ในปี พ.ศ. 2533 มหาวิทยาลัยได้เริ่มโครงการขยายการศึกษามายังจังหวัดสุราษฎร์ธานี ตั้งโดยเริ่มตั้งแต่การจัดตั้งคณะทำงานศึกษาความป็นไปได้ของโครงการ คณทำงานเตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ ซึ่งจากการศึกษาพบว่าจังหวัดสุราษฎร์ธานีมีศักยภาพต่าง ๆ สูงเหมาะสมที่จะจัดตั้งสถานศึกษาระดับสูงรองรับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ประกอบกับจังหวัดสุราฎร์ธานีเอง โดยข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคเอกชนได้ให้ความสนับสนุนอย่างจริงจัง โครงการจัดตั้งวิทยาเขตสุราษฎร์ชานีจึงพัฒนาได้โดยเร็ว สรุปพัฒนาการที่ผ่านมาได้ดังนี้

  • ปี พ.ศ. 2533 มหาวิทยาลัยแต่งตั้งคณะกรรมการโครงการขยายการศึกษาของมหาวิทยาลัยมาที่จังหวัดสุราษฎร์
  • ปี พ.ศ. 2533 จังหวัดสุราษฎร์ธานี  ได้อนุมัติให้ใช้อาคารสโมสรจังหวัดสุราษฎร์ขานี บริเวณศาลาประชาคม เป็นสำนักงานชั่วคราวของมหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2533 โครงการจัดตั้งวิทยาเขตสุราษฎร์ธานี เปิดรับนักศึกษารุ่นแรก โดยใช้หลักสูตรวิทยาลัยชุมชนภูเก็ต สาขาการโรงแรมและการท่องเที่ยว มีนักศึกษาที่ผ่านการคัดเลือกจำนวน 40 คน และได้เปิดทำการเรียนการสอนเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2533     
  • ปี พ.ศ. 2534 รัฐบาลได้สนับสนุนเงินงบประมาณ เพื่อการขยายงานของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่จังหวัดสุราษฎร์ในวงเงิน 1 ล้านบาทและได้สนับสนุบงบประมาณต่อเนื่อง ในปีต่อมาในส่วนของงบดำเนินการสำหรับการก่อสร้างอาคารสำนักงานและอาคารเรียน
  • ปี พ.ศ. 2535 เปิดหลักสูตรประกาศนียบัตรสาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจและสาขาเพาะเลี้ยงสัตวน้ำ
  • ปี พ.ศ. 2536 สภามหาวิทยาลัย ได้พิจารณาเห็นชอบให้จัดตั้งหน่วยงานที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในระยะแรก 2 หน่วยงาน คือสำนักงานวิทยาเขตสุราษฎร์ธานีและวิทยาลัยชุมชนสุราษฎร์ธานี ต่อมากระทวงเกษตรและสหกรณ์ได้อนุมัติให้มหาวิทยาลัย ใช้ประโยชน์ป่าสงวนแห่งชาติเพื่อการจัดตั้งวิทยาตามคำขอ จำนวน 2 แปลง คือป่าเขาท่าเพชร เขตอำเภอเมือง จำนวน 440 ไร่ และป่าทุ่งใสไช อำเภอไชยา จำนวน 4,000 ไร่ ป่าบางเบา-คลองเชียด อำเอพุนพิน จำนวน 6,300 ไร่
  • ปี พ.ศ. 2537 ได้มีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งวิทยาลัยชุมชนสุราษฎร์ธานีขึ้น เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2537 เป็นหน่วยงานแรกในวิทยาเขตสุราษฎร์ธานี
  • ปี พ.ศ. 2536 ทบวงมหาวิทยาลัย (ในขณะนั้น) ได้พิจารณาเห็นชอบให้จัดตั้งวิทยาลัยชุมชนสุราฎร์ธานี
  • ปี พ.ศ. 2538 คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติในหลักการให้มีการจัดตั้งวิทยาเขตขึ้น