ะ เนื่องจากได้โอนอำเภอประสงค์ไปขึ้นต่อเขตอ่าเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๗ วันที่ ๑ เมษายน ๒๔๗๕ ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ยุบจังหวัดหลังสวนลงเป็น "อำเภอขันเงิน" และให้ขึ้นต่อจังหวัดชุมพร โดยมีพระราชดำรัสว่า...มณฑลและจังหวัดที่แบ่งเขตต์ไว้แต่เดิมนั้น เวลานี้การคมนาคมสะดวกขึ้นมาก พอที่จะรวมการปกครองบังคับบัญชาได้กว้างขวางยิ่งขึ้นแล้ว เป็นการสมควรที่จะยุบรวมมณฑลและจังหวัด เพื่อประหยัดรายจ่ายเงินแผ่นดินลงได้บ้าง.... อย่างไรก็ตามมีการเปลี่ยนกลับไปไช่ชื่ออำเภอหลังสวนตามพระราชกฤษฎีกาอีกครั้งในวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๘๑ เนื่องจากประชาชนในพื้นที่คุ้นชินกับชื่อเดิมมากกว่า อีกทั้งยังต้องการรักษาประวัติศาสตร์ที่เคยเป็นเมืองมาแต่โบราณแม้หลังสวนจะลดสถานะเป็นอำเภอ แต่ก็ยังคงมีศาลจังหวัดหลังสวนประจำอยู่ที่อำเภอนี้ ในวันที่ ๑ เมษายน ๒๔๗๕ ได้ปรับปรุงเขตการปกครองเสียใหม่ โดยได้ยุบจังหวัดหลังสวนเป็นอำภอขึ้นตรงต่อจังหวัดชุมพร โดยมีหลวงปราณีประชาชน เป็นนายอำเภอหลังสวน (ยุคใหม่) คนแรก และในปี พ.ศ. ๒๔๙๒ กระทรวงมหาดไทยได้จัดลำดับชั้นอำเภอโดยยกฐานะอำเภอหลังสวน เป็นอำเภอชั้นเอกของจังหวัดชุมพร โดยมีขุนผดุงแดนสวรรค์ (ฟุ้ง รักราชการ) เป็นนายอำเภอชั้นเอกคนแรก และต่อจากนั้นก็เปลี่ยนแปลงแต่ตัวนายอำเภอมาจนถึงปัจจุบัน เมื่อวันที่ ๑ เมษายน ๒๔๗๕ ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ยุบจังหวัดหลังสวนลงเป็น "อำเภอขันเงิน" และให้ขึ้นต่อจังหวัดชุมพร โดยมีพระราชดำรัสว่า...มณฑลและจังหวัดที่แบ่งเขตต์ไว้แต่เดิมนั้น เวลานี้การคมนาคมสะดวกขึ้นมาก พอที่จะรวมการปกครองบังคับบัญชาได้กว้างขวางยิ่งขึ้นแล้ว เป็นการสมควรที่จะยุบรวมมณฑลและจังหวัด เพื่อประหยัดรายจ่ายเงินแผ่นดินลงได้บ้าง.... อย่างไรก็ตามมีการเปลี่ยนกลับไปไช่ชื่ออำเภอหลังสวนตามพระราชกฤษฎีกาอีกครั้งในวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๘๑ เนื่องจากประชาชนในพื้นที่คุ้นชินกับชื่อเดิมมากกว่า อีกทั้งยังต้องการรักษาประวัติศาสตร์ที่เคยเป็นเมืองมาแต่โบราณแม้หลังสวนจะลดสถานะเป็นอำเภอ แต่ก็ยังคงมีศาลจังหวัดหลังสวนประจำอยู่ที่อำเภอนี้
ที่มาของชื่อหลังสวน
เนื่องจากหลังสวนเป็นเมืองเก่าแก่เมืองหนึ่งของภาคใต้ โดยเริ่มปรากฏชื่อเมืองหลังสวนแล้วในสมัยรัชกาลที่ ๑ ตามจารีกวัดพระเชตุพนที่กล่าวถึงหัวเมืองสำคัญในปักษ์ได้ตอนบนไว้ว่า... ไชยา เมืองประสงค์ เมืองหลังสวน อุทุมพร .. (เมืองประสงค์คืออำเภอท่าชนะ อุทมพรคือชุมพรในปัจจุบัน) โดยชื่อที่เรียกขานกันจึงยากที่จะหาหลักฐานได้ว่ามีที่มาอย่างไร แต่เนื่องจากหลังสวนเป็นเมืองที่มีผลไม้มากจนกลายเป็นสินค้าสำคัญของเมืองนี้ ดังนั้นคำว่า “หลังสวน“ น่าจะเพี้ยนมากจากคำว่า “รังสวน” หรือ “คลังสวน” ซึ่งหมายถึงแหล่งหรือที่รวมของผลไม้ทุกชนิดนั่นเอง
เมื่อครั้งที่พระยาอุปกิตศิลปสาร (นิ่ม กาญจนาชีวะ, ๒๔๒๒-๒๔๘๔) เดินทางไปตรวจราชการที่เมืองหลังสวน ก็ได้สันนิษฐานเกี่ยวกับที่มาของคำว่า “หลังสวน” ไว้ดังนี้
…คำว่าหลังสวนจะผิดหรือถูกขอฝากไว้ในที่นี้ด้วยคือ ริมฝั่งทั้งสองของแม่น้ำ ไม่เห็นมีบ้านเรือนอย่างแม่น้ำเรา มีแต่สวนครึ้มทั้งสองฟาก มีแต่ทางขึ้นลงจากแม่น้ำเท่านั้น ถามผู้แจวเรือว่าแถวนี้ไม่มีบ้านดอกหรือเขาตอบว่ามี แต่อยู่หลังสวนขึ้นไป ภายหลังข้าพเจ้าไปเที่ยวตามบ้านเหล่านั้นก็ได้เห็นจริงตามที่เขาพูด จึงสันนิษฐานว่า “เมืองหลังสวน” คงมาจากเค้าที่บ้านเมืองอยู่ข้างหลังสวนลึกเข้าไป…
ที่ตั้งและอาณาเขต
อำเภอหลังสวนมีพื้นที่ประมาณ ๙๓๗ ตารางกิโลเมตร โดยมีอาณาเขตติดต่อกับอำเภออื่น ๆ ดังนี้
- ทิศเหนือ: ติดต่อกับอำเภอทุ่งตะโก จังหวัดชุมพร
- ทิศใต้: ติดต่อกับอำเภอละแม และอำเภอพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร
- ทิศตะวันออก: ติดต่อกับอ่าวไทย
- ทิศตะวันตก: ติดต่อกับอำเภอพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร และอำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี
ลักษณะภูมิประเทศ/ภูมิอากาศ
พื้นที่ส่วนใหญ่ของอำเภอหลังสวนเป็นป่าและเขา มีที่ราบตามเชิงเขาและริมฝั่งแม่น้ำที่ราบกว้างใหญ่บริเวณอื่นมีน้อยแห่ง ลักษณะพื้นที่ส่วนใหญ่เหมาแก่การเพาะปลูก เช่น ทำสวนผลไม้และยางพารา ทำนามีน้อย ไม่เพียงพอต่อการบริโภคในอำเภอ แต่ปลูกผลไม้ยืนต้นมากบริเวณที่เป็นป่าและเขาอุดมไปด้วยป่าไม้เบญจพรรณ ฝนตกสม่ำเสมอเกือบตลอดปี และจะตกชุกในช่วงเดือนมิถุนายน ถึง เดือนธันวาคม อากาศร้อนระหว่างเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม ส่วนระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ อากาศอบอุ่นและบางปีค่อนข้างหนาว
แหล่งท่องเที่ยว
เกาะพิทักษ์

ภาพจาก : https://link.psu.th/TbvXf2
เกาะพิทักษ์ ตั้งอยู่บริเวณอ่าวท้องครก ตำบลบางน้ำจืด อำหลังหลังสวน จังหวัดชุมพร อยู่ในชายฝั่งทะเลอ่าวไทย ห่างจากชายฝั่ง ๑ กิโลเมตร ใช้เวลาโดยสารจากฝั่งไปยังกาะพิทักษ์ประมาณ ๑๐ นาที ในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนกันยายนของทุกปีน้ำทะเลจะลดลง จนสามารถเดินจากฝั่งข้ามไปยังเกาะพิทักษ์ได้แบบสบาย ๆ ทั้งนี้ บนเกาะพิทักษ์ ทางราชการได้ประกาศตั้งเป็นหมู่บ้านเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๔๕ โดยมี นายนุ้ย เดชาฤทธิ์ เป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรก มีลูกบ้านอยู่อาศัยอยู่ประมาณ ๔๐ ครัวเรือน อาชีพหลักคือการทำประมง และทำสวนมะพร้าว ในอดีตเกาะพิทักษ์มีชื่อเรียกว่า "เกาะผีทัก" เนื่องจากสมัยก่อนมีชาวประมงออกเรือหาปลามาถึงบริเวณเกาะพิทักษ์ พอมองขึ้นไปบนฝั่งบนเกาะก็พบเงาคนกำลังกวักมือเรียก แต่พอเข้าไปใกล้ ๆ เกาะกลับไม่พบใครทำให้ชาวประมงพากันเรียกเกาะแห่งนี้ว่าเกาะผีทัก จวบจนเริ่มมีชาวบ้านขึ้นไปอาศัยอยู่บนเกาะ จึงมีทำการเปลี่ยนชื่อจากเกาะผีทักเป็นเกาะพิทักษ์ เพื่อความเป็นสิริมงคล
พื้นที่บนเกาะพิทักษ์เต็มไปด้วยบรรยากาศที่สงบเงียบและความเป็นธรรมชาติของเกาะ ต่อมาชาวบ้านจึงได้รวมตัวกันตั้งเป็นชุมชนโฮมสเตย์ ซึ่งให้บริการนักท่องเที่ยวมีประมาณ ๑๕ หลัง ทั้งนี้เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสชีวิตของชาวบ้าน โดยมีกิจกรรมสำหรับนักท่องเที่ยวคือการศึกษาวิถีชีวิตชุมชนประมง รับประทานอาหารทะเลสด ๆ มีคุณภาพ รสชาติอร่อย ปั่นจักรยานชมเกาะพิทักษ์การล่องเรือ ชมปะการังน้ำตื้น เกาะพิทักษ์นับเป็นชุมชนหนึ่งที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นชุมชนที่มีความน่าสนใจ และเป็นเกาะที่ยังคงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่สวยงามรอบเกาะไว้ได้อย่างดีเยี่ยม บนเกาะพิทักษ์มีถนนตัวหนอนรอบเกาะนักท่องเที่ยวสามารถเดินเที่ยวรอบเกาะได้อย่างสะดวกสบายหรืออยากชมวิวสวย ๆ ก็ต้องเดินไปทางด้านทิศเหนือ เพราะมีจุดชมวิวสูงประมาณ ๒๐๐ เมตร มีศาลาให้นั่งปล่อยกายปล่อยใจไปกับทัศนียภาพงาม ๆ ที่สามารถมองเห็นได้ไกลถึงเกาะเต่า เกาะสมุย เกาะพะงัน นักท่องเที่ยวสามารถเดินเที่ยวรอบเกาะได้อย่างสะดวกสบาย แต่หากต้องการออกไปเรียนรู้ชีวิตของชาวประมง หรืออยากดำน้ำดูปะการัง ก็สามารถหาเรือเหมาได้จากบริเวณชุมชน ซึ่งราคาไม่แพงมากนักและถ้าอยากลงเล่นน้ำทะเล ทางด้านทิศตะวันออกของเกาะพิทักษ์ก็มีชายหาดยาวประมาณ ๔๕๐ เมตร น้ำใสสะอาด เงียบสงบ เหมาะแก่การพักผ่อน
นิติพัฒน์ บุญชู. (2569). จังหวัดหลังสวน" อดีตหัวเมืองสำคัญ ที่ปัจจุบันกลายเป็นอำเภอ. สืบค้น 30 เม.ย. 69,
จาก https://www.silpa-mag.com/history/article_153035
วิกีพีเดียสารานุกรมเสรี. (2568). อำเภอหลังสวน. สืบค้น 30 เม.ย. 69, จาก https://link.psu.th/GwuF8a